HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 29 เมษายน 2567

Business Today Thai Politics 29 เมษายน 2567



“เศรษฐา” เปิดทำเนียบรับพระราชาธิบดีบรูไน ลงนามความร่วมมือสองประเทศ

- Advertisement -

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระราชธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ แห่ง บรูไนดารุสซาลาม เสด็จพระราชดำเนิน ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชธิบดีฯ แห่งบรูไนดารุสซาลามเสด็จฯ ไปยังตึกภักดีบดินทร์เพื่อการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ


ในโอกาสเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล นอกจากนั้น จะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง และนายกฯ ถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันแด่ สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ในช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการในการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย



“อนุทิน” ชมสปิริต “ปานปรีย์” ลาออก

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดราม่าในการปรับคณะรัฐมนตรี (ปรับ ครม.) จะกระทบภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่กระทบ มีการโปรดเกล้าฯ แล้วก็เป็นไปตามนั้น ซึ่งในส่วนของหน้าตา ครม.เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องพิจารณาดีแล้ว เนื่องจาก ครม.อยู่ภายใต้การนำของนายกฯ จากนี้ก็เดินหน้าต่อไป ทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน และทำในสิ่งที่เป็นเป้าหมาย


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ไม่หมาะสม นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องเคารพการพิจารณาของนายกฯ อีกทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้วจะวิจารณ์ทำไม

ปานปรีย์ ได้ให้เหตุผลในการลาออกแล้ว ตนคิดว่าทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง สำหรับตนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้คุยกับนายปานปรีย์แล้ว หลังจากที่เมื่อวาน (28 เม.ย.67) ตนโทรศัพท์ติดต่อไป จะให้กำลังใจ แล้วนายปานปรีย์ไม่รับสาย แต่ได้โทรกลับมาแล้วเมื่อเช้า ก็ได้พูดคุย และให้กำลังใจไป เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน และต้องเคารพการตัดสินใจของนายกฯ

“ผมว่าต้องแสดงความชื่นชมท่านปานปรีย์ ซึ่งท่านคิดว่าไม่ควรเหลือตำแหน่งเดียว แทนที่ท่านจะอยู่ แล้วไม่ให้ความร่วมมือ หรือทำงานไม่เต็มที่ แต่ท่านก็แสดงสปิริตลาออก ก็เป็นสิ่งที่น่าชมเชย“



“ธนาธร” เมิน กกต. ยันรณรงค์ สว. ไม่ผิดกม.

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้า ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบการแนะนำตัวผู้สมัคร สว. รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนสมัครรับเลือก สว.อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายนั้น เมื่อวันที่ 28 เม.ย.67 ที่ผ่านมา ที่ จ.หนองบัวลำภู นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า


ไม่กังวลใจอะไร เดินหน้าทำงานตามปกติ เชื่อว่าสิ่งที่เราทำคือการรณรงค์ให้คนมาสนใจการเลือก สว. ให้คนมาลงสมัคร สว.นั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเมืองไทย และไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร เรื่องนี้ไม่มีความกังวลใจ และทำงานต่อ อย่างวันนี้ก็อยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู และในวันที่ 29 เม.ย.67 ก็จะไปรณรงค์ในลักษณะเดียวกันที่ จ.สกลนคร

เมื่อถามว่าอยากให้ กกต.ทบทวนคำสั่งหรือประกาศที่ออกมาหรือไม่ ธนาธร กล่าวว่า คิดว่าประกาศฉบับนี้อาจมีข้อท้วงติงทางกฎหมายได้ว่า กกต.อาจจะใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเนื้อหานั้นเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่ขัดต่อการพัฒนาการเมืองไทยที่สำคัญมาก ลองคิดดูว่าคนจำนวนมาก ไม่สนใจ ไม่เล็งเห็นความสำคัญของการเลือก สว.และไม่เข้ามามีส่วนร่วมก็จะทำให้การเลือก สว. นั้นเป็นการเลือกที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมน้อยมาก จะเอื้อต่อการซื้อเสียง และเอื้อต่อการเกณฑ์คนที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันมาลงสมัคร ทำให้วัตถุประสงค์ที่อยากให้ สว.มาจากกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย และเป็นที่ยอมรับในวิชาชีพนั้นๆ เป็นไปได้ยาก สุดท้ายก็จะได้แต่คนที่มีทรัพยากร ในการเกณฑ์พวกพ้องกันมาสมัคร



“สนธิญา ร้องกกต. สอบ ธนาธร -ช่อ ยุ่งเกี่ยวรณรงค์เลือกตั้งสว.ได้หรือไม่?

29 เมษายน ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต ) นายสนธิญา สวัสดี เข้ายื่นหนังสือต่อ #ประธานกกต เรียกร้องให้ตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาน คณะก้าวหน้า และ น.ส. พรรณิการ์วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ที่ออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ประชาชนมาสมัครเป็น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่ทั้ง 2 คน ผู้ถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี และถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต


โดยนายสนธิญากล่าวว่า นายธนาธรถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ​มีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี และ น.ส.พรรณิการ์ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานจริยธรรมไปแล้ว จึงอยากให้ กกต.วินิจฉัยถึงสิทธิเสรีภาพในการยุ่งเกี่ยวกับการรณรงค์เลือกตั้ง ส.ว.ว่าสามารถทำได้หรือไม่

ทั้งนี้ หากกลุ่มคนเหล่านี้สามารถเสนอแนะ สนับสนุน หรือเป็นผู้รณรงค์ให้มีการสมัคร ส.ว. แล้วหากคนที่มาจากกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้ง อาจจะทำให้มีการร้องเรียนเข้ามามากมาย และทำให้การได้มาซึ่ง ส.ว.มีความล่าช้าออกไป

ดังนั้น จึงอยากให้ กกต.มีการวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อนที่จะมี พระราชกฤษฎีกา ประกาศให้มีการเลือก ส.ว. ว่าทั้งสองคนสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.ได้มากแค่ไหนอย่างไร เพื่อให้ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปอย่างโปร่งใส และเที่ยงธรรม ไม่ขัดต่อกฎหมาย สามารถทำงานได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ของ ส.ว.ชุดใหม่



รัฐบาลชื่นชมแรงงานไทย คว้ารางวัลแรงงานคุณภาพไต้หวัน

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลชื่นชม 2 แรงงานไทย สร้างชื่อเสียงด้านแรงงาน คว้ารางวัลแรงงานคุณภาพ เนื่องในวันแรงงานสากล (1 พฤษภาคม) ณ ประเทศไต้หวัน ซึ่งกระทรวงแรงงานไต้หวันจัดประกวดแรงงานดีเด่นแห่งไต้หวันเป็นประจำทุกปี โดยมอบรางวัลแรงงานดีเด่นให้กับแรงงาน 2 กลุ่มสำคัญ คือ แรงงานท้องถิ่น และแรงงานต่างชาติ โดยแบ่งรางวัลเป็น 2 สาขา ประกอบด้วย ภาคการผลิต และภาคสวัสดิการสังคม


คารม กล่าวว่า ในปีนี้แรงงานไทย 2 ราย ได้แก่ นายวรพจน์ บุญเหลี่ยม อายุ 44 ปี จากจังหวัดร้อยเอ็ด และนายธีรสิทธิ์ กิบุญมา อายุ 62 ปี จากจังหวัดลำปาง สามารถคว้ารางวัลสาขาแรงงานต่างชาติ ในภาคการผลิต มาได้จากความขยัน มีน้ำใจ และการปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยมจนชนะใจนายจ้างถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจอย่างมาก โดยได้รับการพิจารณาจากกองแรงงานท้องที่ สหภาพแรงงาน สมาคมผู้ประกอบการ องค์กร NGO และคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักวิชาการและตัวแทนกระทรวงแรงงานไต้หวัน

“สำหรับพิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นแห่งไต้หวันจะจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน 2567 ที่โรงแรม GRAND HILAI TAIPEI เขตหนานกั่ง ไทเป ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และเงินรางวัล โดยวันที่ 30 เมษายนนี้ จะได้รับเกียรติให้เข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินแห่งไต้หวันด้วย

สำหรับปีนี้มีแรงงานต่างชาติได้รับรางวัลทั้งสิ้น 10 คน ภาคการผลิต ได้แก่ แรงงานสัญชาติไทย 2 คน เวียดนาม 2 คน ฟิลิปปินส์ 1 คน อินโดนีเซีย 1 คน และภาคสวัสดิการสังคม สัญชาติอินโดนีเซีย 2 คน เวียดนาม 1 คน และฟิลิปปินส์ 1 คน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News