HomePR Newsกลุ่มธุรกิจ TCP เผยเคล็ดลับวิชาการบริหารทรัพยากรน้ำ ผ่านกิจกรรม “TCP Spirit  พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited”

กลุ่มธุรกิจ TCP เผยเคล็ดลับวิชาการบริหารทรัพยากรน้ำ ผ่านกิจกรรม “TCP Spirit  พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited”

นอกจากคนไทย และคนทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว มีผลต่อการใช้ชีวิตที่ยากลำบาก ปีนี้ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งขั้นรุนแรงและยาวนานที่สุดในรอบ 40 ปี  เพราะปริมาณน้ำฝนทิ้งช่วงยาวนาน และน้อยลงกว่าเคย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก และบางพื้นที่ถึงกับขาดแคลนน้ำในการอุปโภค/บริโภค ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่คนไทยทุกภาคส่วนควรช่วยกันตระหนัก และหาทางแก้ไข

ล่าสุดกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำของไทย ภายใต้แบรนด์กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม เพียวริคุ และไฮ่! ได้ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited’  โดยชวนอาสาสมัครทั่วประเทศกว่า 60 คน เดินทางไปชุมชนบ้านตุ่น ต. บ้านตุ่น จ.พะเยา เพื่อรับรู้ปัญหา พร้อมเรียนรู้ความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จาก “บ้านตุ่นโมเดล”  เมื่อวันที่ 13-15 พ.ย.ที่ผ่านมา แถมกิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย” โครงการระยะยาว 5 ปี ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย

- Advertisement -

ซึ่งงานนี้มีคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP นำโดยคุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และอเล็กซ์ เรนเดลล์ TCP Spirit Brand Ambassador ทูตสันถวไมตรี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ คนแรกของประเทศไทย (National Goodwill Ambassador for Thailand) มาช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจ สร้างรอยยิ้ม และทำกิจกรรมร่วมกันตลอดทั้งงาน

สำหรับ “บ้านตุ่นโมเดล” ถือเป็นต้นแบบการจัดการน้ำที่น่าศึกษา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมใจกันต่อสู้กับภัยแล้ง  โดยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบมาตลอด 25 ปี ทุกวันนี้จึงทำให้มีน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค รวมถึงทำการเกษตรตลอดทั้งปี และยังให้ความสำคัญกับเรื่อง “การกระจายน้ำ” (อย่างเท่าเทียม) ไปยังแหล่งน้ำ 3 ส่วนได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่สำคัญบ้านตุ่นยังนำ 7 เคล็ดวิชา “พยาบาลลุ่มน้ำ”  มาต่อยอดในการบริหารจัดการน้ำได้จนสัมฤทธิ์ แต่ละวิชามีกลเม็ดเด็ดพรายอย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลมาฝากให้ทราบกัน

วิชาที่ 1 รักษาดอยหลวง คืนผืนป่าแหล่งต้นน้ำบ้านตุ่น 

“ดอยหลวง” คือต้นน้ำสำคัญของบ้านตุ่น ก่อนเคยถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำการเกษตร

ค้าไม้ ทำให้บ้านตุ่นประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำป่าไหลหลาก ผู้นำชุมชนจึงชักชวนกันแก้ปัญหาโดยการขอพระราชทาน “อ่างเก็บน้ำบ้านตุ่น” ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูผืนป่า ซึ่งชาวบ้านใช้เวลากว่า 25 ปีถึงจะมีน้ำกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม

ปัจจุบันน้ำจาก 13 ลำสาขาจากดอยหลวงได้ไหลลงมารวมกันที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ก่อนจะไหลผ่านลำห้วย ลำเหมือง ดูแลชีวิตของคน 11 หมู่บ้านในตำบลบ้านตุ่น และไหลลงสู่กว๊านพะเยา และน้ำจากกว๊านพะเยาก็ไหลสู่แม่น้ำอิง หนึ่งในแม่น้ำไม่กี่สายที่ไหลจากทิศใต้ไปทิศเหนือ และไหลไปรวมกับแม่น้ำโขง หล่อเลี้ยงผู้คนหลายหมื่นชีวิตในอีก 4 ประเทศ

วิชาที่ 2 ใช้ภูมิปัญญาชนะสงครามน้ำและสร้างความปรองดอง 

แม้บ้านตุ่นจะมีน้ำแต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับชุมชน จึงทำให้มีปัญหาแย่งน้ำกันเกิดขึ้น หมู่บ้านในพื้นที่อยู่สูงกว่าได้รับน้ำน้อยกว่า (เพราะน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ) หากจะใช้น้ำก็ต้องใช้ปั๊มน้ำซึ่งไม่คุ้มค่า

กระทั่ง “พ่อสม หรือ นายสม หลวงมะโนชัย” ได้คิดค้น “แตปากฉลาม” (ลักษณะเป็นปูนรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายลิ่มตั้งอยู่บริเวณทางแยกของแม่น้ำสองสาย) เพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ โดยหลักการคือหากกระแสน้ำสายหลักไหลลงมาปะทะแตปากฉลาม ก็จะมีแรงดันให้น้ำส่วนหนึ่งไหลไกลไปยังที่สูงกว่าได้ และบางส่วนก็ไหลลงลำเหมืองเช่นเดิม ซึ่งเป็นการแก้ไขเรื่องการได้รับน้ำน้อยกว่าของชุมชนต้นน้ำที่ได้ผล แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นต้องยกให้กับความร่วมมือร่วมใจกันของชาวบ้านทุกคน ที่แบ่งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กันอย่างเท่าเทียม รวมถึงช่วยกันดูแลรักษาและยึดแนวทางเหล่านี้ไว้อสืบจนถึงปัจจุบัน

วิชาที่ 3 เรียนรู้การเก็บกักน้ำ แบบบ้านตุ่นโมเดล

“3-3-4”  คือสูตรสำหรับการจัดสรรน้ำในแบบฉบับบ้านตุ่นโมเดล

โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำจะเปิดประตูน้ำ 3 วัน เพื่อให้น้ำไหลลงไปที่กลางน้ำ ก่อนปิดอีก 10 วันเพื่อสะสมน้ำ ที่กลางน้ำก็จะเปิดประตูน้ำอีก 3 วันให้น้ำไหลลงไปปลายน้ำ และที่ปลายน้ำจึงค่อยจ่ายน้ำ 4 วัน เพื่อให้แบ่งปันให้ทุกคนมีโอกาสใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน

ทุกปีชาวบ้านจะมีกิจกรรมร่วมกันดูแลระบบการจ่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกลำเหมือง กำจัดวัชพืช หรือปลูกหญ้าแฝก (ซึ่งปีนี้ก็มีแรงอาสาสมัครหนุ่มสาวอีกกว่า 60 ชีวิตมาช่วยด้วย) นอกจากระบบการกระจายน้ำแล้ว การพักและเก็บกักน้ำก็เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ชาวบ้านมั่นใจว่าจะมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี ดังนั้นตามรายทางจะมองเห็นลำเหมืองเล็กๆ ไหลผ่านหน้าบ้านแต่ละหลัง และในบ้านก็จะมีบ่อพักน้ำของตัวเอง

วิชาที่ 4 ปลูกแฝก เสริมไผ่ พลิกคืนความชุ่มชื้นให้ผืนดิน

ริมบ่อรับน้ำที่นี่จะปลูกเสริมหญ้าแฝก กำแพงดินธรรมชาติ เพราะหญ้าแฝกเป็นพืชที่มีรากหนาแน่นและหยั่งลึก ช่วยอุ้มดินและลดการกัดเซาะของตลิ่ง ถัดจากแนวหญ้าแฝก เป็นการปลูกเสริมด้วยไผ่ พืชโตไวสารพัดประโยชน์ นอกจากรากของไผ่จะแน่นแล้ว ชาวบ้านยังสามารถนำไม้ชนิดนี้ไปแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งทำเข่ง สุ่มไก่ โต๊ะ เก้าอี้ และเวที จนกลายเป็นอีกหนึ่งรายได้สำคัญให้แก่ชุมชนไปโดยปริยาย

สำหรับการปลูกไผ่ ต้องขุดดินลงไปให้ลึกประมาณหนึ่งศอก ปักลำต้นให้เอียง 45 องศา พอเวลาฝนตกลงมาน้ำจะค่อยๆ ไหลลงในดิน เวลากลบดินก็ให้แน่นพอประมาณให้ลำต้นมันคงอยู่ได้ แต่ต้องมีช่องว่างให้น้ำไหลลงไปด้วย เพียงแค่ปีเดียวต้นไผ่ก็ยืนต้นสูง และสามารถใช้ประโยชน์ได้ใน 3 ปี

วิชาที่ 5 กว๊านคือแหล่งน้ำ กว๊านคือวิถีชีวิตของคนพะเยา

สำหรับวิชานี้เป็นการเรียนรู้ว่าการจัดการลุ่มน้ำไม่ใช่การจัดการเฉพาะน้ำเท่านั้น

แต่ยังเป็นการจัดการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และจัดการทรัพยากรในน้ำอย่างปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ อีกด้วย ฉะนั้นในชุมชนปลายน้ำที่อยู่ติดกับกว๊านพะเยา ชาวบ้านจะช่วยกันกำจัดผักตบชวาเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาด และจากเดิมเคยเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน เพราะมีเรือหางยาววิ่ง มีการขี่เจ็ตสกีในกว๊าน ทุกวันนี้ชาวบ้านใช้เพียงเรือพายเท่านั้น และการประมงก็ใช้เครื่องมือพื้นบ้านอย่างแห อวน สุ่ม ข้อง หรือไซ อีกด้วย แถมยังแบ่งกว๊านออกเป็น 2 เขต คือเขตที่จับปลาได้ตลอดทั้งปี และเขตที่ห้ามจับปลาในช่วงฤดูวางไข่ ทั้งนี้เพื่อให้ปลาได้เพิ่มจำนวน ปัจจุบันกว๊านพะเยาจึงกลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและงดงามทีเดียว

วิชาที่ 6 สิ่งมีชีวิตในน้ำ ตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ

แม้บ้านตุ่นจะมีน้ำที่ใสสะอาด แต่ว่าชาวบ้านบัว หมู่บ้านซึ่งอยู่ติดกัน เคยตรวจพบสารพิษปนเปื้อนในเลือดถึงร้อยละ 90 ของคนในหมู่บ้าน เพราะเกิดจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร จากเหตุการนี้คนในชุมชนจึงพร้อมใจกันเลิกใช้สารเคมีทั้งหมด กลายเป็นหมู่บ้านอินทรีย์ที่หันมาทำการเกษตรผสมผสาน

นอกจากนี้คุณภาพน้ำที่ดียังรวมถึงปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ตะกอนดิน และสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ดังนั้นที่นี่จะมีการสำรวจสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในน้ำเป็นประจำ ตักขึ้นมาจะเห็นกุ้งฝอย มวนน้ำ ตัวอ่อนหนอนปลอกน้ำ และแมลงเล็กๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล่ะที่ใช้ชีวิตในแหล่งน้ำที่สะอาด และเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำได้ดี โดยที่ในหมู่บ้านไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ มาตรวจสอบให้ยุ่งยากเลย

วิชาที่ 7 การจัดการน้ำไม่มีสูตรสำเร็จ

ดร. รอยบุญ รัศมีเทศ รองผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ได้พบคำตอบว่า “การจัดการน้ำไม่มีสูตรสำเร็จ” ทุกอย่างทำตามภูมิสังคม และตามสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รวมถึงการร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

และทั้งหมดนี้คือกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited’ ที่อาสาสมัครกว่า 60 คนได้มาสัมผัสจริง พร้อมได้เรียนรู้วิชาทั้ง 7 เคล็ดลับจากบ้านตุ่นโมเดล สำหรับคนปลายน้ำ หรือคนเมืองอย่างเรา ทุกคนก็สามารถพยาบาลลุ่มน้ำได้เหมือนกันเพียงแค่คุณรู้จักใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และหาแนวทางการประหยัดน้ำ อาทิ รวบรวมผ้าไว้ซักพร้อมกัน ล้างจานทีละหลายๆ ใบ เก็บกักน้ำฝนมาใช้รดน้ำต้นไม้ หรือเปลี่ยนมาใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ  ฯลฯ เท่านี้ คุณก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาวิกฤตภัยแล้งได้เปลาะหนึ่ง และถ้าทุกคนช่วยกันจนเกิดเป็นปกติวิสัย เชื่อว่าทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะไม่มีปัญหาการขาดน้ำอุปโภคและบริโภคอย่างแน่นอน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News