Home Special Issue 7 วิธีรู้ทันโจรไซเบอร์ ป้องกันสูญเงินยุคไอที

7 วิธีรู้ทันโจรไซเบอร์ ป้องกันสูญเงินยุคไอที

ในช่วงนี้มีเรื่องราววุ่นๆสำหรับคนใช้สมาร์ทโฟนอีกแล้ว โดยเฉพาะบรรดาแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้งแอปฯธนาคาร โมบายแบงก์กิ้ง แอปฯอี-วอลเล็ท หรือแม้แต่แอปฯซื้อสินค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ที่ถ้าไม่แอปฯล่ม ระบบขัดข้อง ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว โอนเงินไม่ได้รับเงินแล้ว บางคนถึงขั้นถูกแฮก ถูกเจาะระบบกันเลย ซึ่งในกลุ่มหลังนี้ได้เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว พอเข้ามาเช็กรายการเดินบัญชี ถึงกับช็อก! เพราะเงินได้ถูกโอนออกไปหลายรายการ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

การแฮก หรือเจาะระบบ ไม่ได้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก แต่ในช่วงเวลานี้ระบบเทคโนโลยีของไทยก้าวหน้าล้ำยุคไปมาก ทำให้เกิดแอปพลิเคชั่นต่างๆมากมาย เพื่อเข้ามาอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน แต่เมื่อผู้ใช้งานสะดวก ก็อาจมีช่องโหว่ของระบบที่ให้มิจฉาชีพ หรือเหล่าแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ได้ระวัง!

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเรานั้นตกเป็นเหยื่อของ “แฮกเกอร์” ต้องพึงระวังไว้ 1.ควรเลือกติดตั้งแอปพลิเคชั่นใด ๆ ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปว่ามีความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยต้องหลีกเลี่ยงแอปฯที่ติดตั้งจากไฟล์หรือแหล่งที่มาอื่นใด นอกเหนือจากอย่างเป็นทางการ เช่น บน App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น

- Advertisement -

2.ไม่ควรโหลดแอปพลิเคชั่นที่ไม่น่าไว้ใจ หรือมาจากแหล่งอื่น เช่น ข้อความ sms บนสมาร์ทโฟน , จากเว็บไซต์ที่ส่งมาเป็นลิงก์ , จากอีเมล ซึ่งวิธีตรวจสอบให้ดูชื่อของผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นว่า มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จักหรือไม่

3.ควรอัปเดตแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ เพราะจะทำให้แอปฯนั้น มีความใหม่ มีซอฟต์แวร์ที่ได้รับการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ และอาจมีการอัปเดตจุดด้อย ปิดกั้นช่องโหว่ให้เหล่าแฮกเกอร์เจาะระบบเข้ามาได้อีกด้วย

4.ไม่ควรบอกรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชั่นกับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะแอปฯที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น โมบายแบงก์กิ้ง , แอปฯบัตรเครดิต , แอปฯอี-วอลเล็ท หรือ อี-มันนี่ เป็นต้น และไม่ควรจดบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟน เพราะถ้าหากโจรได้สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไป จะทราบรหัสเข้าแอปฯโมบายแบงก์กิ้ง โอนเงินออกได้อย่างสบาย ๆ

5.ควรตั้งรหัสแอปพลิเคชั่นซับซ้อน เดายาก แต่จำง่าย ซึ่งไม่ควรใช้อย่างยิ่ง คือ วันเดือนปีเกิด , ชื่อจริง , ตัวเลขเรียง หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน เพราะจะทำให้เดาได้ง่ายเอามาก ๆ และควรตั้งรหัสมีทั้งตัวอักษร และตัวเลข ผสมกัน ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือน

6.ไม่ควรล็อกอินอัตโนมัติไว้ตลอดเวลา เช่น บน Facebook หรือ อีเมล เพราะอาจจะทำให้เข้าไปดูข้อมูลส่วนตัว และอาจนำบัญชีของเราไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีก และยิ่งปัจจุบันมีบางแพลตฟอร์มที่ผูกไว้กับบัญชีชำระเงิน อาจทำให้สูญเงินได้ไม่รู้ตัว ฉะนั้นควรล็อกเอาท์ออกจากระบบทุกครั้งที่ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

7.ควรรีบแจ้งผู้ให้บริการโดยด่วน เมื่อรู้ตัวว่าพบสิ่งผิดปกติรายการเดินบัญชีทางด้านการเงิน เช่น เงินถูกโอนออกไปโดยที่ไม่ใช่ตนเองทำรายการ ก็ควรรีบติดต่อเพื่ออายัด หรือระงับธุรกรรม เพื่อให้ผู้ให้บริการตรวจสอบและคืนเงิน ฉะนั้นควรหมั่นเช็กรายการอยู่เสมอ ๆ หรือเลือกสมัครแจ้งเตือนเมื่อมีธุรกรรมโอนเงินเข้า-ออก จะได้รับทราบทุกความเคลื่อนไหว จะได้รู้ไว รู้ทัน ไม่เสียเงินเสียทองไปมากกว่าเดิม

ดังนั้น เมื่อเราอยากจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำยุคล้ำสมัย เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต เราก็ควรรู้จักป้องกันและเรียนรู้วิธีรับมือภัยไซเบอร์ที่นับวันยิ่งอันตรายมากขึ้น เราต้องกลายเป็นคนที่ “รู้ทันโจร” จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ!

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News