บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,600-1,630 จุด เงินเฟ้อ US PPI ต่ำคาด ลดโอกาสในการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ Fed กระตุ้นแรงเก็งสินทรัพย์เสี่ยง เน้นตั้งรับหุ้นแนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำ AMATA, AP
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,614.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.74 จุด หรือ +0.11% ได้แรงซื้อจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ขณะที่มีแรงขายสลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยนักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นไทยสุทธิ 771 ล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,630 จุด โดยคาดว่าจะได้แรงหนุนเชิงบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิตสหรัฐฯ หรือ US PPI เดือนกรกฎาคม ที่เพิ่มขึ้น 4.7% YoY ลดลงจากเดือนมิถุนายนที่ +5.5% YoY และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ +4.9% YoY
ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ หรือ US CPI ที่รายงานไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อนออกมาอ่อนแอกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะถัดไป
ปัจจัยนี้ทำให้โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลดลง โดยล่าสุดตลาดให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเหลือเพียง 34.9% ลดลงจากต้นเดือนสิงหาคมที่ 64% ส่งผลบวกต่อแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง
ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดยังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนยังออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์และตลาดคาด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการปรับประมาณการกำไร และเพิ่ม Upside ให้กับ SET Index
กลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดว่าแนวโน้มกำไรขยายตัวดี โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ AMATA และ AP
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ผ่านคนกลางยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ขณะที่อิหร่านยังยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไข ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
ประกอบกับเหตุโจมตีเรือสินค้าในภูมิภาคล่าสุด ทำให้ตลาดน้ำมันกลับมาผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ราว 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ราว 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเด็นนี้เป็นบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP แต่เป็นลบต่อต้นทุนของสายการบิน ปิโตรเคมี และธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง หากราคาน้ำมันกลับมาเร่งตัวขึ้น
BOI เปิดเผยว่า ช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนภายใต้มาตรการ Smart & Sustainable Industry จำนวน 1,397 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 1.46 แสนล้านบาท
โดยกลุ่ม Smart Industry เน้นการลงทุนใน Automation, Robotics และ Digital/ERP เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ขณะที่กลุ่ม Green Industry มุ่งประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทน และลดคาร์บอน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและรองรับมาตรฐานโลก
ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Automation, Electronics, Industrial Tech และพลังงานสะอาด รวมถึงผู้ผลิตที่ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น DELTA, HANA, KCE, SCC และ PTTGC ในเชิงลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ครม. อนุมัติให้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยแบบวีซ่าฟรี และพำนักได้ 30 วัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายนักท่องเที่ยวอินเดียปี 2569 ที่ 2.7 ล้านคน จาก 2.48 ล้านคนในปี 2568
มาตรการดังกล่าวมุ่งดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง เช่น Wedding, MICE, Health & Wellness รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเมือง Tier 2-3 ขณะที่เที่ยวบินตรงและพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 3.6 หมื่นบาทต่อทริป เป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และสนามบิน เช่น AOT, CENTEL และ ERW
รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” วงเงิน 1.75 พันล้านบาท จำกัด 5 แสนสิทธิ ใช้ระบบ Co-payment โดยรัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ พร้อมคูปองกิน-เที่ยวสูงสุด 500 บาท ครอบคลุม 77 จังหวัด และใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง
เบื้องต้นคาดเริ่มโครงการวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ระหว่างเสนอ ครม. จึงต้องติดตามเงื่อนไขสุดท้ายอีกครั้ง
ประเมินเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าท่องเที่ยวในประเทศสูง อย่างไรก็ตาม ผลต่อกำไรโดยรวมคาดว่ายังจำกัด เนื่องจากวงเงินโครงการอยู่ที่ 1.75 พันล้านบาท
หุ้นแนะนำวันนี้
AMATA
ราคาพื้นฐาน 35.00 บาท
AMATA รายงานกำไรไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่งที่ 1.58 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,032% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 38% และสูงกว่าตลาดคาด 40% ได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงรายการพิเศษก้อนใหญ่
แนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังแข็งแกร่ง จากการไหลเข้าของเม็ดเงิน FDI จำนวนมาก และ Backlog ในมือที่มีมูลค่าสูงถึง 1.84 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 35.00 บาท โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569
AP
ราคาพื้นฐาน 10.10 บาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2570 เป็น 10.10 บาท จากเดิม 8.75 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไร และปรับเพิ่มตัวคูณ PER ขณะที่ Dividend Yield สูงกว่า 6% ยังถือว่าน่าสนใจ
AP รายงานกำไรไตรมาส 2/2569 ที่ 1.06 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน เป็นไปตามคาด โดยได้แรงหนุนจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่กำไรช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 43% ของประมาณการกำไรทั้งปี
ความสำเร็จของโครงการใหม่และการโอน Backlog คอนโดจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่กลยุทธ์การขายที่แข็งแกร่ง และ Backlog คอนโด จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี 2570-2571
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยฝั่งสหรัฐฯ จับตายอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคม คาดเพิ่มขึ้น 0.1% MoM ลดลงจากเดือนมิถุนายนที่ +0.2% MoM
นอกจากนี้ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนสิงหาคม คาดอยู่ที่ 54.6 จุด ลดลงจากเดือนกรกฎาคมที่ 55.2 จุด
ส่วนฝั่งยุโรป ติดตาม GDP ยูโรโซนไตรมาส 2/2569 ครั้งที่ 2 คาดขยายตัว 1.0% YoY

