HomeSpecial Contentจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Apple อาจจะจับมือกับ Google นำ Gemini AI มาใส่ใน iPhone

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Apple อาจจะจับมือกับ Google นำ Gemini AI มาใส่ใน iPhone

บทความโดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ Apple ต้องเสียตำแหน่งบริษัทที่มี Market Cap อันดับ 1 ของโลกไปให้กับ Microsoft และยังถูกบริษัทที่มี Market Cap อันดับ 3 ของโลกอย่าง Nvidia ขยับเข้ามาใกล้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือการที่ Apple ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการนำเอา Generative AI มาใช้และสร้างรายได้ให้กับบริษัท ซึ่งต่างจากบริษัทอย่าง Microsoft ที่เป็นผู้ลงทุนอยู่เบื้องหลัง OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT Generative AI ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก หรือ Nvidia ที่ถือว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเป็นผู้ผลิตชิป GPUs ที่ใช้งานกับ AI

ส่วนทางฝั่ง Google ที่มีข่าวการลงทุนใน AI มาอย่างยาวนาน เมื่อเปิดตัว Generative AI ของตัวเองในชื่อ Bard จนกระทั่งเปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็น Gemini ดูเหมือนยังไม่ได้สร้างความโดดเด่นได้เหนือ Generative AI ตัวอื่น ๆ โดยเฉพาะการสร้างรูปภาพบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีความผิดพลาด โดยมีความไม่ถูกต้องทั้ง เพศ และ เชื้อชาติ จนทำให้ Google ต้องประกาศระงับการใช้ Gemini สร้างรูปภาพบุคคลเป็นการชั่วคราว

และด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เองอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ 2 บริษัทที่จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งที่แย่งส่วนแบ่งการตลาดระบบปฏิบัติการณ์สมาร์ทโฟนกันอย่าง Apple และ Google หันมาจับมือกัน โดยจากรายงานข่าวระบุว่า Apple กำลังเจรจากับ Google ในการนำเอา Gemini Generative AI ของ Google มาใส่เป็นฟีเจอร์ในมือถือ iPhone ของ Apple ซึ่งหากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริงอาจจะช่วยแก้ปัญหาในระยะสั้นให้กับทั้ง 2 บริษัท โดยความสามารถของ Gemini น่าจะช่วยเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งาน iPhone ได้ใช้ประสิทธิภาพจากการทำงานของ AI เหมือนกับที่ Samsung อีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญของ Apple ชูมือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Galaxy S24 Ultra ว่าเป็น AI Phone ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งาน AI ในหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะการนำมาช่วยในการถ่ายภาพและการแปลภาษา ซึ่งแน่นอนว่า Apple จะต้องอยากพัฒนา Generative AI ของตัวเอง แต่ในระยะสั้นระหว่างที่รอการพัฒนา AI ของตัวเองซึ่งต้องใช้เวลาและทรัพยากรด้าน Server อย่างมหาศาลเพื่อฝึกฝน AI การนำเอา Gemini ของ Google มาใส่เป็นการชั่วคราวก็น่าจะถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม

- Advertisement -

ด้าน Google เองก็อาจจะต้องการ Apple ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสร้างรูปภาพบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นกับ Gemini แสดงให้เห็นว่า AI ของ Google ยังต้องการการเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมซึ่งผู้ใช้งาน iPhone จำนวนมหาศาลน่าจะเข้ามาช่วยให้ Gemini สามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและมีบทเรียนการใช้งานที่หลากหลายขึ้น    ซึ่งถึงแม้รายละเอียดความร่วมมือนี้จะยังไม่ชัดเจนและทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการได้ แต่มีความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงนี้อาจจะมีความแตกต่างกับข้อตกลงของทั้ง 2 บริษัทที่เคยมีก่อนหน้านี้ในการที่ Apple ใช้ Google เป็น Search Engine หลักในอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Apple โดยที่ในข้อตกลงนั้น Google จะต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้กับ Apple แต่ข้อตกลงในด้าน AI นี้  Apple และ Google น่าจะอยู่ในฐานะเท่าเทียมกันมากกว่า  เพราะ Apple ก็ถือว่าเป็นฝ่ายที่ต้องการ Google ด้วยเช่นเดียวกันเพราะตามหลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่น ๆ ในด้าน AI  แต่ในอดีต Apple ไม่ได้ต้องการ Google Search มากขนาดนี้ ดังนั้นคงเป็นเรื่องยากที่ในครั้งนี้ Google จะยอมจ่ายเงินให้ Apple ด้วยจำนวนมหาศาลเพื่อนำ Gemini AI เข้าไปใส่ใน iPhone   นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลที่ Google อาจจะไม่กล้าที่จะจ่ายเงินให้ Apple เพราะในเวลานี้ Google กำลังถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ฟ้องในประเด็นผู้กขาดการค้าในธุรกิจการค้นหาออนไลน์อยู่และการจ่ายเงินเพื่อนำฟีเจอร์ AI ไปใส่ใน iPhone อีกก็อาจจะสามารถเป็นประเด็นที่ถูกเพ่งเล็งเพิ่มเติม

โดยหากข้อตกลงของทั้ง 2 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นจริงก็ยังไม่ทราบว่าดีลนี้จะถูกตีความจากหน่วยงานกำกับดูและโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ฯ ว่าเป็นการผูกขาดการค้าหรือไม่ และก่อนหน้านี้ความร่วมมือด้าน AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เองก็ถูกจับตามองจากหน่วยงานกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากรายงานข่าวการเจรจาระหว่าง Apple และ Google ก็ยังมีรายงานที่ระบุว่า Apple ได้พูดคุยกับ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ด้วย และอาจสนใจ AI ของบริษัทอื่นๆ ด้วยเช่นกัน สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะประเด็นการผูกขาดการค้าที่กำลังเป็นที่จับตาอยู่

แต่การใช้งาน AI ในมือถือสมาร์ทโฟนก็มีความเป็นไปที่ผู้ใช้อาจเลือก AI สำหรับใช้งานทั่วไปแค่ของบริษัทเดียวและยึดติดกับมัน ซึ่งทำให้การเป็น AI ตัวแรกที่อยู่ในมือถือ iPhone นั้นอาจจะมีความสำคัญอย่างมาก  และนี่อาจนำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า หากข้อตกลงระหว่าง Apple กับบริษัทที่มี Generative AI อยู่แล้วเกิดขึ้น นั่นหมายความว่า Apple จะยอมเสียอะไรไปในข้อตกลงครั้งนี้?  โดยในอดีตที่ผ่านมาเราเคยเห็นมาแล้วว่า Apple ไม่ได้มีปัญหาที่จะนำเทคโนโลยีหรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์จากคู่แข่งมาใส่ในมือถือ iPhone หากว่าเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานมือถือต้องการ (ยกอย่าง iPhone รุ่นแรกมี  Application YouTube ติดตั้งมาให้กับเครื่องเลย) แต่ AI ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ธรรมดาเพราะมันคือ “อนาคต” และแน่นอนว่า Apple คงไม่อยากพึ่งพาเทคโนโลยีจากบริษัทอื่นในระยะยาว ซึ่ง Apple ก็กำลังพัฒนาโครงการ AI ของตัวเองอยู่ด้วย โดยหลังจากนี้หาก Apple ทำการพัฒนา AI ของตัวเองได้ดีพอ ก็คงจะนำ AI ของ Google และของบริษัทอื่นๆ ออกไปจาก iPhone ทันที อย่างไรก็ดีหลังจากมีข่าวว่าทั้ง 2 บริษัทกำลังเจรจากัน ราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้อีกหนึ่งความสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นก็คือ “ความเกี่ยวข้องและประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยี AI นั่นเอง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News