HomeSpecial Issueรู้มั้ย! ไม่จ่ายหนี้แค่ครั้งเดียว จะเกิดผลเสียอะไรกับตัวเราบ้าง

รู้มั้ย! ไม่จ่ายหนี้แค่ครั้งเดียว จะเกิดผลเสียอะไรกับตัวเราบ้าง

ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ยากลำบากกับเงินในกระเป๋าของเรา การจ่ายหนี้ให้เป็นปกติคงเป็นไปได้ยากมากทีเดียว สิ่งสำคัญคือการเจรจาพูดคุยกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของเรา เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับการจ่ายหนี้ ไม่เกิดการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น แต่หากเราผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมาแค่เพียง 1 ครั้ง รู้หรือไม่ว่าจะเกิดผลเสียอย่างไรกับตัวเราบ้าง?

-ค่าติดตามทวงถามหนี้

เคยไหมที่ไม่ได้จ่ายหนี้ในระยะเวลาที่กำหนดของรอบบิลนั้น ๆ จะมีสายตรงต่อมาที่เบอร์โทรศัพท์ของเราเพื่อโทรมาทวงถามหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ หากเราไม่จ่ายก็จะโทรมาอีก ซึ่งในการโทรเพื่อทวงถามหนี้ทุกครั้งของสถาบันการเงิน หรือธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เรียกว่า ค่าติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งจะถูกทบไปในรอบบิลถัด ๆ ไป

- Advertisement -

-ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ

ปกติหนี้ไม่ว่าจะหนี้บัตรเครดิต บ้าน รถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล จะมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่กำหนดไว้แต่เดิมอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้อย่างหนี้บัตรเครดิต จะมีดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายเพิ่มเติม เป็นค่าปรับที่ไม่ได้ชำระหนี้ในระยะเวลาที่กำหนด

-มีประวัติและเครดิตทางการเงินที่ไม่ดี

การผิดนัดชำระหนี้ 1 ครั้งจะส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินของเรา และจะทำให้เวลาเราไปทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ก็จะถูกสถาบันการเงินหรือธนาคารตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด ซึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณาตามที่สถาบันการเงินกำหนดไว้

-โดนฟ้องร้อง

ขั้นร้ายแรงที่สุดของการผิดนัดชำระหนี้คือการถูกฟ้องร้อง หากเรามีการค้างชำระหนี้เป็นระยะเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินหรือธนาคารจะทำเรื่องฟ้องร้องคดีแพ่ง ดำเนินคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้คืน และอาจจะถูกตัดสินให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายได้

คงเห็นกันแล้วว่าการผิดนัดชำระหนี้ 1 ครั้ง ส่งผลกระทบอะไรบ้างต่อตัวเรา แต่หากใครที่เจอทางตัน หาทางออกไม่เจอ มาลองดูแนวทางการจัดการหนี้สินเพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้กัน

-ลดอัตราดอกเบี้ย

หากใครที่ได้รับผลกระทบในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เช่น โดนลดเงินเดือน 6 เดือน และเดือนต่อไปกลับมาเป็นปกติ อาจจะยื่นขอลดอัตราดอกเบี้ยต่อสถาบันการเงินในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายลดลง

-ยืดระยะเวลาการชำระหนี้

คือการขยายเวลาในการชำระหนี้ หากใครที่เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ รายได้ลดลง หรือถูกลดเงินเดือน ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้แบบเดิม ก็อาจจะทำเรื่องต่อสถาบันการเงินเพื่อขอขยายเวลาการชำระหนี้ แต่การขยายเวลาก็จะทำให้เราเป็นหนี้นานขึ้น แม้จะมีรายจ่ายหนี้ลดลง แต่สิ่งที่จะตามมาคือดอกเบี้ยที่ถูกทบต้น ทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน

-รีไฟแนนซ์

คือการทำเรื่องขอสินเชื่อกับสถาบันแห่งใหม่ หากใครที่มีหนี้หลายก้อนก็สามารถรวมหนี้ทั้งหมดเป็นก้อนเดียว ก็ถือเป็นการลดภาระหนี้ลงได้เช่นกัน

การผิดนัดชำระหนี้เพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อประวัติทางการเงินของเราได้ ดังนั้นหากประเมินแล้วว่าเรากำลังมีความเสี่ยงที่จะจ่ายหนี้ไม่ไหว ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินหรือธนาคารที่ขอสินเชื่อ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับโครงสร้างหนี้โดยเร็วที่สุด

(ที่มา : เครดิตบูโร , ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน)

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News