HomePR Newsโอกาสสุดท้ายกู้ซื้อบ้าน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ส่องเกณฑ์ LTV หลังแบงก์ชาติไม่ต่อโปรฯ

โอกาสสุดท้ายกู้ซื้อบ้าน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ส่องเกณฑ์ LTV หลังแบงก์ชาติไม่ต่อโปรฯ

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ได้ออกมาประกาศจะยุติมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ซึ่งก่อนหน้านี้เริ่มต้นมาตรการมาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.2564 เป็นการชั่วคราว โดยจะสิ้นสุดมาตรการวันที่ 31 ธ.ค.2565 เพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ในขณะนั้นประสบปัญหาจากวิกฤติโควิด-19 ผ่านการปลดล็อกให้กู้ได้เต็ม 100% ทุกกรณี และไม่ต้องวางเงินดาวน์อีกด้วย

แต่ล่าสุดแบงก์ชาติเห็นว่าความจำเป็นในการกระตุ้นกิจกรรมเศรษฐกิจส่วนนี้ลดลง เพราะปัจจุบันกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ผ่านการใช้ LTV หรือสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์กำหนดเดิมคือ บ้านหลังแรกที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทไม่ต้องวางเงินดาวน์ กู้ได้เต็ม 100% นอกเหนือจากนี้จะต้องมีเงินดาวน์ส่วนหนึ่งและกู้ได้ไม่เต็ม 100%

สำหรับเหตุผลของแบงก์ชาติที่ไม่ขยายเวลาผ่อนคลายมาตรการ LTV มีด้วยกัน 3 ด้าน คือ 1.เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนและทั่วถึงมากขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับดีขึ้นต่อเนื่องทั้งอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งการจ้างงานในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทยอยปรับดีขึ้น

- Advertisement -

2.การสิ้นสุดการผ่อนคลายมาตรการ LTV ไม่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากเกือบทั้งหมดกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่มูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมาตรการ LTV ปัจจุบันสำหรับซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทผ่อนคลายมากอยู่แล้ว

3.การขยายเวลาผ่อนคลายมาตรการอาจเอื้อให้เกิดการสะสมความเสี่ยงในระบบการเงินในระยะต่อไปได้ เช่น การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์โดยผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง และส่งผลต่อระดับหนี้ครัวเรือนให้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในในช่วงต่อไปปี 2566 หลังจากไม่มีการผ่อนคลายมาตรการ LTV จากแบงก์ชาติแล้วจะเป็นอย่างไร? โดย “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้ประเมินไว้ว่า ปัจจัยหนุนเริ่มเบาบาง เมื่อแบงก์ชาติไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลาย LTV สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2565 โดยตลาดต้องติดตามว่าทางการจะต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมในการซื้อที่อยู่อาศัยหรือไม่

ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง กำลังซื้อยังเปราะบาง อัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น การแข่งขันในธุรกิจที่สูงและจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมสูง ล้วนยังเป็นแรงกดดันต่อกิจกรรมการซื้อและการลงทุนที่อยู่อาศัยในระยะข้างหน้า

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” จึงมองว่า ในปี 2566 ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (รวมนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา) น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.75-1.82 แสนหน่วย หรือหดตัว 2.8% ถึงขยายตัว 1.1% เทียบกับที่คาดว่าจะขยายตัว 7.5% ในปี 2565

สำหรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรการ LTV เดิม หรือจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป มีรายละเอียดดังนี้

-ราคาบ้าน ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แบ่งเป็น สัญญาที่ 1 ไม่ต้องวางเงินดาวน์ กู้ได้เต็ม 100% และยังกู้สินเชื่อTop-Up เพื่อตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ได้เพิ่มอีก 10% ของมูลค่าบ้าน , สัญญาที่ 2 ต้องมีเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% กู้ได้ไม่เกิน 90% หากผ่อนสัญญาที่ 1 ไปแล้วมากกว่า 2 ปี หรือต้องมีเงินดาวน์ 20% กู้ได้ 80% หากผ่อนสัญญาที่ 1 น้อยกว่า 2 ปี , สัญญาที่ 3 ขึ้นไป ต้องมีเงินดาวน์ขั้นต่ำ 30% และกู้ได้ไม่เกิน 70% ของมูลค่าบ้าน

-ราคาบ้านมากกว่า 10 ล้านบาท แบ่งเป็น สัญญาที่ 1 วางดาวน์ขั้นต่ำ 10% กู้ได้ไม่เกิน 90% , สัญญาที่ 2 วางดาวน์ขั้นต่ำ 20% กู้ได้ไม่เกิน 80% และสัญญาที่ 3 ขึ้นไป วางดาวน์ขั้นต่ำ 30% กู้ได้ไม่เกิน 70%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News