HomeStockธ.ทิสโก้ แนะเฟ้นหาหุ้นเติบโตสูงในกลุ่มเทคโนโลยีที่จะกลายเป็น 'FAANG'

ธ.ทิสโก้ แนะเฟ้นหาหุ้นเติบโตสูงในกลุ่มเทคโนโลยีที่จะกลายเป็น ‘FAANG’

ในปีที่เกิดความผันผวนสุดโต่งอย่างปี 2020 นักลงทุนต่างได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของหุ้นของกลุ่มเทคโนโลยีที่หลายบริษัทยังสามารถสร้างผลกำไรได้ ไม่เพียงเท่านั้นบางบริษัทก็สร้างกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่อย่างไรก็ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้นักลงทุนหลายท่านยังคงลังเลใจที่จะตัดสินใจลงทุน แม้จะมองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีการเติบโตที่น่าสนใจเพียงใดก็ตาม เนื่องจากในอดีตหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเคยถูกมองว่าเป็นหุ้นเก็งกำไร ดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 2000 (Dot-Com Crisis) อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเทคโนโลยีได้แทรกซึมเข้าไปในทุกวิถีชีวิตประจำวัน บริษัทเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกำไรได้สูงและมีความสม่ำเสมอไม่เหมือนกับในอดีต เพราะแท้จริงแล้วหลังจากปี ค.ศ. 2000 กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้นจัดได้ว่าเป็นดาวเด่นของตลาดหุ้นและคาดว่าจะยังคงเป็นดาวเด่นต่อไปในทศวรรษข้างหน้า

การเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีที่ทำให้หลายบริษัทมีมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้น บางบริษัทใช้เวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น เช่น Amazon ยักษ์ใหญ่ด้าน E-commerce ของโลกได้เสนอขายหุ้น IPO ครั้งแรกในเดือน พ.ค. 1997 หากนักลงทุนถือหุ้น Amazon มาจนถึงเดือน พ.ค. 2020 (23 ปี) ด้วยจำนวนเงิน 1 หมื่นบาท เงินก้อนนั้นจะเติบโตกลายเป็น 12 ล้านบาท (120,000%) นอกจากบริษัท Amazon แล้ว ยังมีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง “FAANG” (Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Alphabet) ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้นำตลาด จากที่เคยเป็นเพียงแค่บริษัทขนาดกลาง

ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่จะสร้างความปลอดภัยในการลงทุน แต่หากอยากได้หุ้นที่มีการเติบโตสูง ธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้อาจจะเริ่มไม่ตอบโจทย์ เพื่อที่จะหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 100% นักลงทุนต้องเฟ้นหาหุ้นขนาดกลางและเล็กที่จะกลายมาเป็น กลุ่ม “FAANG” ในอนาคต ซึ่งธุรกิจเหล่านี้มักจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฎจักรธุรกิจ ขั้นแรกของการเฟ้นหาหุ้นเทคโนโลยีต้องจำแนกประเภทของการทำธุรกิจออกมาเสียก่อน เนื่องจากแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งในเบื้องต้นจะจำแนกหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีออกเป็น 3 หมวด ดังนี้

- Advertisement -

1.Software and Services ประกอบด้วยบริษัทผู้ให้บริการด้านฐานข้อมูล/แอปพลิเคชันที่สามารถโต้ตอบในรูปแบบInteractive ได้ เช่น บริการ Search Engine, Social Media โดยรายได้หลักของกลุ่มบริษัทเหล่านี้จะมาจาก ค่าโฆษณา ไปจนถึงการให้บริการวางระบบ IT และ การประมวลผลข้อมูล Back-office ให้กับบริษัทอื่น ในขณะที่บริการ Software โดยเฉพาะ Cloudนั้นจะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะได้รับรายได้จากค่าบริการผ่านการสมัครสมาชิก ตั้งแต่ระดับองค์กร เช่น Saleforce บริษัทสำหรับจัดการฐานข้อมูลลูกค้าไปจนถึงซอฟต์แวร์ในระดับผู้บริโภคอย่างเกม แอปพลิเคชันเพื่อการศึกษา หรือเพื่อความบันเทิง หากย้อนกลับไปดูผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม “FAANG” จะพบว่ารายได้จากส่วนของธุรกิจ Cloud นั้นมีการเติบโตสูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Service (AWS) หรือ Micosoft Azure นอกจากนี้ธุรกิจเทคโนโลยี AI, Internet Of Things (IOT), Steaming Media และ E-commerce ล้วนแล้วแต่อยู่ในประเภทนี้เช่นกัน

2.Technology Hardware and Equipment จะเน้นผลิตอุปกรณ์ Hardware เช่น Router, Switchboard, Barcode Scanner ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีส่วนของธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งทำชิ้นส่วนสำหรับนำไปใช้ใน End-product ของบริษัทอื่นๆ เช่น Dell Computer จะใช้ชิปประมวลผลของ Intel และ มีการลง Windows มาให้เรียบร้อย ก็จะจัดว่าบริษัท Microsoft เป็นบริษัทผู้ผลิต OEM ให้กับ Dell ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่ม Software and Services

3.Semiconductors คือธุรกิจผลิตสารกึ่งตัวนำจากซิลิคอน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังสินค้าประเภทเทคโนโลยี และยังรวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือที่ใช้สำหรับผลิตและออกแบบ Semiconductors อีกทีหนึ่ง อย่างเช่นบริษัท Lam Research สัญชาติอเมริกา ซึ่งบริษัทมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ใน San Francisco Bay Area เป็นรองเพียงแค่ TESLA เท่านั้น

หากนักลงทุนต้องการลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตสูง ควรจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจประเภท Software and Service ที่มีรายได้เป็นค่าบริการ นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้และมีการเติบโตที่โดดเด่น คือ กลุ่มของ Biotechnology ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการพัฒนาทางการแพทย์ การผลิตวัคซีน การตัดต่อพันธุกรรมในพืช เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารไปจนถึงการดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อรักษาโรคร้ายแรง (Genetic Manipulation to Cure Genetic Diseases) ซึ่งจัดว่าเป็นส่วนของ Biotechnology ที่มีการเติบโตสูงที่สุด

การเฟ้นหาหุ้นที่มีการเติบโตสูงในกลุ่มเทคโนโลยีต้องอาศัยการมองโมเดลธุรกิจให้ทะลุปรุโปร่ง ต้องคัดเลือกผู้ชนะในอนาคต ซึ่งหากนักลงทุนที่มีข้อมูลไม่เพียงพอ หนึ่งในทางเลือกที่เป็นที่นิยม คือการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ผู้จัดการกองทุนสามารถคัดเลือกหุ้นเติบโตเหล่านี้โดยมีประวัติการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่น ซึ่ง ธนาคารทิสโก้ ได้ให้คำแนะนำนับตั้งแต่ช่วงต้นปี คือ

1.ARK Next Generation Internet (ARKW) ให้ผลตอบแทนจากต้นปี (Year-To-Date: YTD) 111.74%

2.Global X Cloud Computing ETF (CLOU) ลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้หลักจากธุรกิจ Cloud ให้ผลตอบแทนจากต้นปี (Year-To-Date: YTD) 62.51%

3.Amplify Online ETF (IBUY) ลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้หลักจากธุรกิจ E-commerce ให้ผลตอบแทนจากต้นปี (Year-To-Date: YTD) 95.12%

4.Polar Capital-Biotechnology Fund ให้ผลตอบแทนจากต้นปี (Year-To-Date: YTD) 30.56%

(อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ย. 2563)

จะเห็นได้ว่ากลุ่มกองเทคโนโลยีที่มีการคัดเลือกหุ้นที่มีการเติบโตหรือลงทุนในกลุ่มที่มีการเติบโตสูงอย่างกลุ่ม Cloud และE-commerce นั้น สามารถเอาชนะดัชนี NASDAQ ที่ให้ผลตอบแทน 30% จากต้นปี ซึ่งดัชนี NASDAQ จัดว่าเป็นดัชนีที่รวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันจำนวนมากและเป็นหนึ่งในดัชนีที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปี 2020 หากนับไปเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นไทยอย่าง SET Index นั้น พบว่าจากต้นปี SET ให้ผลตอบแทนติดลบกว่า -20% ทำให้การเฟ้นหาหุ้นเติบโตที่จะกลายมาเป็นกลุ่ม “FAANG” ในอนาคตและต้องการลดความเสี่ยงเรื่องปัจจัยเฉพาะตัวของบางบริษัทนั้น การลงทุนในกองทุนรวมที่มีการคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Megatrends จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับนักลงทุนได้สูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นรายประเทศแบบเดิมๆ ที่ยังถูกกำหนดโดยวัฏจักรเศรษฐกิจ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News