บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,610-1,630 จุด น้ำมันพุ่ง เสี่ยงเงินเฟ้อกลับมา! กระตุ้นโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย แนะนำ GULF, CENTEL
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายบริเวณใกล้เกาะ Kharg และเมืองท่า Jask ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ลูกเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณใกล้ท่าเรือของคูเวตและบาห์เรนควร “ออกจากเรือทันที”
สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นหนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อในระยะถัดไป และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย
ล่าสุด ตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 62.7% ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้ง PPI และ CPI ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับตลาดหุ้นไทย SET Index วานนี้ปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด หรือ +0.19% ได้แรงซื้อจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และท่องเที่ยว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 652 ล้านบาท
วันนี้ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด โดยปัจจัยภายนอกยังสร้างความผันผวน แต่ตลาดมีแรงพยุงจากปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
หนึ่งในปัจจัยบวกคือโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 ขณะที่แผน PDP 2026 มีแนวโน้มสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Data Center
กลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้น “รอตั้งรับ” มากกว่าการไล่ราคา โดยเลือกหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมีแนวโน้มกำไรเติบโตดี
หุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่ GULF และ CENTEL
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี โดยประเด็นสำคัญสามารถหาข้อสรุปได้แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดด้านถ้อยคำและเอกสาร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์
กระทรวงพาณิชย์ยังมั่นใจว่าอัตราภาษีเป้าหมายจะเป็นไปตามข้อตกลงเดิม ก่อนเสนอให้สหรัฐฯ พิจารณา และเตรียมให้นายกรัฐมนตรีหารือกับประธานาธิบดี Donald Trump เพื่อปิดการเจรจา
ประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออกและนิคมอุตสาหกรรม จากความเสี่ยงด้านภาษีการค้าที่ลดลงและความชัดเจนด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้น
ด้านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2026 สนพ. มีแนวโน้มเลือก Scenario 4 หรือรูปแบบไฮบริด โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นราว 73% ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี CCS บางส่วน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนค่าไฟ ความมั่นคงของระบบ และเป้าหมาย Net Zero
แผนดังกล่าวยังต้องรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ราว 8,800MW พร้อมเตรียมลงทุนเพิ่มเติมใน Smart Grid, BESS, Demand Response และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า โดยค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนคาดอยู่ที่ราว 3.88 บาทต่อหน่วย
ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และผู้รับเหมาระบบไฟฟ้า จากโอกาสลงทุนใหม่ตาม PDP และดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center
ด้านกำลังซื้อในประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 53.2 จุด สูงสุดในรอบ 6 เดือน และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ การท่องเที่ยว การส่งออก และราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น
ขณะที่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมยังเป็นช่วงสำคัญที่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านการเมือง ราคาน้ำมัน สถานการณ์ตะวันออกกลาง และผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
ประเมินเป็นบวกเล็กน้อยต่อหุ้น Domestic Play โดยเฉพาะค้าปลีก ท่องเที่ยว และสินเชื่อผู้บริโภค จากสัญญาณกำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว แต่ Upside ยังถูกจำกัดจากความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและการเมือง
รัฐบาลยังสรุปเงื่อนไขโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยประชาชนสามารถใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน สนับสนุนค่าที่พักสูงสุด 1,500 บาทต่อคืน และ E-Voucher แบบ Co-payment สูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์สำหรับเมืองรอง หรือรวมสูงสุด 17,500 บาทต่อคน
โครงการมีกำหนดเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม และเริ่มใช้สิทธิ์วันที่ 1 พฤศจิกายน ใช้งบประมาณราว 3.5 พันล้านบาท และคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 2.6 หมื่นล้านบาท
ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกในประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มี Exposure ต่อเมืองรองและฐานลูกค้าคนไทยสูง
หุ้นแนะนำวันนี้
GULF
ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท
มองบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ GULF จากโอกาสในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไทย
Upside สำคัญมาจากธุรกิจ Renewable, Direct PPA และ Data Center โดย GULF ตั้งเป้า Direct PPA ราว 2-3GW และมีแผนพัฒนา Data Center มากกว่า 10 โครงการ พร้อมเป้าหมายกำลังการผลิต 1-2GW ภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน PDP 2026 จะเป็นแรงหนุนการเติบโตระยะยาว จากโอกาสเพิ่มกำลังผลิตทั้งพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 79.00 บาท
CENTEL
ราคาพื้นฐาน 48.11 บาท
คาดผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 แข็งแกร่งขึ้น โดยผู้บริหารประเมินว่า RevPAR ในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสเติบโตในระดับเลขสองหลัก ได้แรงหนุนจากยอดจองล่วงหน้าที่ยังแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ยังมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48.11 บาท โดยอิง Forward EV/EBITDA 12 เดือนที่ 12.3 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดในช่วง 3 ปีประมาณ 0.5 SD
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันพุธ ติดตามดัชนี PPI ของจีนเดือนสิงหาคม คาดเพิ่มขึ้น 3.6% YoY จาก 3.5% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ CPI คาดเพิ่มขึ้น 0.9% YoY จาก 0.5% และ Core CPI คาดทรงตัวที่ 0.9% YoY
วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม ECB ซึ่งตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% รวมถึง US PPI เดือนสิงหาคม คาดเพิ่มขึ้น 5.2% YoY จาก 4.7% ในเดือนกรกฎาคม ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม คาดลดลง 1.6% MoM และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ รายสัปดาห์
วันศุกร์ ติดตาม US CPI เดือนสิงหาคม คาดทรงตัวที่ 3.4% YoY ขณะที่ Core CPI คาดอยู่ที่ 2.4% YoY ชะลอจาก 2.5% ในเดือนกรกฎาคม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนกันยายน คาดอยู่ที่ 51.0 จุด ลดลงจาก 51.7 จุด

