HomeSpecial Issue‘ผู้ว่าการธปท.’ ส่งจม.เปิดผนึกถึง ‘รมว.คลัง’ แจงเงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมาย สาเหตุเพราะอะไร?

‘ผู้ว่าการธปท.’ ส่งจม.เปิดผนึกถึง ‘รมว.คลัง’ แจงเงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมาย สาเหตุเพราะอะไร?

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ได้เผยแพร่เอกสารสำคัญ โดยนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.คลัง ชี้แจงการเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อทั่วไปที่ออกนอกกรอบเป้าหมาย 1-3% โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.กระทรวงพาณิชย์ได้เผยแพร่เงินเฟ้อทั่วไป 12 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ต.ค.64-ก.ย.65 อยู่ที่ 5.23% สูงกว่ากรอบเป้าหมาย เพราะราคาพลังงานและราคาสินค้าโลกปรับตัวสูง มีผลต่อราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ก๊าซหุงต้ม และค่าไฟฟ้าปรับตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังเกิดจากโรคระบาดในหมู ทำให้ราคาเนื้อหมูปรับเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ราคาอาหารสดปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อในด้านการใช้จ่ายยังมีอยู่ต่ำ จากกำลังซื้อในประเทศไม่เข้มแข็งตามเศรษฐกิจที่กำลังทยอยฟื้นตัว , ตลาดแรงงานที่ยังเปราะบาง และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการอื่นๆยังคงมีจำกัด

สำหรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 3.9% สูงกว่ากรอบเป้าหมาย แม้ราคาพลังงานจะทยอยลดลงตามตลาดโลก แต่ก็ยังอยู่ระดับสูง คาดว่าเงินเฟ้อหมวดพลังงานอยู่ที่ 12.4% และหมวดอาหารสด 1.7% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา 0.46% เนื่องจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นที่ 3.8% ในปี 66 จะเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถส่งผ่านต้นทุนที่อยู่ระดับสูงในช่วงก่อนหน้าไปยังราคาสินค้าได้มากขึ้น

- Advertisement -

อย่างไรก็ตามกนง.ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่จุดสูงสุดในไตรมาส 3 ปี 65 และจะทยอยลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 65 ก่อนจะกลับเข้ากรอบเป้าหมายตั้งแต่ช่วงกลางปี 66 เป็นต้นไป ตามแรงกดดันต่างๆที่ลดลงทั้งราคาพลังงานและราคาอาหารสด เป็นต้น โดยกนง.จะติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไป เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความผันผวนของราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์โลก ปัญหาหยุดชะงักของฝั่งการผลิต และการส่งผ่านต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการไปยังเงินเฟ้อพื้นฐาน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในจดหมายเปิดผนึก ยังระบุถึงการดูแลภาวะการเงินในช่วงต่อไป โดยกนง.เห็นว่าควรมีมาตรการเฉพาะจุดและส่งเสริมการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนในกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการการเงินและสินเชื่อจะช่วยกระจายสภาพคล่องและช่วยลดภาระหนี้ได้ รวมถึงต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้ เสริมสร้างเสถียรภาพระบบการเงินและไม่เป็นปัจจัยกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย

“ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษมีความจำเป็นลดลง กนง.จึงปรับดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อให้กลับเข้าสู่ระดับเหมาะสมกับการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News