HomePR NewsMetaverse Ecosystem หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตเอาชนะเงินเฟ้อ

Metaverse Ecosystem หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตเอาชนะเงินเฟ้อ

 

โดย วัทธิกร กิจจาวิจิตร  AFPT Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

คำว่า Metaverse ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ข้อมูลจาก Google Trends ระบุว่า ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2564 คำนี้ถูกค้นหาในโลกออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเป็นการเชื่อมต่อโลกเสมือนและโลกแห่งความเป็นจริงให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตโดยใช้ตัวตนแบบดิจิทัลและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ทั้งการศึกษา การทำงาน ไปจนถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้การเข้ามาของ Metaverse นั้นจะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Virtual World ซึ่งเปรียบเสมือนโลกใบที่ 2 ของมนุษย์ โดยมีกลไกสำคัญคือ เทคโนโลยี VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) ที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน

ถึงแม้อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของ Metaverse ในระยะเริ่มมต้นคือ เกม์ แต่หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มีอีกหลายอุตสาหกรรมที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น Ecosystem ของ Metaverse  เช่น  อุปกรณ์สวมใส่ประเภท VR ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการเข้าสู่โลก Metaverse สิ่งหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังของอุปกรณ์เหล่านี้คือ ชิป ปัจจุบัน Qualcomm เป็นผู้ออกแบบชิป Snapdragon ให้กับ Oculus ของ Meta และ HoloLens2 ของ Microsoft โดยมีโรงงานผู้ผลิตคือ Samsung และมีแผนที่จะให้ TSMC เป็นผู้ผลิตในอนาคต ทำให้อุตสาหกรรมชิปจะได้รับประโยชน์ตามการเติบโตของ Metaverse

- Advertisement -

นอกจากกลุ่มที่ผลิต Hardware ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ บริษัทที่ทำ 3D Creator และ Software  โดยมีบริษัทอย่าง  Nvidia  ผู้ครองส่วนแบ่งตลาดการ์ดจออันดับ 1 (83%) เป็นผู้เล่นหลักในปี 2021 ได้เปิดตัว Omniverse ที่ทำให้ผู้ใช้ออกแบบตัวตนในโลกเสมือนหรือที่เรียกว่า  Avatars รวมถึงวัตถุต่างๆในโลกเสมือน โดยจะพัฒนาร่วมกับ Game Engine และผู้พัฒนาแบบจำลอง 3D เช่น  Unity บริษัทที่ถูกใช้ออกแบบสนามบินของฮ่องกง โดยใช้  Rendering Software ที่ไม่เพียงแต่จำลองแบบเท่านั้น แต่ยังสามารถจำลองสถานการณ์ Stress-test  เช่น ไฟไหม้ และ น้ำท่วม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้ล่วงหน้า ทางฝั่งผู้ผลิต Software คือ ผู้สร้างชุมชน (Community) ไปจนถึงการโอนเงินดิจิทัล โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Roblox ซึ่งเติบโตจากการเป็นชุมชนออนไลน์ สามารถเชื่อมต่อได้หลายผู้เล่นและมีจุดเด่นที่สามารถให้ผู้เล่นออกแบบชุมชนของตนเองได้ ซึ่งผู้มีชื่อเสี่ยงอย่าง Paris Hilton, Justin Bieber ได้จัด New Year’s Eve Party ผ่าน Platform ของ Roblox นอกจากนี้ Epic Game ผู้สร้างเกม Fortnite เกมออนไลน์ในรูปแบบผู้เล่นหลายคน ได้ดึงดูดบริษัทรองเท้าชื่อดังอย่าง Nike เปิดตัวรองเท้าสำหรับเป็นไอเทมให้กับตัวละครในเกม แสดงให้เห็นถึงความนิยมของโลก Metaverse ที่เพิ่มสูงขึ้น

อีกกลุ่มหนึ่งอุตสาหกรรมที่เติบโตไปพร้อมกับโลกเสมือน นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Hardware และ Software คือ  Cloud Infrastructure + 5G ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในโลกเสมือน สำหรับการเติบโตในอนาคตของโลกเสมือนที่จะถูกนำไปประยุกต์กับวงการอื่น เช่น การจัดงานแสดง ไปจนถึง E-commerce ด้วยความนิยมดังกล่าว ทำให้ Bloomberg Consensus ประเมินว่า มูลค่าตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse จะพุ่งสูงขึ้นจาก 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2021 ไปแตะ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 3.4 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปี หรือคิดเป็นการเติบโตปีละ 13% CAGR

ประเทศมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยีในเอเชียอย่างจีนได้แสดงวิสัยทัศน์และมีการกล่าวถึง Virtual World ในแผนพัฒนา 5 ปี โดยจะเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Baidu ทำการเปิดตัว XiRang หรือ ดินแดนแห่งความหวัง ซึ่งเป็น Metaverse แรกของประเทศจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนา Application ต่างๆ ให้มากขึ้นไปอีก ล่าสุด YG Entertainment ค่ายศิลปินจากเกาหลีได้จับมือกับ Binance ผู้ให้บริการซื้อ-ขาย Cryptocurrency และ NFT โดยมีแผนจะพัฒนาเกมบน Smart Chain เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้ามาเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลภายในเกม์ได้

จะเห็นได้ว่า ใน Metaverse Ecosystem นั้น มีหลายบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์และยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมากและการเติบโตนั้นไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ Metaverse ของ Meta เท่านั้น แต่ยังเติบโตในหลายๆ อุตสาหกรรมที่เป็นผู้เล่นในโลกเสมือน ปัจจุบันมีเพียงกองทุน Roundhill Ball Metaverse ETF (Meta ETF) ที่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่มากกว่า 95% โดย  Meta ETF ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดกว่า -24%  จากนโยบายการเงินแบบเข้มงวด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นที่สุดในรอบ 40 ปี ทำให้  Forward P/E ของ Meta ETF เหลือเพียง 25x ใกล้เคียงกับ MSCI World Technology 24x ขณะที่ Roundhill คาดการณ์การเติบโตผลกำไรของบริษัทใน Meta ETF ปี 2022 ไว้ที่ 42% สูงกว่า MSCI World Technology ที่ 36% ทางด้านส่วนต่างระหว่าง Earning Yield ของดัชนี S&P 500  และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 3.4% ใกล้เคียงกับช่วงการทำ Quantitative Tightening (QT) ในปี 2018 (ตัวเลขยิ่งมากยิ่งบ่งบอกถึงความน่าสนใจในการลงทุนในหุ้นหากเทียบกับการซื้อพันธบัตร) โดยมองว่าได้สะท้อนเรื่องนโยบายการเงินที่ตึงตัวไประดับหนึ่งจนมีความน่าสนใจในการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง ประกอบกับธีมของ Metaverse เป็นส่วนผสมระหว่างหุ้น Growth + Quality ที่นอกจากจะสามารถสร้างการเติบโตได้สูงแล้วนั้น หลายบริษัทในห่วงโซ่อุปทานของ Metaverse ยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างมองหาในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวสูงขึ้น

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News