HomeSpecial Issueทำไมต้องตรวจ‘เครดิตบูโร’ เช็กข้อมูลช่องทางไหนได้บ้าง

ทำไมต้องตรวจ‘เครดิตบูโร’ เช็กข้อมูลช่องทางไหนได้บ้าง

หลายคนมักจะเกิดคำถามเวลาเราไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ มักจะขอข้อมูลด้านเครดิตกับเรา ทั้งๆที่เรามั่นใจว่า เราเองไม่เคยค้างชำระหนี้ที่ไหน หรือไม่เคยเบี้ยวหนี้มาก่อน แต่คำถามคือ สถาบันการเงิน ที่จะให้สิเชื่อเรา จะทราบและจะมั่นใจได้อย่างไรว่า มีประวัติหนี้ดีจริง ให้มั่นใจว่าเมื่อให้เงินสินเชื่อไปแล้ว พวกเขาจะได้เงินคืนกลับมา ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการขอสินเชื่อเลยคือ การตรวจ “เครดิตบูโร”

เครดิตบูโร คือ ข้อมูลด้านเครดิตที่เก็บรวบรวมโดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือมักเรียกกันว่าบริษัทเครดิตบูโร ทำหน้าที่รวมข้อมูลทางการเงินทางด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทเครดิตบูโร เช่น มีประวัติขอสินเชื่อจากแห่งใดบ้าง ประวัติการผ่อนชำระหนี้ของเราเป็นอย่างไร ชำระตรงตามเวลาหรือไม่ มียอดหนี้คงค้างเท่าไร เพื่อดูว่าเรามีความสามารถการชำระหนี้หรือไม่ ประวัติ หรือเครดิตเราดีหรือเปล่านั่นเอง

ประโยชน์ของการตรวจเครดิตบูโร มีหลากหลายข้อดี ได้แก่ 1) ทำให้ตัวเราเองรู้เท่าทันจากภัยไซเบอร์ทางการเงิน 2) ช่วยเช็กว่าเรามี “หนี้งอก” โดยที่เราไม่ได้ก่อหรือไม่ 3) เช็กว่าข้อมูลส่วนบุคคลในข้อมูลเครดิตถูกต้องตามความจริงหรือไม่  4) ข้อมูลสินเชื่อของเราถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องสามารถขอแก้ไขได้ 5) เช็กให้ชัวร์ว่าเรามีประวัติค้างชำระหรือไม่ 6) เช็กหลังจากที่จ่ายหนี้หมดแล้ว สถานะข้อมูลเครดิตขึ้นเป็นปิดบัญชี ยอดหนี้เป็นศูนย์ถูกต้องหรือไม่ 7) การเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อ

- Advertisement -

แล้วเครดิตบูโรจะตรวจได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง? มีรายละเอียดดังนี้ 

1) ตรวจข้อมูลเครดิตแบบสรุป (ฟรี) ผ่านแอป“ทางรัฐ” หรือตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) , แอป “Bureau OK” หรือตู้ตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง (ตู้คีออส) ทุกแห่ง (สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง หมอชิต ชิดลม (ภายในสถานี) สถานีกลางบางซื่อ ท่าเรือ ท่าวังหลัง และชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน กรุงเทพฯ) หรือที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ 

2) โมบายแอปพลิเคชั่น เลือกรับรายงาน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (NCB e-Credit Report) ทางอีเมล แบบรับรายงานได้ทันที ผ่านแอป “KKP Mobile” (ธนาคารเกียรตินาคินภัทร) , แอป “Bureau OK” (ลงทะเบียนใช้บริการได้ที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรทุกแห่ง) หรือเลือกแบบรับรายงานภายใน 24 ชั่วโมง ผ่านแอป “Krungthai NEXT” (ธนาคารกรุงไทย)  , แอป “MyMo” (ธนาคารออมสิน) หรือเลือกรับรายงานภายใน 3 วันทำการ , ผ่านแอป “ttb touch” (ธนาคารทีทีบี) 

3) ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร แบบรอรับรายงานได้ภายใน 15 นาที  ใช้บัตรประชาชนของตนเอง ได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สำนักงานใหญ่) อาคาร 2 ชั้น 2  , เครดิตบูโรคาเฟ่  อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 3 , สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง หมอชิต และชิดลม (ภายในสถานี) , ท่าเรือ ท่าวังหลัง และห้างเจ-เวนิว (นวนคร) ชั้น 3 

4) แบบส่งรายงานทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนภายใน 7 วันทำการ ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร (ทุกสาขา) ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร( ธ.ก.ส.) หรือใช้บัตร ATM ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์  หรือผ่านธนาคารออนไลน์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือเคาน์เตอร์บริการที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

สิ่งที่ควรรู้ คือ สามารถตรวจข้อมูลเครดิตของตนเองผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เครดิตบูโรให้บริการ จะตรวจกี่ครั้งก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาขอสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเอง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News