HomeSpecial Issueเปิดรายงาน กนง. จี้คุมระบาด เร่งฉีดวัคซีนเยียวยา พยุงเศรษฐกิจ

เปิดรายงาน กนง. จี้คุมระบาด เร่งฉีดวัคซีนเยียวยา พยุงเศรษฐกิจ

“ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)” รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2564 วันที่ 4 สิงหาคม 2564 เผยแพร่ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2564 โดยมีกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ประธาน) นายเมธี สุภาพงษ์ (รองประธาน) นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน นายรพี สุจริตกุล นายสมชัย จิตสุชน และนายสุภัค ศิวะรักษ์ ส่วนกรรมการที่ลาประชุม คือ นายคณิศ แสงสุพรรณ

โดยในที่ประชุม กนง. ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในช่วงข้างหน้าต้องเจอความเสี่ยงจากโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลง รวมถึงความล่าช้าในการกระจายวัคซีน ทำให้ปัญหาสาธารณสุขยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น และให้ติดตามฐานะทางการเงินของธุรกิจ เช่นในภาคบริการที่เปราะบางมากขึ้น ทำให้นำไปสู่การปิดกิจการและเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านข้อจำกัดการผลิต โดยเฉพาะการระบาดในโรงงานและการขาดแคลนวัตถุดิบชั่วคราวที่คาดว่าจะคลี่คลายได้ในครึ่งแรกปี 65 อาจรุนแรงยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของไทยมากกว่าที่คาดไว้ ขณะที่เสถียรภาพระบบการเงินมีแนวโน้มเปราะบางมากขึ้น โดยการระบาดระลอกล่าสุดได้ซ้ำเติมให้รายได้และฐานะทางการเงินลูกหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เปราะบางอยู่เดิมให้แย่ลงไปอีก ส่งผลให้ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงในการชำระหนี้ มีแนวโน้มเพิ่มขค้น อย่างไรก็ตามยืนยันธนาคารพาณิชย์มีฐานะการเงินมั่นคงสามารถรองรับคุณภาพสินเชื่ออาจด้อยลงในอนาคต จึงทำให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินในภาพรวมยังมีจำกัด

- Advertisement -

ทั้งนี้โจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจในปัจจุบัน คือ การเร่งควบคุมการระบาดและป้องกันการระบาดของโรค โดยเฉพาะการเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงทันการณ์ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยให้อยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ และสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาฟื้นตัว

ขณะที่มาตรการการคลังควรเร่งเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น โดยดูแลการจ้างงานและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในจุดที่เปราะบางอย่างเพียงพอและทันการณ์ โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอาจปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสูงกว่าเพดานหนี้ที่ 60% แต่จะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลัง หากเงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงในระยะสั้น รวมถึงใช้เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย จะเอื้อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในระยะยาวปรับลดลง

ส่วนนโยบายการเงิน ต้องสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง ด้านการเงินและสินเชื่อ ควรเร่งปรับปรุงให้มีประสิทธิผลและเกิดผลเป็นวงกว้างขึ้น แม้ที่ผ่านมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น และมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือนจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ได้บางส่วน แต่การระบาดระลอกล่าสุดมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าคาด จึงต้องเร่งกระจายสภาพคล่องเพิ่มเติม และผลักดันให้สถาบันการเงินลดภาระหนี้แก่ลูกหนี้อย่างเป็นธรรม เช่น การเลือกวิธีปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการะชำระหนี้ในระยะยาว เป็นต้น ขณะเดียวกันจะต้องติดตามเงินบาทต่อเนื่องด้วย เพราะเงินบาทผันผวนมากขึ้นและมีแนวโน้มอ่อนค่ากว่าเงินสกุลภูมิภาคตามปัจจัยในประเทศ จึงให้ติดตามตลาดเงินโลกใกล้ชิด เพื่อดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพและไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของธุรกิจ รวมถึงเร่งผลักดันนโยบายปรับระบบนิเวศอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อปรับโครงสร้างเงินบาทในระยะยาว ซึ่งเห็นว่าการส่งเสริมให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันของไทยออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจะช่วยสนับสนุนเงินทุนเคลื่อนย้ายขาออกและทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายของไทยไหลเข้าออกอย่างสมดุล

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News