Home Stock 10 อันดับ หุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติ ‘ถือครอง’ สูงสุด!

10 อันดับ หุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติ ‘ถือครอง’ สูงสุด!

ตลาดหุ้นไทย ในช่วงโค้งแรกของปี 2564 (1 ม.ค. – 31 มี.ค.64) ให้ผลตอบแทน 9.5% จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ที่ปรับขึ้น 137.86 จุด จาก 1,449.35 จุด มาอยู่ที่ 1,587.21 จุด และมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 5.7 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยมีการซื้อขายวันละประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท ระหว่างทางดัชนีปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,593.93 จุด

อ่าน : ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งผล 10 บจ.ที่เข้าข่ายถูกเพิกถอน

หากพิจารณาการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุน พบว่า นักลงทุนภายในประเทศ หรือบัญชีรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 48,560.19 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ซื้อสุทธิ 3,875.15 ล้านบาท นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนรวมในประเทศขายสุทธิ 22,765.95 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิหนักสุด 29,669.39 ล้านบาท

- Advertisement -

เช่นเดียวกับในปี 2563 พบว่า กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศมียอดขายสุทธิที่ 2.6 แสนล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2560-2562 ที่มียอดขายสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท 2.8 แสนล้านบาท และ 4.5 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดย “ศรพล ตุลยะเสถียร” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ระบุว่า จากข้อมูลไตรมาส 1/64 นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิสูงสุดก็จริง แต่ยอดขายสุทธิในเดือน มี.ค.เหลืออยู่ที่ 87 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก จากเดือน ม.ค.ที่ 1.06 หมื่นล้านบาท และ ก.พ. 1.86 หมื่นล้านบาท อีกทั้งใน 6 วันทำการแรกของเดือน เม.ย.เป็นยอดซื้อสุทธิแล้ว 1.7 พันล้านบาท

ส่วนข้อมูลที่ปรากฎตามสื่อว่านักลงทุนต่างชาติมีการขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องนั้น จากข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2554-2563) พบว่า “Holding” หรือ การถือครองหุ้นไทย มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นถึง 68% สูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) และ SET50 ในช่วงเวลาเดียวกันที่ 35% และ 63% ตามลำดับ

“แสดงให้เห็นว่าการถือครอง มูลค่า ที่ต่างชาติถือหุ้นไทย เพิ่มขึ้นกว่าราคาดัชนีซึ่งรวมปันผลแล้ว แสดงว่าเขาไม่ได้ทิ้งการถือครองหุ้นไทยเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา” ศรพล กล่าว

ขณะที่สาเหตุของยอดขายสุทธิที่ปรากฏในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลจากการจดทะเบียนหุ้นใหม่ ซึ่งในวันแรกๆ สัดส่วนของผู้ลงทุนต่างชาติยังไม่สูงมากนัก รวมถึงการเพิกถอนหุ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหุ้นที่ถูกเพิกถอนมีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Holding) สูงกว่าหุ้นที่ยังจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ แบ่งเป็นการถือครองผ่าน Foreign Share 79.1% และ NVDR 20.8% ซึ่งเป็นบัญชีที่ให้สิทธิผลตอบแทนจากการลงทุน และในบางกรณีเป็นเรื่องของสิทธิในการทำงาน (Working Rights) ขณะที่สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศจะไม่นิยมขายในบัญชี 2 ประเภทขั้นต้น แต่จะขายในบัญชี Local Share ที่เน้นถือระยะสั้นและไม่ได้สิทธิออกเสียงหรือสิทธิการเงิน

“ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการซื้อ NVDR เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำที่ 1.6 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าความสนใจในการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในเชิงกลยุทธ์ หรือถือครองโดยที่ไม่ได้รีบขายออกไปก็ยังมีอยู่” ศรพล กล่าว

            ทั้งนี้ จากข้อมูลของ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด พบว่า 10 อันดับหุ้นที่มีสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติสูงสุด ได้แก่

หลักทรัพย์ จำนวนหลักทรัพย์ จำนวนร้อยละเมื่อเทียบกับหลักทรัพย์จดทะเบียน
BBL 435,065,560 22.79%
NINE 79,515,925 21.75%
KBANK 503,785,486 21.26%
LH 1,849,389,306 15.48%
TU 724,773,151 15.19%
AP 461,640,130 14.67%
THIP 11,472,850 14.34%
INTUCH 434,576,614 13.55%
GBX 140,661,460 12.92%
STA 194,209,710 12.64%
หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 31 มี.ค.64
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News