Home Special Issue เทียบโครงการรัฐแจกเงิน คนละครึ่ง สุดปัง! ลุ้นรัฐต่อเฟส 2 กระทุ้งเม็ดเงินบูทเศรษฐกิจไทย

เทียบโครงการรัฐแจกเงิน คนละครึ่ง สุดปัง! ลุ้นรัฐต่อเฟส 2 กระทุ้งเม็ดเงินบูทเศรษฐกิจไทย

เสียงตอบรับดีอย่างน่าเหลือเชื่อสำหรับ “คนละครึ่ง” โครงการจากทางรัฐบาล เพราะไม่ว่าจะเดินไปตรอกซอกซอย ทุกแห่งหน ถนนริมทาง ก็จะเจอะเจอกับ ร้านค้าที่รับจ่ายเงินตามโครงการคนละครึ่ง แม้ว่าขั้นตอนการลงทะเบียนอาจติดขัดบ้างบางจังหวะ เนื่องด้วยผู้ที่ต้องการลงทะเบียนสิทธิคนละครึ่งมีจำนวนมากจริง!

วัตถุประสงค์ของโครงการคนละครึ่ง กระทรวงการคลัง ตั้งใจจะให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ ที่พบชีพจรแผ่วบางลง เพราะผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้สัญญาณชีพเศรษฐกิจปลายปีอาจดิ่งเหวได้ หากไม่คิดทำอะไรสักอย่าง

“โครงการคนละครึ่ง” ถูกต่อยอดมาจาก “โครงการชิมช้อปใช้” เมื่อช่วงเดือนก.ย.62 ถึงเดือนม.ค.63 ตั้งงบประมาณไว้ไม่เกิน 19,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นมีผู้ใช้สิทธิกว่า 11 ล้านคน และมีร้านค้าที่มีผู้ใช้สิทธิกว่า 100,000 ร้านค้า โดยกระทรวงการคลังได้รายงานว่า ชิมช้อปใช้ ได้เกิดเงินหมุนเวียนสูงถึง 28,800 ล้านบาท และถูกกระจายไปทั่วภูมิภาคในทุกจังหวัด ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศ หรือจีดีพีไทยขยายตัวเพิ่ม 0.1-0.3% ทำให้มีความคึกคักทางด้านจับจ่ายใช้สอย

- Advertisement -

พอขึ้นศักราชใหม่ในปี 63 ประเทศไทยได้เจอกับหายนะทางด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จากไวรัสโควิด-19 ได้แพร่เชื้อกระจายจนทำให้รัฐบาลต้องงัดไม้เด็ดสกัดเชื้อให้คนไทย อยู่บ้าน และหยุดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งนั่นหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย จนห้างร้านน้อยใหญ่ ร้านริมทาง ก็พลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย ไม่เพียงเท่านั้นสิ่งที่กระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้น คนตกงาน เพราะร้านค้าต่าง ๆได้ปิดกิจการลง

ซึ่งในท้ายที่สุด รัฐบาลต้องหวังพึ่งตัวเลือกเดียว คือ การเยียวยา และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้น ผ่านการเติมเงินในกระเป๋า เปรียบได้กับจะต้องทำอย่างไรให้คนมีเงินใช้ และกลับมามีความเชื่อมั่นที่จะใช้จ่ายมากขึ้น จึงเกิดโครงการต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “โครงการเราไม่ทิ้งกัน” แจกเงินให้กับคนอาชีพอิสระ คนละ 5,000 บาทนาน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเม.ย.จนถึงมิ.ย.63 ใช้เงินงบประมาณไม่เกิน 240,000 ล้านบาท

แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องด้วยความช่วยเหลืออาจไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่จะช่วยเหลือ และคนที่อยู่ในระบบภาษีซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งเงินเข้าเป็นรายได้แผ่นดินกลับถูกเมินเฉย แต่ด้วยความเป็นจริง รัฐบาลต้องการให้เงินที่แจก 5,000 บาทถึงมือแม่ค้าที่ถูกระทบจากการล็อกดาวน์ เพื่อเยียวยา และปลอบใจช่วงที่ขาดรายได้ในขณะนั้น

เช่นเดียวกับ “มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน” ที่ให้สิทธิกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวในประเทศโดยมีรัฐบาลช่วยจ่ายให้ 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทโดยใช้งบประมาณ 22,400 ล้านบาท แต่ปรากฎผลว่าคนใช้สิทธิน้อยกว่าที่คาดมาก เนื่องจาก 1.ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่กล้าออกไปเที่ยว 2.โรงแรมที่พักฉกฉวยขึ้นราคาค่าห้อง 3.โรงแรมเข้าร่วมโครงการมีตัวเลือกค่อนข้างน้อย 4.ติดขัดเรื่องระบบ กระบวนการยับมีความยุ่งยาก ทำให้เวลาล่วงเลยผ่านมาหลายเดือนแต่สิทธิกลับถูกใช้ไปเพียงครึ่ง จากทั้งหมด 5 ล้านห้อง 5 ล้านคืน

แต่สิ่งที่จะพอดูเป็นหน้าเป็นตา และมีเสียงตอบรับจากทั้งประชาชน และผู้ประกอบการได้ดีที่สุด คือ “โครงการคนละครึ่ง” ซึ่งถือเป็นโครงการสุดปัง! และถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับคนใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านสิทธิที่รัฐบาลและประชาชนแบ่งจ่ายซื้อสินค้าและบริการกันคนละครึ่ง 50:50 แต่รัฐให้ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และรวมตลอดโครงการไม่เกิน 3,000 บาท ให้ 10 ล้านคน เป็นงบประมาณ 30,000 ล้านบาท

ฟากฝั่งรัฐบาลต้องการให้โครงการ คนละครึ่ง เป็นแรงสนับสนุนให้คนในประเทศได้นำเงินออกมาใช้จ่ายหมุนเวียน อาศัยจังหวะที่คนไทยไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างแดนได้ โดยเห็นว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ยังพอมีกำลังจะช่วยเหลือประเทศชาติในยามวิกฤตินี้ได้ เหมือนกับอีกมาตรการคือ “ช้อปดีมีคืน” นำมาหักลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงได้เต็มที่แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

สำหรับโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 11 พ.ย. มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 11,000 ล้านบาท ถือได้ว่ามีความคึกคึก จน “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกปากชม ทำให้ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นปลื้ม รับลูกจัด “คนละครึ่งเฟส 2” ให้ทันที! แต่รายละเอียดยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จะเพิ่มสิทธิให้หรือไม่ หรือจะปรับเพิ่ม-ลดวงเงิน แต่ที่แน่ชัดคงจะเพิ่มระยะเวลาใช้จ่ายให้นานขึ้น ยาวไปจนถึงต้นปี 64 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องจากปีนี้

โดย “ธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินมาตรการช้อปดีมีคืน และโครงการคนละครึ่ง จะกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ 100,000 ล้านบาท เป็นเงินหมุนเวียนคนละครึ่ง 60,000 ล้านบาท ซึ่งหากภาครัฐมีโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ขึ้นมา จะทำให้เงินหมุนเวียนลงเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 64 ทันที 60,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสดใสขึ้นมาทันตา

แต่ยังต้องติดตามโครงการสุดปัง! “คนละครึ่งเฟส 2” ว่ารูปร่างหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ซึ่งเชื่อว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน เพราะเหล็กต้องตีตอนร้อน เช่นเดียวกับกระแส คนละครึ่ง ต้องเริ่มในตอนนี้ ก่อนบรรยากาศจะซา โดยต้องทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วให้ได้!

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News