HomeSpecial Issueการประชุมใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีน  เหตุการณ์สำคัญชี้ชะตาหุ้นจีนจะกลับมาได้หรือไม่ในปี 2022

การประชุมใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีน  เหตุการณ์สำคัญชี้ชะตาหุ้นจีนจะกลับมาได้หรือไม่ในปี 2022

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™  Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ในทุก ๆ 5 ปีจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในประเทศจีน คือการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่จะมีการเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งในการประชุมครั้งถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะถือเป็นอีกหนึ่งการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ เพราะจะเป็นการยืนยันการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง หลังจากได้มีการแก้กฎเกณฑ์ให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัยได้  

โดยในปี 2022 นี้ ถือเป็นปีที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างใหญ่หลวง จากการที่จีนเลือกที่จะใช้นโยบาย Zero Covid Policy และได้มีผลกระทบที่ตามมาทั้งในแง่มุมของเศรษฐกิจและสังคมที่ประชาชนบางส่วนเริ่มไม่พอใจกับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนาน 

- Advertisement -

และถึงแม้จะยิ่งเข้าใกล้การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีน จะยังคงยึดมั่นในนโยบาย Zero Covid Policy โดยไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งทางการจีนยังคงพร้อมที่จะประกาศมาตรการ Lockdown เมืองที่มีการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เห็นได้จากการ Lockdown เมืองเฉิงตูที่มีประชากรอาศัยอยู่สูงถึงกว่า 21 ล้านคนในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา  

ด้านตลาดหุ้นจีนในปี 2022 นี้ได้รับปัจจัยลบจากทั้งภายในและภายนอก ทำให้ดูเหมือนว่าการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเป็นความหวังเดียวที่เหลือในช่วงปลายปีนี้ โดยนักลงทุนต่างคาดหวังว่า ในการประชุมหลังจากยืนยันการรับตำแหน่งสมัยที่ 3 ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแล้ว จะมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม รวมถึงการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ที่น่าจะมีการสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้น เพื่อทำให้ช่วงการขึ้นดำรงตำแหน่งอีกครั้งของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเกิดความสงบเรียบร้อยและมีความสง่างาม 

โดยหากดูจากข้อมูลในอดีตที่มีการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ตลาดหุ้นจีนมักจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยดัชนี HSCEI index หรือ H-Shares ซึ่งเป็นดัชนีของหุ้นบริษัทจีนที่ทำการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 เดือนก่อนจะมีการประชุมเฉลี่ย 20% (ข้อมูลจากการประชุมตั้งแต่ปี 1997 – 2017 จาก Bloomberg และ  TISCO Economic Strategic Unit)  

อย่างไรก็ดี ในปี 2022 นี้ ถึงแม้จะเข้าใกล้การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ผลตอบแทนของหุ้นตลาดหุ้นจีนยังคงปรับตัวลดลง โดยดัชนี HSCEI Index ปรับตัวลดลงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราว 14% (ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2022) จากแรงกดดันทั้งจากประเด็นการดำเนินนโยบาย Zero Covid Policy ของรัฐบาลจีนและประเด็นความกังวลในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงกดดันตลาดหุ้นจีนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (FED) ที่ยังคงเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ 

โดยนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs เริ่มออกมาประเมินว่า ในปี 2022 นี้ตลาดหุ้นจีนอาจไม่ได้รับแรงหนุนจากการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะปัจจัยลบต่าง ๆ ที่รุมเร้านั้นต่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งก่อน ๆ อย่างไรก็ดี ผลดีที่ตลาดหุ้นจีนจะได้รับจากการประชุมอาจเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งสามารถคาดหวังได้ว่าการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลจีนจะลดความไม่แน่นอนลง รวมถึงการดำเนินนโยบายในด้านต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องจากนโยบายเดิม ซึ่งทิศทางของนโยบายของทางการจีนในช่วงเข้าใกล้การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทั้งทางนโยบายทางการเงินและการคลัง รวมถึงลดท่าทีกดดันที่มีต่อบริษัทเทคโนโลยีที่เคยเข้มงวดก่อนหน้านี้ เห็นได้จากการประกาศสนับสนุน Platform Economy ของบุคคลสำคัญในรัฐบาลจีน รวมถึงการอนุมัติเกมออกใหม่มาอย่างต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา หลังจากยุติการออกเกมใหม่มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 

ด้านการสนับสนุนการลงทุนรัฐบาลจีนน่าจะดำเนินนโยบายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 14 ที่ใช้ตั้งแต่ในปี 2021 จนถึงปี 2025 หรืออีกว่า 3 ปีข้างหน้า โดยธุรกิจที่ยังคงมุ่งเน้นสนับสนุนคือพลังงานสะอาด การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันกับสหรัฐฯ ทั้งการลงทุนใน Biotechnology และการลงทุนใน Semiconductors ซึ่งที่ผ่านมา ถึงแม้รัฐบาลจีนจะสนับสนุนการลงทุนในด้านเหล่านี้อย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้มาตรการสนับสนุนต่าง ๆ อาจต้องมีการหยุดชะงักลงบ้างตามสถานการณ์ โดยการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนคาดว่า จะมีการทบทวนว่านโยบายที่อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีนฉบับที่ 14 ในด้านต่าง ๆ ถูกพัฒนาไปถึงขั้นใดแล้ว และจากผลกระทบที่เกิดจาก COVID-19 อาจทำให้ทางการจีนประกาศสนับสนุนลงทุนอุตสาหกรรมที่อยู่ในแผนพัฒนาฉบับที่ 14 เพิ่มเติมจากเดิม 

และสุดท้ายนโยบาย Zero Covid Policy ที่ถึงแม้ทางการจีนน่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าทีไปจากเดิม แต่สุดท้ายแล้วทางการจีนก็รู้ดีว่า ทางออกของปัญหาในท้ายที่สุด คือการนำวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมมาใช้ ซึ่งจากรายงานข่าวระบุว่า มีวัคซีนบางบริษัทของจีนที่ผลิตโดยเทคโนโลยี mRNA กำลังอยู่ในช่วงทดลองเฟส 3 รวมถึงรายงานข่าวที่ CEO ของบริษัท Moderna ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังเจรจาเพื่อขายวัคซีนของบริษัทให้กับจีน ซึ่งถึงแม้ผลการเจรจายังไม่สำเร็จ แต่หากรายงานข่าวดังกล่าวเป็นความจริงก็มีความเป็นไปได้ว่า หากรัฐบาลจีนทนรอวัคซีน mRNA ที่ผลิตโดยบริษัทของประเทศตัวเองไม่ไหว การใช้วัคซีนจากบริษัทของชาติคู่แข่งสำคัญอย่างสหรัฐฯ อาจเป็นทางเลือกสำรองขั้นสุดท้ายที่ทางการจีนเตรียมไว้เพื่อจะได้หลุดจากการใช้นโยบาย Zero Covid Policy ในปี 2023 

โดยสุดท้ายแล้วถึงแม้ในปีนี้การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจจะไม่ได้ส่งผลบวกต่อหุ้นจีนอย่างทันทีทันใดเหมือนกับการประชุมครั้งก่อน ๆ ในอดีต แต่การประชุมในครั้งนี้ที่จะเป็นการแต่งตั้งประธานาธิบดีสีจิ้นผิงขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 น่าจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการดำเนินนโยบายที่พร้อมจะส่งผลบวกกับตลาดหุ้นมากขึ้นโดยที่ลดความผันผวนและความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายลง ซึ่งก็คงจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจีนอยากเห็นมากที่สุดในช่วงการดำรงตำแหน่งอีกครั้งของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News