HomeStock‘หุ้นไทย’ วันนี้ กรอบ 1,585-1,600 จุด น้ำมันสูง-บอนด์ยีลด์พุ่ง

‘หุ้นไทย’ วันนี้ กรอบ 1,585-1,600 จุด น้ำมันสูง-บอนด์ยีลด์พุ่ง

บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,585-1,600 จุด  ตะวันออกกลางปะทุ ดันน้ำมันเร่งตัว SET เสี่ยงผันผวน แนะนำ DELTA, TOP

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,595.16 จุด เพิ่มขึ้น 6.94 จุด หรือ +0.44% ได้แรงซื้อเด่นจากหุ้นกลุ่มเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นไทยสุทธิ 334 ล้านบาท เป็นการขายสุทธิต่อเนื่องวันที่ 6

สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,585-1,600 จุด โดยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเร่งตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีกันเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 1 เดือน โดยกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะแห่งหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน

- Advertisement -

สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง เพิ่มแรงกดดันต่อประเด็นเงินเฟ้อ

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.758% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาพรวมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดยังรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และการลงทุนใหม่ ๆ ซึ่งอาจช่วยจำกัด Downside Risk ของตลาดได้บางส่วน

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำเพิ่มความระมัดระวังต่อโอกาสปรับฐาน และรอจังหวะย่อเพื่อสะสมหุ้นที่คาดว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 ยังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ DELTA และ TOP

ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

สบน. เปิดเผยข้อเสนอสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านขนาดเล็ก โดยอาจลดขนาดติดตั้งขั้นต่ำจาก 5KW เหลือ 3KW พร้อมเงินอุดหนุนราว 30,000-50,000 บาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้าสูงสุด 1 ล้านครัวเรือน ภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการกลั่นกรองรายละเอียด โดยทุกหน่วยงานต้องยื่นโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และเบิกจ่ายให้เสร็จภายในสิ้นปี 2570 ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop อุปกรณ์ไฟฟ้า และผู้รับเหมาติดตั้ง จากโอกาสเร่งอุปสงค์ภาคครัวเรือน หากโครงการได้รับอนุมัติและเดินหน้าเต็มรูปแบบ

TTB และ DBS ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน Wealth Management โดยจะทยอยโอนพอร์ตการลงทุนสกุลเงินบาทของลูกค้า DBSVT มายัง ttb wealth ภายใต้ความยินยอมของลูกค้า และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2570

นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดนำผลิตภัณฑ์ลงทุนระดับโลกของ DBS มาเสนอแก่ลูกค้า TTB เพื่อขยายฐานลูกค้า HNW และเพิ่มทางเลือกการลงทุนต่างประเทศ ประเมินเป็นบวกต่อ TTB ในเชิงกลยุทธ์ จากโอกาสเพิ่ม AUM รายได้ค่าธรรมเนียม และ Cross-selling ในธุรกิจ Wealth Management

สศก. สรุปต้นทุนผลิตข้าวโพดและเสนอราคาเป้าหมายที่ 7.15 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่ 7.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนข้าวโพดนำเข้าปัจจุบันสูงถึงราว 10.80 บาทต่อกิโลกรัม

ประเด็นนี้ทำให้เกิดแรงกดดันให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนนโยบายนำเข้าและโครงสร้างราคาข้าวโพดใหม่ ขณะที่ภาคอาหารสัตว์ยังเรียกร้องให้รัฐลดข้อจำกัดมาตรการ 3:1 และไม่ผลักภาระต้นทุนให้เอกชนฝ่ายเดียว

ประเมินเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอาหารสัตว์ เช่น CPF, GFPT และ TFG หากรัฐไม่ปรับราคาข้าวโพดขั้นต่ำขึ้นเป็น 7.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังต้องติดตามนโยบายนำเข้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบ

PMI ภาคการผลิตจีนเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 49.8 จุด แม้ดีขึ้นจาก 49.2 จุดในเดือนมิถุนายน แต่ยังอยู่ในระดับหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ GDP ไตรมาส 2/2569 ชะลอลงเหลือ 4.3% ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดคาดหวังมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากจีน ทั้งด้านการคลังและการเงิน แม้อาจออกมาในขนาดจำกัด ประเมินเป็นกลางถึงลบเล็กน้อยต่อหุ้น China Play เช่น กลุ่มปิโตรเคมีในระยะสั้น แต่หากจีนออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม จะเป็น Catalyst เชิงบวกต่อกลุ่มดังกล่าว

หุ้นแนะนำวันนี้

DELTA
ราคาพื้นฐาน 300.00 บาท

การปรับฐานของ DELTA ประเมินว่าเป็นเพียงการรีเซ็ตระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของกลุ่ม Hyperscaler ที่เร่งตัว และความต้องการระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนต่อ Rack ที่สูงขึ้น

คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product Mix เริ่มคลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติเติบโตเฉลี่ย หรือ CAGR ราว 32% ในช่วงปี 2569-2571

ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 300.00 บาท หลัง Valuation น่าสนใจขึ้นจากการปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER ล่วงหน้าราว 78 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 92 เท่า

TOP
ราคาพื้นฐาน 75.20 บาท

ค่าการกลั่นในช่วงไตรมาส 3/2569 คาดว่ายังได้แรงหนุนจากการหยุดชะงักของโรงกลั่นในรัสเซีย ซึ่งช่วยชดเชยปัจจัยตามฤดูกาล

ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ขึ้น 62% และ 39% ตามลำดับ สอดคล้องกับการปรับสมมติฐานค่าการกลั่นในปี 2569 และ 2570 เป็น 20.9 ดอลลาร์ และ 10.3 ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ 15.0 ดอลลาร์ และ 8.3 ดอลลาร์ ตามลำดับ

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 75.20 บาท ขณะที่ Valuation ปัจจุบันซื้อขายบริเวณ PBV 0.6 เท่า

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News