HomePoliticsนายกฯสั่งกองทัพเรือเลื่อนรับเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกไปอีก 1 ปี

นายกฯสั่งกองทัพเรือเลื่อนรับเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกไปอีก 1 ปี

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างงบประมาณประจำปี 2564 อยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม ซึ่งหนึ่งในรายการที่ขอจัดซื้อเกี่ยวข้องกับทหารเรือ คือเรือดำน้ำ 2 ลำ ซึ่งในปี 2564 ได้ขออนุมัติงบประมาณ 3,375 ล้านบท โดยจะมีการชำระเงินทั้งหมด 7 ปี

การขออนุมัตินี้เป็นการเลื่อนมาจากปีงบประมาณ 2563 จากเดิมที่กองทัพเรือขออนุมัติ แต่เนื่องจากประเทศไทยประสบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ชะลอการดำเนินการในปี 2563 มาขอรับงบประมาณในปี 2564 ในวงเงินเดิม

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการ ตามที่เห็นเป็นข่าวและสังคมได้รับทราบแล้ว ซึ่งกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพเรือก็ได้ชี้แจงความจำเป็นในการต้องซื้อเรือดำนำลำที่2 และ 3 ถัดจากลำที่ 1 ซื้อไปแล้ว และจะมีการส่งมอบต่อมา ส่วนลำ 2และ3 ดำเนินการตามที่ได้มีการเจรจาตกลงที่จะมีการจัดซื้อไปแล้ว

- Advertisement -

“จากที่กรรมาธิการพูดคุยถึงข้อกังวลต่างๆ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงกลาโหมเอง ได้มีการพูดคุยกับทางกระทรวงกลาโหมเป็นการภายในและพูดคยุกับกองทัพเรือและได้สรุปว่าให้ทางกองทัพเรือพิจารณาที่จะชะลอการสั่งซื้อลำที่ 2 และ 3 ออกไปก่อน เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความเข้าใจของนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เห็นว่าทางประชาชนเองที่เป็นตัวแทนของกรรมาธิการงบประมาณปี 2564 ที่มีความกังวลที่จะนำงบ 3,375 ล้านบาทไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น เช่นดูแลประชาชนในเรื่องปากท้อง หรือเรื่องอื่นๆ ทีเห็นว่าเหมาะสม” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับกระทรวงกลาโหมโดยตรง ให้กรรมาธิการงบประมาณราจ่ายประจำปี 2564 ได้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมโดยทางกระกลาโหม โดยกองทัพเรือ จะเป็นผู้ชี้แจงต่อกรรมาธิการงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งความเหมาะสมจะเป็นอย่างไร การจะเจรจากับจีนเพิ่มเติมในการที่จะเลื่อนการจัดซื้อไปอีกเป็นปีที่2 จะมีผลออกมาอย่างไร ในส่วนของกองทัพเรือจะเป็นผู้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

หลังจากนี้จะเป็นการเจรจากับจีนเพิ่มเติมถึงการที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องชะลอการจัดซื้อออกไป ทั้งนี้คงต้องให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องบทบาทของกองทัพด้วยว่าก็ต้องการจะดูแลประชาชนและทรัพยากรของประเทสไทยดีที่สุด รัฐบาลพยายามดูแลทุกภาคส่วนทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ให้ประชาชนมีความสบายใจในการบริหารราชการว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม มีการเจรจาพูดคุยและมีเหตุและผลต่อกัน

นายอนุชา กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำนั้น ทั้งหมดดำเนินการกับตามระเบียบถูกต้องเป็นจีทูจีที่ถูกต้อง สัญญาทั้งหมดได้มีการดำเนินการตั้งแต่การจัดซื้อลำแรกแล้ว ส่วนลำที่2 และ 3 เป็นเรื่องของการจะส่งมอบต่อเนื่องเท่านั้น ฉะนั้นงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งสำหรับจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท เฉพาะลำที่ 2 และ 3 อยู่ที่ 22,500 ล้านบาท

หลังจากนี้ ต้องให้กลาโหม โดยกองทัพเรือได้พูดคุยกับทางการจีน ซึ่งบ่ายวันนี้(31 ส.ค. 2563) จะมีการปะชุมสภากาโหม คงจะได้มีโอกาสจะถามกับกองทัพเรือเพิ่มเติมว่าได้มีการเจรจาหรือไม่ แต่วันนี้ให้ทางกองทัพเรือมีการชะลอ แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการที่กรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎรด้วยว่าหลังจากที่มีการชี้แจง พูดคุยแล้วเห็นเป็นอย่างไร เพราะนายกฯ เห็นถึงความสำคัญที่ประชาชนมีความห่วงใย และกังวลต่อเศรษฐกิจในปัจจบัน ถ้าชะลอได้อีก1 ปีอย่างน้อยก็สามารถนำเงินจำนวน 3,000 กว่าล้านไปใช้ประโยชน์ส่วนอื่นได้พอสมควร และให้กองทัพเรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้มีประเด็นปัญหาเรื่องความมั่นคงต่อไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชะลอไปนี้เพื่อเป็นการลดกระแสคัดค้านหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ตอนนี้นายกรัฐมนตรี มีการทำงานในลักษณะพูดคุยและฟังความเห็นของประชาชน ตั้งแต่เริ่มมีการเรียกร้องหลายๆเรื่องทั้งเศรษฐกิจ สังคม แม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เห็นว่ามีกลไกต่างๆ ที่สามารถดำเนินการได้ เช่นตอนนี้สภาผู้แทนราษฎร กำลังคุยกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องของงบประมาณ กลไกที่เกี่ยวข้อกับสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีในฐานะที่ดูแลฝ่ายบริหารก็จะประสานกันเพื่อให้ทุกกลไกเดินไปอย่างราบรื่นเพื่อให้รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร สามารถดำเนินไปเพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วนกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเหมืองทองอัครานั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการเห็นว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะมีข้อมูลมากที่สุด ถ้าเป็นเรื่องของกฎหมายก็อยากให้ผู้ที่ดูแลเป็นผู้พูดคุยข้อเท็จจริงมากกว่า เพราะเมื่อเป็นเรื่องข้อกฎหมายหากพูดไปแล้วข้อเท็จจริงไม่ตรง อาจจะเป็นประเด็นได้

“ท่านนายกฯ อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกที่รับผิดชอบ รัฐบาลก็จะดูแลในส่วนที่รับผิดชอบ ส่วนของสภาก็จะดูแลตรงนั้น ตรงนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายก็จะให้รองวิษณุชี้แจงเพราะรายละเอียดมีเยอะหากเราชี้แจงไปโดยใช้กระแสอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงอาจทำให้รูปคดีต่างๆ เสียได้” นายอนุชา กล่าว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News