HomeSpecial Contentสถานการณ์หุ้นจีนจะเป็นอย่างไรในปี 2024

สถานการณ์หุ้นจีนจะเป็นอย่างไรในปี 2024

บทความโดยคุณสวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ก่อนหน้าปี 2023 ที่พึ่งหมดไป สถิติหนึ่งที่อยู่กับตลาดหุ้นจีนมาโดยตลอดก็คือ ตลาดหุ้นจีนไม่เคยปรับตัวลดลงเกิน 2 ปีติดต่อกัน แต่แล้วในท้ายที่สุดในปี 2023 ก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดหุ้นจีนปรับลดลง และกลายเป็นครั้งแรกที่ตลาดหุ้นจีนปรับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน (2021-2023) โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่คอยกดดันหุ้นจีนมาจากทั้งภายในและภายนอก โดยตลาดหุ้นจีนได้รับแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ไม่ต่างจากตลาดหุ้นของประเทศอื่น ๆ ส่วนปัจจัยลบเฉพาะของประเทศจีนเอง ไล่เรียงมาตั้งแต่การทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ฯ ตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดี Donald Trump มาจนถึงสมัยของ ประธานาธิบดี Joe Biden , การออกกฎควบคุมหลายอุตสาหกรรมทั้ง สถาบันกวดวิชา บริษัท Fintech บริษัทเกม และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ , การออกมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฟองสบู่จนกระทั่งการนำมาซึ่งวิกฤติในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกันกับการ Lockdown ปิดเมืองเพื่อจัดการกับ COVID-19 ซึ่งกินระยะเวลายาวนานกว่า 3 ปี

และหลังจากเริ่มต้นปี 2024 มาไม่นานตลาดหุ้นจีนก็ยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ประกาศออกมาต่ำกว่าคาด รวมถึงธนาคารกลางจีนยังไม่ได้มีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดหวัง นอกจากนี้ปัจจัยกดดันจากต่างประเทศที่เริ่มกลับมามีความกังวลว่า Fed อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้น้อยกว่าที่คาดก็เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นจีนด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีถ้าหันมามองสำรวจหาปัจจัยบวกของตลาดหุ้นจีน ก็พอจะมีให้เห็นอยู่บ้างนั่นก็คือระดับ Valuation ที่ถูกมากทั้งเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ และตลาดหุ้นจีนเองในอดีต โดยปัจจุบันระดับ Forward P/E 12 เดือนข้างหน้าของดัชนี MSCI China อยู่ที่ระดับราว 8.5 เท่าต่ำที่สุดใกล้เคียงกับช่วงเดือนตุลาคมปี 2022 ซึ่ง ณ ตอนนั้นประเทศจีนถือได้ว่าเผชิญกับปัญหา Lockdown และมีจำนวนผู้ติดเชื้อจาก COVID-19 สูงที่สุด และหลังจากนั้นตลาดหุ้นจีนก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นกลับมาได้จากความคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะประกาศยกเลิกมาตรการ Lockdown

- Advertisement -

ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ยังคงเป็นความคาดหวังสูงสุดของนักลงทุน คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่ในปี 2023 ที่ผ่านมาทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ออกมา ยังไม่สามารถสร้างความพอใจให้กับนักลงทุนได้ เนื่องจากทางการจีนใช้นโยบายกระตุ้นอย่างระมัดระวัง ในขณะที่นักลงทุนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่านี้ โดยในปีนี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่นักลงทุนคาดหวังว่าทางการจีนจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาเพิ่มเติม ซึ่งในช่วงต้นปีถึงแม้ว่าทางการจีนจะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่การประกาศลดอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำ (RRR) ถือว่ามีความเป็นไปได้สูง รวมถึงนโยบายทางด้านการคลังซึ่งทางการจีนน่าจะใช้วงเงินงบประมาณเพิ่มมากขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2024 นี้

และอีกหนึ่งปัจจัยที่พอจะคาดหวังได้คือผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในจีนเอง ซึ่งจากฐานตัวเลขที่ต่ำในปี 2023 ก็พอจะทำให้คาดหวังได้ว่าในปี 2024 นี้กำไรจดทะเบียนของบริษัทจะทะเบียนในจีนจะสามารถกลับมาเติบโตได้บ้าง

สำหรับนักลงทุนที่ยังคงมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจีนและเริ่มหมดหวังกับตลาดหุ้นจีน ต่อจากนี้ในช่วงสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นจีนเริ่มมีจังหวะเวลาที่ฟื้นตัวขึ้นบ้าง อาจจะใช้กลยุทธ์ที่ ณ ปัจจุบัน บริษัทเอกชนหลายแห่งใช้เพื่อลดความเสี่ยงออกจากจีนคือกลยุทธ์ “จีนบวกหนึ่ง” (China-plus-one) โดยเป็นการกระจายความเสี่ยงออกจากจีน ซึ่งกลุ่มประเทศที่ย้ายไปลงทุนน่าจะต้องเป็นกลุ่มประเทศที่สามารถคาดการเติบโตได้ในระดับใกล้เคียงกัน โดยผลสำรวจจาก Bloomberg ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2023 ที่ผ่านมา ระบุว่าประเทศที่นักลงทุนคาดว่าจะได้ประโยชน์จากช่วงที่เม็ดเงินไหลออกจากจีนมากที่สุดคือ อินเดีย (49%) และรองลงมาคือกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (34%) ซึ่งคาดว่าประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “เวียดนาม”

อย่างไรก็ดีหากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นกับการลงทุนในตลาดหุ้นจีน อาจจะต้องหันมาเน้นหนักการลงทุนในกลุ่มที่ยังมีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว อาทิ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า หรือ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่นอกจากจะกลับมาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแล้วหลายบริษัทยังมีการลงทุนเพิ่มเติมใน A.I. ซึ่งในประเทศจีนเองก็คาดว่าจะการใช้งาน A.I. ของบริษัทจีนเองมากกว่าการใช้งาน A.I. ของชาติตะวันตก ในขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจเดิม ๆ ซึ่งแปรผันตามวัฏจักรเศรษฐกิจอาจจะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสกลับมาเติบโตได้ช้ากว่าในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News