HomeStock‘หุ้นไทย’ วันนี้ กรอบ 1,575-1,600 จุด น้ำมันพุ่งกดดันตลาด

‘หุ้นไทย’ วันนี้ กรอบ 1,575-1,600 จุด น้ำมันพุ่งกดดันตลาด

บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,575-1,600 จุด น้ำมันทะยาน–ISM ชะลอ สัญญาณกดดันตลาด แนะเพิ่มความระมัดระวัง แนะนำ PTTEP, KKP

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,588.68 จุด ลดลง 6.48 จุด หรือ -0.41% ถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และสื่อ ขณะที่มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและพลังงาน

นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,061 ล้านบาท หลังจากขายสุทธิต่อเนื่อง 6 วันติดต่อกัน

- Advertisement -

สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,575-1,600 จุด โดยตลาดยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น เพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปิดเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลักดันให้บอนด์ยีลด์ทั่วโลกปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 โดยตลาดมองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังสูง อาจกดดันให้ Fed มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนสิงหาคมเร่งขึ้นเป็น 3.3% YoY จาก 2.9% YoY ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน

ขณะที่ตัวเลข US ISM ภาคการผลิตที่รายงานเมื่อคืน ลดลงและต่ำกว่าตลาดคาด อาจเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อยังสูง

โดยรวมมองว่าในระยะสั้น ภาพสินทรัพย์เสี่ยงยังมีโอกาสย่อตัวเพื่อสร้างฐาน จึงแนะนำเพิ่มความระมัดระวัง และเน้นตั้งรับหุ้นกลุ่ม High Yield

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ PTTEP และ KKP

ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายอิหร่านรอบใหม่บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 1 กันยายน ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำที่ขนน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด ทำให้ความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์ดังกล่าวหนุนราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นราว 4-5% และกลับขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สายการบิน ผู้บริโภค และหุ้นที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนสูง ขณะที่เป็นโมเมนตัมบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ เช่น PTTEP และ PTT จากแนวโน้มกำไรที่อาจสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

ครม.สัญจรสงขลาอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 โครงการ วงเงินรวม 1.07 แสนล้านบาท ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569

ขณะเดียวกัน อีก 3 เส้นทางในภาคเหนือและภาคอีสานได้รับความเห็นชอบในหลักการ เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะ CK และ STECON จากโอกาสรับงานใหม่ และ Backlog ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเปิดประมูลงานโครงสร้างพื้นฐาน

ไทยขาดดุลการค้าช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ราว 35.4 พันล้านดอลลาร์ โดยกว่า 72.9% ของการนำเข้าเป็นวัตถุดิบและสินค้าทุน เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ สะท้อนว่าการลงทุนและกิจกรรมภาคการผลิตยังขยายตัว

ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนเพียง 9.2% และหากตัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต พลังงาน และยุทโธปกรณ์ออก ไทยยังเกินดุลการค้าในกลุ่มสินค้าผู้บริโภค 13.3 พันล้านดอลลาร์

ประเด็นนี้เป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตชิ้นส่วน หากการนำเข้าสินค้าทุนสามารถต่อยอดเป็นการลงทุน และเพิ่ม Local Content ในประเทศได้ต่อเนื่อง

US ISM Manufacturing เดือนสิงหาคมลดลงเหลือ 54.6 จุด จาก 55.6 จุด ต่ำกว่าตลาดคาด ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ หรือ New Orders ชะลอตัว และต้นทุนวัตถุดิบ หรือ Input Prices ยังอยู่ในระดับสูง

ส่วน JOLTS เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 7.271 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 7.30 ล้านตำแหน่ง และการจ้างงานใหม่ หรือ Hiring ลดลงแรง แม้ตลาดแรงงานยังไม่ถึงขั้นทรุดตัว โดยตลาดยังให้น้ำหนักโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนราว 66%

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะ Stagflation จากการเติบโตที่ชะลอลง แต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ดังนั้นในระยะสั้น นักลงทุนอาจให้น้ำหนักกับหุ้น Defensive หรือหุ้นปันผลสูงมากขึ้น

หุ้นแนะนำวันนี้

PTTEP
ราคาพื้นฐาน 150.00 บาท

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP

ขณะเดียวกัน อุปสงค์ก๊าซระยะยาวยังแข็งแกร่ง จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความต้องการไฟฟ้าจาก AI ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนต้นน้ำ โดย PTTEP ยังเน้นขยายการลงทุนในต่างประเทศและลดต้นทุน ตั้งเป้าสัดส่วนการผลิตจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2578

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนใช้ Wellhead Platform ซ้ำ ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้สูงสุด 50% ของต้นทุนแท่นผลิต

คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 150.00 บาท โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางถือเป็น Upside Risk ต่อกำไรของ PTTEP

KKP
ราคาพื้นฐาน 150.00 บาท

KKP ปรับเป้า Credit Cost ลงเหลือ 1.3-1.5% ขณะที่ Loan Spread เพิ่มขึ้นเป็น 4.5-4.6% และ Comprehensive ROAE อยู่ที่ 12-13% ได้แรงหนุนจากคุณภาพสินทรัพย์เช่าซื้อที่ดีขึ้น และไม่มีการตั้งสำรองพิเศษ SME ซ้ำ

ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 รายได้อยู่ที่ 876 ล้านบาท มีผู้ใช้ 2.2 ล้านราย และ AUM อยู่ที่ 1.74 แสนล้านบาท ขณะที่ธุรกิจ Prime Brokerage เป็น Growth Option ใหม่ในระยะถัดไป

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 150.00 บาท พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.3% ต่อปี

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News