HomePR News“เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ปลื้มตลอดปี 65 โตต่อเนื่อง

“เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ปลื้มตลอดปี 65 โตต่อเนื่อง

เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) เผยการดำเนินธุรกิจตลอด 3 ไตรมาสปี 2565 เติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นร้านกาแฟแบบออลเดย์ไดนิ่งชั้นนำสัญชาติออสเตรเลีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โมเมนต์ดี ๆ ที่มีได้ทุกวัน” พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ผ่าน 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย “Winning in Coffee & Breakfast Credentials” ชูจุดเด่นผู้นำด้านกาแฟตามแบบฉบับออสเตรเลีย และเมนูอาหารเช้าหลากหลายที่เลือกทานได้ตลอดทั้งวัน “Winning in Experience” ส่งมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารผ่านเมนูใหม่ตลอดทั้งปี โดยปลายปีนี้เตรียมส่งเมนูพิเศษกระตุ้นยอดขายรับเทศกาลปีใหม่ ควบคู่ไปกับการขยายสาขารูปแบบใหม่ รองรับความต้องการลูกค้า และปิดท้ายด้วย “Winning in VIP Member” เน้นการสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าสมาชิก เดอะ คอฟฟี่ คลับ ด้วยแคมเปญทางการตลาด รวมถึงมอบโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น เชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โดยตั้งเป้าฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติเติบโตสัดส่วน 60:40 และคาดว่าภาพรวมตลอดปี 2565 จะมีการเติบโตอยู่ที่มากกว่า 150%

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานตลอด 3 ไตรมาสปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการมุ่งเน้นสะท้อนจุดแข็งของการให้บริการรูปแบบ “ร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่ง” ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศออสเตรเลียให้เข้าถึงคนไทยมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โมเมนต์ดี ๆ ที่มีได้ทุกวัน” ด้วยการต่อยอดเมนูอาหารทั้งคาว-หวาน รวมถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้มีความหลากหลายและมีรสชาติอร่อยกว่า 100 เมนู พร้อมการให้บริการเป็นไปตามมาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสมและทุกคนเข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับเดินหน้าเปิดสาขามากขึ้น และขยายโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ เช่น ฟู้ดทรัค และคีออส เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

- Advertisement -

“ที่ผ่านมา เดอะ คอฟฟี่ คลับ เห็นสัญญาณบวกจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 ส่งผลให้แบรนด์เร่งเครื่องเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านร้าน เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 35 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งปัจจัยความสำเร็จมาจากการพัฒนาและปรับปรุงเมนูใหม่ ๆ ทั้งในกลุ่มที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง เมนูอาหารเช้า (Breakfast Credentials) และเครื่องดื่มเมนูกาแฟ (Coffee Credentials) ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น อีกทั้งจุดเด่นของแบรนด์ที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการเนื่องจากมีอาหารและเครื่องดื่มให้นั่งรับประทานสบาย ๆ ได้ตลอดทั้งวันแบบออลเดย์ไดนิ่ง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์การตลาดในการทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในวงกว้างได้เป็นอย่างดี” นางนงชนก กล่าว

ในขณะที่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ มองว่ายังมีโอกาสขยายการเติบโตได้อีกมาก เนื่องด้วยจากสถานการณ์ และมาตรการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ จึงวาง 3 กลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์มากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็นร้านกาแฟแบบออลเดย์ไดนิ่งชั้นนำสัญชาติออสเตรเลียทั้งแก่คนไทยและต่างชาติ ประกอบด้วย

· ความเป็นที่สุดด้านกาแฟและอาหารเช้า (Winning in Coffee & Breakfast Credentials) – หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกกว่า 30 ปี คือ “กาแฟ” การันตีด้วยรางวัล “Golden Bean Award” จากออสเตรเลีย 3 ปีซ้อน โดยกาแฟทุกแก้วของเดอะ คอฟฟี่ คลับ รังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพทั้งเมล็ดพันธุ์กาแฟระดับพรีเมียม รวมถึงส่วนผสม ตลอดจนการให้บริการตามมาตรฐานออสเตรเลีย โดยปลายปีนี้มีแผนเปิดตัวเมนูกาแฟฟรุตตี้ใหม่ 2 เมนู ได้แก่ กาแฟมะพร้าว (Espresso Coconut) และกาแฟส้มจี๊ด (Espresso Soomjeed) ให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติใหม่ที่อร่อยอย่างลงตัวและไม่เหมือนใคร อีกทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม กาแฟดริป (Drip Coffee) เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้า รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลท์คือเมนูออลเดย์เบรกฟาสต์ทั้งสไตล์ไทยและฝรั่ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่มาพร้อมความอร่อยและดีต่อสุขภาพได้ตลอดทั้งวัน

· การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Winning in Experience) – มีการนำเสนอเมนูอาหาร ของหวาน เบเกอรี่ เครื่องดื่มใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงการทยอยปรับดีไซน์ร้านที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมการเปิดสาขาเพิ่มตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก คู่ไปกับการขยายธุรกิจในรูปแบบ Grab & Go ที่มีขนาด 30-40 ตารางเมตร ที่จะมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มีความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับ Australian Café เน้นจำหน่ายเมนูที่เป็นเครื่องดื่มกาแฟและขนมเพสทรี สำหรับเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย โดยเตรียมเปิดตัวร้านรูปแบบ Grab & Go ที่แรก ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และจะทยอยเปิดเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้ภายในปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ ตั้งเป้ามีสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 39 สาขา

· การสร้างประสบการณ์พิเศษสำหรับลูกค้าและสมาชิก (Winning in VIP Member) – เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ให้กว้างมากขึ้น เดอะ คอฟฟี่ คลับ จึงนำเสนอสิทธิพิเศษมากมายเฉพาะลูกค้าที่เป็นสมาชิกเท่านั้น เช่น จัดทำโปรโมชันสุดพิเศษเมื่อเติมเงินผ่าน The Coffee Club Gift Card หรือ ในวอลเล็ตผ่านแอปพลิเคชัน The Coffee Club Thailand แจกฟรีบัตรกำนัลเพิ่ม มูลค่า 1,200 บาท สำหรับใช้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มของร้าน รวมถึงการมอบกาแฟฟรี 1 แก้วสำหรับลูกค้า VIP เมื่อดาวน์โหลดแอปฯ ตลอดจนยังมี ตุ๊กตาจิงโจ้ “น้องคอฟฟี่” และตุ๊กตา “น้องหมีโคอาล่าคลับ” รุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน ที่เป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียให้ได้สะสมเป็นเจ้าของเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม 2565 นี้เท่านั้น โดยตั้งเป้าสมาชิกอยู่ที่ราว 100,000 คน

อย่างไรก็ตามจากกลยุทธ์ข้างต้น เชื่อมั่นว่า เดอะ คอฟฟี่ คลับ จะส่งมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างครอบคลุม ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรับประทานที่ร้าน สั่งกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติเติบโตในสัดส่วน 60:40 และคาดว่าภาพรวมตลอดปี 2565 จะมีการเติบโตมากกว่า 150% สะท้อนความเป็นไลฟ์ฮับร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่งที่มีอาหารเครื่องดื่มครบครันรองรับการบริโภคของทุกคนได้ในทุกวันทุกโอกาส นางนงชนก กล่าวทิ้งท้าย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News