Home PR News ตลาดกัญชาในประเทศไทย: ตลาดใหม่ที่มีโอกาสในการเติบโตสูง

ตลาดกัญชาในประเทศไทย: ตลาดใหม่ที่มีโอกาสในการเติบโตสูง

ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ร่วมกับกัญชามาหลายยุคหลายสมัย กัญชาเป็นสิ่งที่ใช้เป็นยาและใช้เพื่อผ่อนคลายมายาวนานหลายทศวรรษในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนไทยไม่เคยถอยห่างจากกัญชาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นสิ่งที่ต้องหลบซ่อนและผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศมีชื่อเสียงในเรื่องของกฎหมายที่คุมเข้มเรื่องกัญชามากที่สุดในโลก แต่กฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ได้เปิดทางให้ตลาดกัญชามีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของกัญชาเพื่อการแพทย์จะสูงถึงกว่า 7,000 ล้านบาท ภายในปีพ.ศ. 2567 และมูลค่าตลาดของกัญชาที่ใช้เพื่อความเพลิดเพลินอยู่ที่ 14,000 ล้านบาทภายในช่วงเวลาเดียวกัน

การเปิดรับทางกฎหมายเกี่ยวกับตลาดกัญชานี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกต้นกัญชง หรืออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศที่ต้องการผลิตสินค้าที่มีส่วนประกอบของกัญชา เช่น น้ำมัน คุกกี้ กัญชาผสมอาหาร และอื่นๆ ทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน

กฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อกัญชา

- Advertisement -

กฎหมายกัญชาในประเทศไทยจะพิจารณาจากความเข้มข้นของสาร THC (สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ทำให้คุณรู้สึก ‘เมายา’) ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เป็นเกณฑ์ แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาและประเทศทางตะวันตกจะอนุญาตให้ใช้สารนี้ไม่เกิน 0.3% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก แต่ประเทศไทยกำหนดไว้ว่าไม่ให้เกิน 0.2%

อย่างไรก็ตาม สรรพคุณของกัญชาก็มีอยู่มากมายหลายประการ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากสารที่ชื่อว่า CBD หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Cannabidiol” (สารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พบในพืชกัญชา)

ด้วยหลักฐานต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากัญชาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ในหลาย ๆ เรื่อง ทำให้มีคนจำนวนมากอยากลองใช้พืชชนิดนี้ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ประเทศไทยแก้ไขกฎหมายเรื่องกัญชา เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมายและมีการควบคุมอย่างเหมาะสม

สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้มีดังต่อไปนี้

  • ในปี 2562 ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียตะวันออกที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่เป็นโรคที่กำหนดจะสามารถใช้กัญชา (ที่มีความเข้มข้นของสาร THC มากกว่า 0.2%) ได้ โดยจะต้องมีใบสั่งจากแพทย์และซื้อจากสถานบริการจากทางรัฐเท่านั้น

  • ในปีต่อมา มีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดเพื่อเปิดรับสาร CBD และกัญชาในประเทศ การแก้กฎหมายครั้งนี้ระบุไว้ว่า สารสกัดกัญชาและกัญชงที่มีสาร THC ไม่เกิน 0.2% จะไม่ถือเป็นสารเสพติดอีกต่อไป

  • ในปี 2564 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติด้านอาหาร เพื่ออนุญาตให้ใช้กัญชาและกัญชงเป็นส่วนผสมในอาหารได้ อย่างไรก็ตามกฎ 0.2% ยังคงอยู่ ซึ่งแปลว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของสาร THC ในระดับที่ต่ำ จะสามารถขายในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย

  • การใช้กัญชาเพื่อความเพลิดเพลินยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่

กฎหมายนี้เอื้อให้ครัวเรือนในประเทศไทยสามารถปลุกต้นกัญชาได้สูงสุดหกต้นเพื่อนำไปขายเป็นรายได้เสริม อย่างไรก็ตาม ดอกและเมล็ดที่ปลูกได้จะต้องส่งไปยังโรงพยาบาลและสถานบริการของรัฐ เพราะส่วนประกอบเหล่านี้ยังคงมีสาร THC ในปริมาณที่สูงอยู่ ทำให้ถูกจำแนกว่าเป็นสารเสพติด  ส่วนอื่น ๆ ของพืชกัญชา ได้แก่ ก้าน ลำต้น กิ่ง ราก ใบ ฯลฯ สามารถนำไปใช้ทำอย่างอื่นได้อย่างอิสระ เนื่องจากส่วนประกอบเหล่านี้มีความเข้มข้นของ THC ไม่เกิน 0.2% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก

ตลาดกัญชาที่เกิดใหม่

ประเทศไทยมีภูมิอากาศและภูมิทัศน์แบบเขตร้อน เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืช ส่งผลให้ใช้ค่าใช้จ่ายในการผลิตน้อยลง เมื่อค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจน้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนสนใจที่จะเข้ามาหาโอกาสจากกฎหมายกัญชาที่เปิดอิสระ  เมื่อกฎหมายใหม่เริ่มบังคับใช้ บริษัทสตาร์ทอัพกัญชาหลายแห่งเริ่มคิดไอเดียเกี่ยวกับการเปิดให้บริการตลาดขายกัญชาที่ทั้งปลอดภัยและถูกกฎหมาย โดยกัญชาทั้งหมดนี้มีสาร CBD เป็นหลัก

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผสมกัญชามีตั้งแต่ น้ำมัน CBD จนไปถึงเนย เยลลี่ คุกกี้ กัมมี่ บราวนี่ ชา ป๊อปคอร์น และอื่น ๆ อีกมากมาย เราจะเริ่มพบเห็นร้านป๊อปอัพผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ทั่วไปแล้วทั้งในกรุงเทพ ภูเก็ต และเชียงใหม่  อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทราบคือ บริษัทกัญชาเหล่านี้ปฏิบัติตามกฎหมายของไทย และดำเนินการตามมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง

ในทำนองเดียวกัน อุตสาหกรรมเครื่องดื่มภายในประเทศก็กำลังดำเนินการขยายธุรกิจครั้งใหญ่ แบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เช่น อิชิตัน โอสถสภา คาราบาล ฯลฯ กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดกัญชานี้ด้วยการผลิตเครื่องดื่มผสมกัญชาในแบรนด์ของตัวเอง  ยิ่งไปกว่านั้น ร้านอาหารและร้านกาแฟหลายแห่งเริ่มเปิดขายอาหารผสมกัญชาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้กลายเป็นเมนูยอดนิยมในหมู่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

ข้อมูลในส่วนนี้ตรงกับความสนใจในสาร CBD ของประเทศไทยด้วย ข้อมูลจากแบบสำรวจตลาดของ GlobalData ในปี 2563 ชี้ว่า มีคนกว่าสามในสี่คนที่สนใจในอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสาร CBD ซึ่งถูกขับเคลื่อนมาจากเหตุผลดังต่อไปนี้

  • CBD มีสรรพคุณมากมายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ประเทศไทยมีการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์มานานแล้ว

คนในประเทศไทยลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชงและกัญชาอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น MFC Asset Management ที่ได้สร้างกองทุนรวมที่มีชื่อว่า MFC Global Cannabis Fund มาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ด้วยความที่ตลาดกัญชาในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในอนาคตอาจมีเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งนี้

อนาคตในภายภาคหน้า

แม้ว่ากัญชาจะพึ่งถูกยกเลิกการควบคุมได้ไม่นาน แต่ก็ได้สร้างกระแสคลื่นลูกใหญ่ให้กับประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กัญชาได้รับแรงผลักดันมาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน ตัวอย่างเช่น ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้เปิดตัวหลักสูตรกัญชาเวชศาสตร์เป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ได้มีโอกาสทำความเข้าใจกับพืชชนิดนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ในตอนนี้เมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีสาร CBD ถูกกฎหมายแล้ว ในอนาคต การใช้กัญชาเพื่อความเพลิดเพลินก็อาจเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเหมือนกับทางฝั่งตะวันตก แต่เรายังคงต้องรอดูไปอีกหลายปี แต่ถ้าหากสามารถทำได้จริง จะให้ประเทศเราได้เปรียบมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

กัญชาเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทยอยู่เสมอ และในตอนนี้เมื่อกฎหมายรองรับแล้ว จึงทำให้ตลาดกัญชามีโอกาสเติบโตได้สูงกว่าที่เคย ก่อให้เกิดผลดีมากมาย เช่น การดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ การวิจัยและพัฒนา การวิจัยทางคลินิก ฯลฯ  ทุกสัญญาณต่างชี้ให้เห็นว่าตลาดนี้มีโอกาสพัฒนาไปได้อีกไกล

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News