HomeStock‘หุ้นไทย’ วันนี้ ในกรอบ 1,600-1,620 จุด รับแรงหนุนหุ้นเทคฟื้น

‘หุ้นไทย’ วันนี้ ในกรอบ 1,600-1,620 จุด รับแรงหนุนหุ้นเทคฟื้น

บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,600-1,620 จุด แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ช่วยกระตุ้น sentiment กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำทยอยสะสม SCC, AEONTS

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,608.30 จุด เพิ่มขึ้น 32.05 จุด หรือ +2.03% ได้แรงซื้อเด่นจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ไฟแนนซ์ และค้าปลีก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 8,634 ล้านบาท เป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องวันที่ 6 ติดต่อกัน

สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,620 จุด โดยตลาดยังมีโมเมนตัมเชิงบวกจากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ จากความคาดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง

- Advertisement -

ขณะเดียวกัน รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ปรับลดลง 2.2% และช่วยให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้นผ่อนคลายลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามท่าทีของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด ว่าบทสรุปของการเจรจาจะออกมาในทิศทางใด

ด้านปัจจัยในประเทศ ตลาดได้รับจิตวิทยาเชิงบวกเพิ่มเติม หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นเด่น

ในระยะถัดไป คาดว่าตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักมากขึ้นกับการพรีวิวผลประกอบการ และการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัทจดทะเบียน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยสะสมหุ้นที่คาดว่าแนวโน้มกำไรเติบโตเด่น โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ SCC และ AEONTS

ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าใช้วงเงินทั้ง 4 แสนล้านบาทได้ทันที โดยแบ่งเป็นวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และอีก 2 แสนล้านบาทสำหรับการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก ธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง และพลังงานสะอาด โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานทดแทน เช่น WHAUP, EASTW, GUNKUL, GULF และ STECON

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้น 0.4% เป็น 1.9% สวนทางหลายประเทศในอาเซียนที่ถูกปรับลดคาดการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI การลงทุน และการขยายตัวของธุรกิจ Data Center

IMF มองว่าไทยเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศสำคัญของโลกที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI แม้เศรษฐกิจภูมิภาคยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ประเด็นนี้เป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center เช่น KCE, DELTA, AMATA และ WHA รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น GULF, BGRIM และ GUNKUL

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.7 จุด ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่คลี่คลาย ราคาน้ำมันที่ลดลง และแรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคงระมัดระวัง เนื่องจากกำลังซื้อฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และยอดขายยังไม่กลับมาอย่างชัดเจน โดยรวมถือเป็นบวกต่อหุ้นบริโภคในประเทศและค้าปลีก เช่น CPALL, CPAXT และ CRC ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายที่ทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3-4/2569

รัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อสำรองเชื้อเพลิงไว้ใช้ในประเทศ หลังโรงกลั่นหลายแห่งถูกโดรนยูเครนโจมตีจนกระทบกำลังการผลิต ส่งผลให้ตลาดดีเซลโลกตึงตัวมากขึ้นในช่วงที่อุปทานพลังงานยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน รัสเซียเริ่มนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเพื่อบรรเทาปัญหาภายในประเทศ ประเด็นนี้เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย เช่น TOP และ BCP จากแนวโน้มค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาดีเซลที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

หุ้นแนะนำวันนี้

SCC
ราคาพื้นฐาน 263.00 บาท

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน ได้แรงหนุนจากกำไรปกติที่ฟื้นตัวแรงตามส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ขยายตัว แม้กำไรจากสต๊อกลดลง และ ROC รวมถึง LSP หยุดเดินเครื่องบางช่วง

ความไม่แน่นอนของ ROC ยังเป็นความเสี่ยงหลัก หลังประกาศ Force Majeure ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 จากปัญหาการจัดหาวัตถุดิบในตะวันออกกลาง ขณะที่สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังเพิ่มความเสี่ยงด้านซัพพลาย

นักลงทุนยังรอความชัดเจนของการร่วมทุนกับ PTTGC ในไตรมาส 3/2569 เพื่อรวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ โดยยังมีมุมมองบวกระยะยาวต่อการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี และการปรับโครงสร้างธุรกิจร่วมกัน

AEONTS
ราคาพื้นฐาน 120.00 บาท

แนวโน้มกำไรเริ่มชัดเจนขึ้นจากการตั้งสำรองเชิงรุก โดย AEONTS ตั้ง Management Overlay เพิ่ม 230 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และคาดว่า Credit Cost จะทรงตัวในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีบัญชี 2570

ต้นทุนเงินทุนที่ลดลงช่วยหนุน NIM ฟื้นตัว หลังบริษัทรีไฟแนนซ์หนี้ 2.3 หมื่นล้านบาทในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยคาดว่า NIM ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ของปีบัญชี 2570 ก่อนทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีบัญชี 2570

คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 บาท จากแนวโน้มสินเชื่อที่มีโอกาสฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง การลดลงของ Credit Cost และโอกาสเกิดมาตรการบริหารเงินทุน เช่น การซื้อหุ้นคืน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน คาดอยู่ที่ +6.8% YoY เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมที่ +6.3% YoY

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News