HomeSpecial Contentอาการลมชักในเด็กกับ 4 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้

อาการลมชักในเด็กกับ 4 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้

เนื่องจากวัยเด็กเป็นช่วงเวลาแห่งการเจริญเติบโตทั้งทางกายและทางใจ ดังนั้นเราในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่จึงควรสังเกตพฤติกรรมรวมไปถึงอาการต่างๆ ของลูกน้อยในช่วงนี้เป็นพิเศษเพื่อให้เราสามารถคัดกรองความผิดปกติที่อาจเป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยโดยเฉพาะอาการลมชักในเด็กได้อย่างทันท่วงที ว่าแต่อาการดังกล่าวคืออะไร? แล้วทำไมเราถึงบอกว่าอาการลมชักในเด็กสามารถส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในอนาคตได้? สำหรับใครที่อยากรู้คำตอบ อดใจรอกันอีกสักนิด เพราะในอีกไม่กี่อึดใจ เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันแบบเจาะลึกกับบทความ “ลมชักในเด็กกับ 4 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้”

ลมชักในเด็กคืออะไร?

คือโรคทางประสาทชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กไม่เฉพาะแต่ผู้ใหญ่ โดยปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดอาการลมชักในเด็กมาจากการทำงานที่ผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าในสมองอันมีสาเหตุมาจากทั้งความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด, พันธุกรรม, ก้อนเนื้อ ไปจนถึงศีรษะได้รับแรงกระทบจนทำให้เกิดอาการชัก 2 รูปแบบ ประกอบไปด้วยอาการชัก, เกร็ง และกระตุกทั้งร่างกายโดยที่ผู้มีอาการไม่รู้สึกตัว และอาการชักเฉพาะซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย หรืออาจจะชัก, เกร็ง และกระตุกเฉพาะบางจุดของร่างกาย ซึ่งอาการชักประเภทหลังนี้ผู้ที่มีอาการมักจะรู้สึกหรือไม่รู้สึกตัวก็ได้

- Advertisement -

ผลกระทบของอาการดังกล่าวมีอะไรบ้าง?

เนื่องจากอาการลมชักในเด็กนั้นมีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าในสมองจึงทำให้โรคดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบต่อเด็กได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยตัวอย่างของผลกระทบที่อาจจะตามมาได้หากเด็กไม่ได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาจากแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถแบ่งออกเป็นผลกระทบทางกายภาพ เช่น การเกิดอุบัติเหตุในขณะที่เด็กมีอาการชัก และผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและสภาพจิตใจ อาทิ พัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่อาจจะช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอันมีสาเหตุมาจากความรู้สึกที่เด็กมองว่าตัวเองไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนอื่น เช่น อาการวิตกกังวล และอาการเครียดสะสม เป็นต้น

เมื่อเด็กมีอาการลมชัก ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

สิ่งที่พ่อแม่รวมไปถึงใครก็ตามที่พบเห็นเด็กมีอาการชักควรทำคือรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล โดยในระหว่างนี้เราจะต้องรีบจับเด็กนอนตะแคงแล้วเอามือประคองศีรษะเด็กให้ต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสำลักในขณะที่กำลังมีอาการ และช่วยให้เด็กสามารถหายใจได้สะดวกขึ้นมากยิ่งขึ้น เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ให้เรารีบคลายเสื้อผ้าที่รัดตัวเด็กไว้ และอย่าพยายามนำสิ่งของใดๆ ก็ตามใส่เข้าไปในปากเพื่อไม่ให้เด็กเผลอกลืน  โดยในขณะที่กำลังพาเด็กไปโรงพยาบาลนั้น เราอาจจะขอให้คนใกล้ตัวใกล้ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อให้แพทย์นำคลิปดังกล่าวไปใช้สำหรับการวินิจฉัยโรคเป็นลำดับต่อไป

อาการลมชักในเด็กสามารถรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

ในปัจจุบันแพทย์มักจะลงความเห็นให้รักษาอาการดังกล่าวด้วยการให้เด็กรับประทานยาเป็นเวลาติดต่อกันสองปี โดยในระหว่างนี้ ผู้ปกครองห้ามให้เด็กหยุดทานยาเอง เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการรักษาอาการได้ นอกจากเหนือไปจากการทานยาแล้ว แพทย์อาจจะตัดสินใจใช้วิธีอื่นในการรักษาควบคู่ไปกับการทานยา เช่น การผ่าตัด และการให้เด็กรับประทานอาหารคีโตน เป็นต้น

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News