Home Stock หุ้นไทยปิดลบ 1 จุด นักลงทุนชะลอซื้อขาย กังวลเงินเฟ้อสหรัฐ

หุ้นไทยปิดลบ 1 จุด นักลงทุนชะลอซื้อขาย กังวลเงินเฟ้อสหรัฐ

SET Index ปิดลบ 1 จุด ที่ 1,625.27 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย เหตุนักลงทุนชะลอซื้อหุ้นรอความชัดเจนสหรัฐประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคคืนนี้ ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยวันพรุ่งนี้เคลื่อนไหว 1,610-1,640 จุด แนะนำถือเงินสดรับความเสี่ยงประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 มิ.ย.64 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปิดที่ 1,625.27 จุด ลดลง 1.00 จุด หรือลดลง 0.06% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 105,959.81 ล้านบาท โดยตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ไม่มีทิศทางชัดเจน โดยปิดบวกบวกสลับลบในบางประเทศ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยทรงตัวปิดลบเล็กน้อย

โดยพบว่าตลาดหุ้นช่วงเช้าปรับขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จากปัจจัยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยิลด์) สหรัฐร่วงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนว่านักลงทุนเบาใจเกี่ยวกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ของสหรัฐ ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี ช่วงบ่ายวันนี้พบว่าบอนด์ยิลด์เริ่มกลับทิศทางปรับขึ้นไต่ระดับจากจุดต่ำสุด ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อหุ้น รวมถึงขายทำกำไรออกมาบางส่วน เพื่อจับตาการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และการประชุมธนาคารยุโรป (ECB)

- Advertisement -

ขณะที่แนวโน้ม SET Index วันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีระหว่าว 1,610-1,640 จุด หากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาไม่ได้ผิดจากที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น แต่หากเงินเฟ้อออกมาผิดจากคาดการ์ เช่น หากออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ คาดว่าจะกดดันตลาดหุ้น เพราะนักลงทุนกังวงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มดึงสภาพคล่องออกจากระบบ (QE Tapering) เร็วกว่าคาดการณ์ ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลงต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ เชื่อว่าจะเป็นบวกต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น เพราะนักลงทุนจะคลายกังวลการเร่งทำ QE Tapering ของเฟด

โดยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำลดพอร์ตลงทุน เพราะมองว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยกดดันตลาดหุ้น ได้แก่ การประกาศตัวเลข CPI คืนนี้ และการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า จึงแนะนำชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจน (Wait and See) และแนะนำกันเงินสดเอาไว้บางส่วน ขณะที่กลุ่มหุ้นที่น่าลงทุน ได้แก่ กลุ่มส่งออก โดยแนะนำซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพราะแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/64 คาดว่าจะออกมาดีต่อเนื่อง

ถัดมากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) ได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศ แต่ด้วยกำไรไตรมาส 2/64 ที่คาดว่าจะยังถูกกดดัน จึงแนะนำเลือกหุ้นที่ราคาหุ้นมีความเสี่ยงขาลง (ดาวน์ไซด์) ต่ำ และสุดท้ายกลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะเป็นกลุ่มหุ้นปลอดภัยเหมาะสมกับการลงทุนในสภาวะความไม่แน่นอนสูง รวมถึงเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจมนไตรมาส 2/64 หนุนกำไรเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News