หากย้อนไปในช่วงที่ยังไม่มีเทคโนโลยีด้านการเงินเข้ามา เมื่อต้องการเงินด่วนมาหมุนเวียนใช้จ่ายในยามจำเป็น หลายคนอาจจะนึกถึงการไปขอกู้เงินนอกระบบ ที่ให้เงินด่วนเร็วทันใจ แถมไม่ต้องใช้เอกสาร ซึ่งแม้ว่าจะได้เงินเร็วแต่ก็จะต้องแลกมาด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมายกำหนด ดังนั้น ในวันนี้เราจะพาคุณมาเปรียบเทียบการกู้นอกระบบ และการขอสินเชื่อออนไลน์ในระบบแบบหมดเปลือก
กู้นอกระบบ
- Advertisement -
- การสมัครขอสินเชื่อ: มักจะเป็นการส่งข้อความเข้ามาผ่านไลน์ส่วนตัว โดยจะเป็นข้อความที่เน้นความรวดเร็วในการอนุมัติ วงเงินสูง และไม่ต้องใช้เอกสาร
- เครดิตวงเงิน: แล้วแต่เจ้าหนี้จะพิจารณาให้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้วงเงินตามที่ผู้กู้ขอ หรืออาจให้สูงกว่านั้น
- อัตราดอกเบี้ย: เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยส่วนมากจะกำหนดขั้นต่ำ 10% ต่อเดือน และอาจสูงถึง 30% ต่อเดือน ซึ่งผู้กู้อาจจะไม่สามารถชำระหนี้จนหมดได้ เพราะไม่ได้มีเงินชำระหนี้เต็มจำนวน ก็จะเป็นการจ่ายเฉพาะค่าดอกเบี้ยเท่านั้น
- ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ: มักจะให้ผู้กู้ชำระค่าธรรมเนียมตั้งแต่ตอนสมัคร และไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่ผู้กู้จะต้องจ่าย ซึ่งบางรายอาจจะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสูง นอกจากนี้เมื่อผู้กู้จ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว บางรายยังอาจเชิดเงินหนีไปเลยก็ได้
- การชำระหนี้: เป็นการชำระกับเจ้าหนี้โดยตรง ซึ่งในแต่ละครั้งที่ชำระหนี้ จะไม่มีการแจ้งรายละเอียดหรือเอกสารการชำระเงินให้กับผู้กู้ ทำให้ผู้กู้ต้องคำนวณและเช็กยอดด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังอาจโดนโกงได้ เพราะไม่มีเอกสารใด ๆ ยืนยัน
- ความปลอดภัย: อาจมีการติดต่อไปยังบุคคลรอบตัว เพื่อน หรือที่ทำงาน เพื่อทวงหนี้ และหากไม่ชำระตามวันที่กำหนดก็อาจถึงขั้นทำร้ายร่างกาย และทำลายทรัพย์สินเพื่อข่มขู่ นอกจากนี้ เจ้าหนี้ยังอาจนำข้อมูลต่าง ๆ ของเราไปใช้ผิดกฎหมายอีกด้วย
กู้เงินด่วนออนไลน์ถูกกฎหมาย
- การสมัครขอสินเชื่อ: สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ของสถาบันการเงินหรือธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือ
- เครดิตวงเงิน: มักจะพิจารณาจากรายได้และเครดิตการเงินของผู้กู้เป็นหลัก หากมีเครดิตการเงินที่ดี สถาบันการเงินหรือธนาคารอาจอนุมัติวงเงินให้สูงสุดได้ถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
- อัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 5.99% ต่อปี ไปจนถึง 33% ต่อปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่สถาบันการเงินหรือธนาคารแต่ละแห่งกำหนด
- ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ: โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่าง ๆ แต่หากมีค่าธรรมเนียมก็จะมีการแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนให้กับผู้กู้ตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังไม่มีการเก็บค่าปรับในกรณีชำระหนี้ล่าช้า
- การชำระหนี้: สามารถชำระหนี้ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เลือกได้เลย หรือจะเข้าไปชำระด้วยตัวเองที่หน้าสาขาก็ได้เช่นกัน
- ความปลอดภัย: ธนาคารและสถาบันการเงินที่ให้บริการเงินด่วนถูกกฎหมาย มักจะให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้กู้ ในส่วนของการทวงถามหนี้ก็จะดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าการกู้เงินด่วนถูกกฎหมายออนไลน์ จะมีความปลอดภัยมากกว่าการกู้เงินนอกระบบ เนื่องจากมีกฎหมายคอยคุ้มครองผู้กู้อยู่ ซึ่งถ้าหากคุณยังลังเลอยู่เพราะต้องการเงินด่วนภายในไม่กี่วัน ในปัจจุบันก็มีสถาบันการเงินที่อนุมัติสินเชื่อภายในระยะเวลา 3-7 วันไว้คอยบริการเช่นกัน