บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,550-1,580 จุด ตลาดลุ้นฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด แนะนำ STA, DELTA
ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในระยะสั้น แต่ Fund Flow ต่างชาติยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังวานนี้ขายสุทธิหุ้นไทยมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
SET ลุ้นฟื้นในกรอบ 1,550-1,580 จุด
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,559.01 จุด ลดลง 35.29 จุด หรือ -2.21% ถูกกดดันจากแรงขายในกลุ่มธนาคาร ไฟแนนซ์ ค้าปลีก และพลังงาน
นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิสูงถึง 10,735 ล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,580 จุด โดยตลาดมีโอกาสรีบาวด์หลังรับรู้ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด
PCE ต่ำคาด ลดแรงกดดัน Fed ระยะสั้น
PCE สหรัฐฯ เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.4% YoY ขณะที่ Core PCE อยู่ที่ 3.0% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ตัวเลขดังกล่าวช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม และเป็น Sentiment บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ยังมีความสำคัญต่อทิศทางตลาด
น้ำท่วมยังเป็นความเสี่ยงของตลาดไทย
แรงขายหุ้นไทยวานนี้ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลต่อผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจเพิ่ม Downside ต่อประมาณการเศรษฐกิจไทย
ตลาดยังต้องติดตามการบริหารจัดการมวลน้ำเหนือในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยเฉพาะผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
หากสถานการณ์สามารถควบคุมได้และความเสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ลดลง จะช่วยคลายแรงกดดันต่อหุ้น Domestic Play ทั้งค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม
4 ประเด็นลงทุนที่ต้องจับตา
1. Golden Week จีนหนุนท่องเที่ยวไทย
Trip.com Group ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนช่วง Golden Week มีแนวโน้มเดินทางเร็วขึ้นและพักนานขึ้น โดยยอดจองเที่ยวบินไปภูเก็ตเพิ่ม 78% YoY ขณะที่ยอดจองที่พักตั้งแต่ 7 คืนขึ้นไปเพิ่ม 123%
เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นท่องเที่ยว เช่น AOT, AAV, BA, CENTEL และ ERW แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
2. จับตาการบริหารมวลน้ำเหนือ
กรมชลประทานประเมินมวลน้ำเหนือราว 3.4 พันล้านลูกบาศก์เมตรไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และจะปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับน้ำทะเลหนุนและปริมาณฝน
หากควบคุมสถานการณ์ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
3. ไทยเร่งเจรจาการค้าสหรัฐฯ
ไทยอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดด้านการค้ากับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายรักษาอัตราภาษีสินค้าไทยให้อยู่ในระดับไม่เกิน 19% และสามารถแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคได้
หากได้เงื่อนไขตามเป้าหมาย จะเป็น Sentiment บวกต่อ DELTA, HANA, KCE, TU, WHA และ AMATA
4. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 หนุน New S-Curve
รัฐบาลเดินหน้าวางกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยเน้นโครงการ High Impact และ Game Changer เพื่อเพิ่มผลิตภาพ กระจายรายได้ และต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมสู่ New S-Curve
กลุ่มที่มีโอกาสได้ Sentiment บวกในระยะกลางถึงยาว ได้แก่ Food/Pet Food, Technology, Renewable Energy และธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ SME
อย่างไรก็ตาม ผลต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดโครงการ งบประมาณ และการดำเนินนโยบายจริง
หุ้นแนะนำวันนี้
STA
ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท
อุปทานยางโลกยังมีแนวโน้มตึงตัวจากผลผลิตไทยและอินโดนีเซียที่ลดลง ช่วยหนุนวัฏจักรราคายาง
ASP และ Margin มีโอกาสฟื้นในครึ่งหลังปี 2569 โดยคาด ASP เพิ่มจาก 2.1 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมในครึ่งปีแรก เป็น 2.3-2.5 ดอลลาร์ในไตรมาส 3-4
ยอดขายยางตามมาตรฐาน EUDR ยังเป็นอีกปัจจัยหนุนปริมาณขาย
คงราคาเป้าหมาย 26 บาท
DELTA
ราคาเป้าหมาย 300.00 บาท
การปรับฐานที่ผ่านมา ยังมองเป็นเพียงการ Reset ระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler และความต้องการระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนใน Data Center
คาด GPM และกำไรฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2569 หลังแรงกดดันด้านต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product Mix คลี่คลาย
คาดกำไรปกติเติบโตเฉลี่ยราว 32% ในช่วงปี 2569-2571
คงราคาเป้าหมาย 300 บาท
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันพฤหัสบดี
ติดตาม PMI ภาคการผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย รวมถึงผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ
วันศุกร์
จับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนกันยายน ซึ่งตลาดคาดเพิ่มขึ้นราว 90,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
ตัวเลขตลาดแรงงานจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงปลายปี

