HomePR News2 ประเทศเด่น น่าลงทุน รับมือ Inverted Yield Curve

2 ประเทศเด่น น่าลงทุน รับมือ Inverted Yield Curve

โดย วิภาดา ศุภกุลวณิชย์ AFPT™ Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้ 

เข้าสู่เดือนที่ 2 ของสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน โดยผลกระทบของสงครามได้ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง กดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวด โดยในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา Fed ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจากความเข้มงวดดังกล่าว อาจเป็นการจุดชนวนที่จะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ได้ในระยะข้างหน้า

ล่าสุด มีสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะ Recession ที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ได้ปรับตัวสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Inverted Yield Curve) เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 ที่มีการ Lockdown จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และนำไปสู่การเกิด Recession ในช่วงต้นปี2020

- Advertisement -

ตามข้อมูลของ Bespoke Investment บริษัทวิเคราะห์วิจัยข้อมูลทางด้านการเงิน ระบุว่า เมื่อเกิดปรากฏการณ์ Inverted Yield Curve มีโอกาสกว่า 2 ใน 3 ที่จะเกิด Recession ในปีหน้า และมีโอกาสกว่า 98% ที่จะเกิด Recession ในอีก 2 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม จากแผนภาพที่ 1 จะพบว่า ตลาดหุ้น (S&P 500 Index) มักจะยังคงปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15 เดือน หลังเกิด Inverted Yield Curve หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% ประกอบกับมีข้อมูลในอดีตจาก MUFG Securities ระบุว่า หลังเกิด Inverted Yield Curve เป็นเวลาประมาณ 422วัน ก่อนปี 2001, 571 วัน ก่อนปี 2007 – 2009 และ 163 วัน ก่อนปี 2020 ถึงจะเกิด Recession ตามมาในปีดังกล่าว จึงมองว่า ยังพอมีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า

แผนภาพที่ 1: แสดงการปรับตัวขึ้นต่อของตลาดหุ้น หลังเกิด Inverted Yield Curve

ที่มา: Bloomberg, NBER, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

ทั้งนี้ ด้วย Valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500 Index fwd P/E) เริ่มตึงตัวมากขึ้น โดยเทรดอยู่ที่ระดับ 19.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ราว 17 เท่า (as of April 6, 2022) ประกอบกับยังมีปัจจัยกดดันเรื่องการลดงบดุล (Balance Sheet Runoff หรือ QT) จึงอาจไม่คุ้มที่จะเข้าไปลงทุนในตอนนี้ ขณะที่มองว่า ยังมีบางประเทศทางฝั่งเอเชียที่น่าสนใจกว่าด้วย Valuation ที่ไม่แพง และเงินเฟ้อที่ไม่สูง ทำให้ธนาคารกลางสามารถดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายต่อไปได้ เช่น ตลาดหุ้นจีน และเวียดนาม

ตลาดหุ้นจีนถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองในปีนี้ ปัจจุบัน  Valuation ของตลาดหุ้นจีน (CSI 300 Index fwd PE) เทรดในระดับเพียง 11.9 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ระดับ 11.8 เท่า (as of April 7, 2022) โดย Bloomberg คาดการณ์การเติบโตของกำไร (EPS Growth) ปี 2022 ไว้สูงถึงระดับ 19%และเงินเฟ้อของจีน เดือน ก.พ. ยังอยู่ที่ระดับเพียง 0.9% YoY ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ PBoC ที่ระดับ3% ค่อนข้างมาก อีกทั้งจีนยังตั้งเป้าหมายการเติบโตของ GDP ปี 2022 ไว้ที่ระดับประมาณ 5.5% ซึ่งสูงกว่าที่ IMF คาดไว้เพียง 4.8% จึงมีแนวโน้มที่จีนจะดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวได้

อีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ตลาดหุ้นเวียดนาม ปัจจุบัน Valuation ของตลาดหุ้นเวียดนาม (Vietnam Ho Chi Minh Index fwd P/E) เทรดอยู่ที่ระดับ 13.3 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 13.2 เท่า (as of April 7, 2022) และมีนักวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโตของกำไร(EPS Growth) ไว้ที่สูงถึง 30% ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หากดูเงินเฟ้อของเวียดนาม เดือน ก.พ. อยู่ที่ 1.42% YoY ยังห่างไกลจากเป้าหมายของรัฐบาลที่ 4% ประกอบกับเวียดนามมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามให้เดินหน้าต่อไปได้

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่า แม้การเกิด Inverted Yield Curve จะนำไปสู่โอกาสสูงที่จะการเกิด Recession แต่ยังมีเวลาที่จะสามารถลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี โดย Focus ลงทุนในหุ้นที่มี Valuation ไม่แพง มีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อค่อนข้างต่ำ และยังคงใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายอย่างตลาดหุ้นจีนและเวียดนาม ที่น่าจะสามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในสถานการณ์ความไม่แน่นอนเช่นนี้ได้ 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News