HomeStockTMBAM แนะสะสมกองทุนหุ้นอินเดีย TMBINDAE แนวโน้มโตเด่น

TMBAM แนะสะสมกองทุนหุ้นอินเดีย TMBINDAE แนวโน้มโตเด่น

TMBAM Eastspring คาดเศรษฐกิจเอเชียปี 65 เติบโตโดดเด่นกว่าเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอินเดีย เหตุแนวโน้มจีดีพีโต 5-6% ต่อเนื่องในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้า แนะทยอยสะสมกองทุน TMBINDAE

นายพงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ ผู้อำนวยการส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า ในปี 2565 เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นทั่วโลก แม้จะยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 อยู่บ้าง แต่เชื่อว่าจะเริ่มคลี่คลายในไม่ช้า ส่วนการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอัตราเงินเฟ้อ เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกนี้ แต่อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสมหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียเมื่อราคาย่อตัว เพราะมีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวดังนี้

  1. เศรษฐกิจของอินเดียยังมีแนวโน้มการเติบโตได้ในระดับสูงถึง 5-6% ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า โดยมาจากการบริโภคในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนประชากรที่อยู่ในระดับสูงถึง 1.38 พันล้านคน และสัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่สูงถึง 65% นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการผลักดันงบประมาณการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยิ่งเชื่อได้ว่าอินเดียจะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2573-2575 รองจากสหรัฐฯ และจีน
  2. เราจะเห็นว่าอินเดียมีกระแสเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากที่อินเดียมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีการผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ ในต่างชาติสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยเห็นได้จากดัชนีความง่ายในการลงทุน (Ease of Doing Business) ไต่อันดับขึ้นเป็น 62 ในปี 2562 จากเดิมอยู่ที่ 142 ในปี 2014 ทำให้อินเดียเป็นประเทศฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของโลก จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการบริโภคในประเทศ
  3. อินเดียมีการเตรียมพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนไป ผ่านนโยบายดิจิทัลอินเดีย (Digital India) ตั้งแต่ปี 2558 โดยในขณะนั้นนายกฯ นเรนธรา โมดี ต้องการกระจายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปทั่วทุกพื้นที่ของอินเดีย เพื่อรองรับระบบการเงินทั่วโลกที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิตอล โดยปัจจุบันอินเดียมีสัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟน ราว 30-35% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ซึ่งยังต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและจีนที่มีอัตราการใช้สูงกว่า 60% ทำให้ยังมีช่องให้สามารถเติบโตได้อีกมาก
  4. หากพูดถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่มีบุคลากรที่พรั่งพร้อม ดังจะเห็นได้จากผู้บริหารในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกนั้นมีหลายคนเป็นอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น Parag Agrawal ที่ล่าสุดมารับตำแหน่งซีอีโอของ Twitter, Sataya Nadella ซีอีโอปัจจุบันของ Microsoft และ Sundar Pichai ซีอีโอปัจจุบันของ Google โดยปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้ อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนธุรกิจสตาร์ทอัพสูงเป็นลำดับที่ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และจีน และคาดว่าในปี 2567 มูลค่าตลาดหุ้นอินเดียจะขึ้นมาเป็น 5 ของโลกแซงหน้าสหรัฐอาณาจักรและแคนาดา หากสตาร์ทอัพเหล่านี้เริ่มทยอยจดทะเบียนซื้อขายในตลาดมากขึ้น
  5. ตลาดหุ้นอินเดียยังเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศและในประเทศซึ่งจะเห็นได้จากกระแสเงินลงทุน (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่มากถึง 4.1 และ 2.1 หมื่นเหรียญ โดยยังคงมีแรงผลักดันต่อจากการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นภายหลังนายโมดียังได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ทำให้การดำเนินนโยบายการคลังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตที่ดีของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอินเดียที่มาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี การเงิน สินค้าฟุ่มเฟือย และวัสดุ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ตลาดหุ้นอินเดียอาจเผชิญกับความผันผวนจากแรงกดดันที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับหุ้นอินเดียยังถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น นักลงทุนอาจใช้จังหวะการปรับฐานของตลาดหุ้นทยอยสะสมเพื่อถือครองในระยะยาวได้

- Advertisement -

สำหรับกองทุน TMBINDAE หรือ กองทุนเปิดทีเอ็มบี India Active Equity เน้นลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว คือ กองทุน Goldman Sach India Equity Portfolio นโยบายของกองทุนหลักจะเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศอินเดียที่มีคุณภาพและมีการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงมีเป้าหมายเอาชนะดัชนี MSCI India IMI ในระยะยาว โดยเน้นคัดสรรการลงทุนแบบ Bottom Up จากทีมงานในท้องที่ (Local Based) ทำให้กองทุนนี้มีความโดดเด่นเรื่องการหาผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากหุ้นขนาดกลางและเล็ก โดยได้รับการจัดอันดับ Morningstar Rating ระดับ 5 ดาว (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน ธ.ค.64)

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News