HomeSpecial Issueเลือกกองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF อย่างไร?...ให้ตรงเป้าหมาย

เลือกกองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF อย่างไร?…ให้ตรงเป้าหมาย

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี ก็ถึงเวลาที่นักลงทุนที่ต้องการจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านกองทุนรวมจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งทางเลือกการลงทุนในปัจจุบันนั้นมีหลากหลาย ทั้งหลายสินทรัพย์และหลายภูมิภาค เนื่องจากข้อกำหนดของกองทุน SSF และ RMF นั้น สามารถลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ได้ ซึ่งต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่กำหนดให้มีการลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 เท่านั้น ทำให้ในช่วงตั้งแต่ปี 2020 ทีี่่นักลงทุนไม่สามารถลงทุนใน LTF ได้แล้วนั้น การเลือกลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีว่าจะเลือกลงทุนในกองทุนไหนจึงทำได้อยากมากขึ้น โดยในบทความนี้เราจะนำเสนอแนวคิดในการเลือกกองทุน SSF และ RMF ซึ่งนอกจากจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังจะสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการลงทุนให้บรรลุถึงเป้าหมายอีกด้วย

ลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้

- Advertisement -

            แน่นอนว่าอย่างแรกที่ต้องทำคือ การประเมินความเสี่ยงที่รับได้จากการลงทุนของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้การลงทุนในกองทุน LTF เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป็นการลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลักเท่านั้น ทำให้นักลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่มีทางเลือกมากนัก แต่สำหรับกองทุน SSF ที่พึ่งจะก่อตั้งในปี 2020 และกองทุน RMF เดิมที่มีอยู่แล้วนั้น กำหนดให้มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย นั่นหมายความว่าสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นแต่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจเลือกกองทุน SSF หรือ RMF ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งก็จะทำให้ลงทุนได้ตรงกับความเสี่ยงและเป้าหมายของตัวเอง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น นอกจากนั้นหากต้องการขยับเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น 100% ก็สามารถเลือกกองทุน SSF หรือ RMF ที่เป็นกองทุนผสมและมีสัดส่วนการลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้นได้

มองภาพการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก

            แต่สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นได้นั้น เนื่องด้วยกองทุนรวมที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทั้งกองทุน SSF และ RMF เป็นการลงทุนในระยะยาว โดยกองทุน SSF ต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ส่วน RMF ก็ต้องลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีและยาวไปจนถึงอายุครบ 55 ปี นั่นหมายความว่า การตัดสินใจในการเลือกลงทุนในกองทุน SSF และ RMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศควรพิจารณาถึงผลตอบแทนระยะยาวและภาพการลงทุนที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นหลัก ตัวอย่างง่ายๆ ที่สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนคือ ภาพในระยะสั้นตั้งแต่ต้นปีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Growth ในต่างประเทศ เช่น กลุ่มเทคโนโลยี มีความผันผวนและบางช่วงระยะเวลาผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่ม Old Economy เช่น กลุ่มการเงิน แต่หากจะลงทุนระยะยาวเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนั้น แน่นอนกว่ากลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูงอย่างเทคโนโลยี ยังมีโอกาสเติบโตได้ดีมากเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มอื่นๆ

กระจายความเสี่ยงในการลงทุน

            ย้อนภาพกลับไปในอดีตสมัยที่เรายังสามารถลงทุนลดหย่อนภาษีผ่านกองทุนรวม LTF ซึ่งมีข้อจำกัดคือทุกกองทุนต้องมีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ส่งผลให้การกระจายความเสี่ยงอาจจะทำได้ไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันกองทุน SSF ที่มาแทนที่ มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายทั้งหลายสินทรัพย์และหลายภูมิภาค ดังนั้น เราสามารถเลือกการลงทุนกระจายความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับกองทุน RMF ที่กำหนดให้นโยบายการลงทุนนั้นสามารถลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ได้ นั่นหมายความว่าเราก็สามารถกระจายความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในปัจจุบันกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศทั้ง SSF และ RMF มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย การพิจารณาลงทุนนอกเหนือจากการลงทุนในหุ้นไทยเพียงอย่างเดียวก็ถือเป็นตัวเลือกที่ควรกระจายมาลงทุน

พิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังกองทุน SSF จากกองทุนเดิมที่นโยบายการลงทุนเหมือนกัน

            สำหรับการพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการลงทุนนั้น สำหรับกองทุน SSF ที่เพิ่งมีขึ้นในปี 2020 อาจทำให้แต่ละกองทุนไม่มีผลตอบแทนย้อนหลังให้ใช้ในการพิจารณา แต่ที่จริงแล้วกองทุน SSF ของแต่ละ บลจ. มักจะเป็นการออกกองทุน SSF ที่อ้างอิงจากกองทุนทั่วไปเดิมที่เคยมีอยู่ หรือแยก Class (ชนิดหน่วยลงทุน) ของกองทุนออกมาเป็น Class SSF เราจึงสามารถดูผลตอบแทนย้อนหลังจากกองทุนทั่วไปเดิมที่เคยมีอยู่แล้วในการประกอบการตัดสินใจ นอกจากนั้น กองทุนที่ SSF ที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศยังสามารถใช้กองทุนหลักในต่างประเทศหรือ Master Fund ในการใช้พิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อีกวิธีหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องอย่าลืมด้วยว่าผลตอบแทนในอดีตนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อเราลงทุน                ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือแนวคิดในการเลือกการลงทุนกองทุน SSF และ RMF ที่นักลงทุนสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News