HomePoliticsสศช.คาดทั้งปีว่างงาน 2 ล้านคน ใกล้เคียงวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี'40

สศช.คาดทั้งปีว่างงาน 2 ล้านคน ใกล้เคียงวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี’40

สศช.เผยในไตรมาสแรก ตลาดแรงงานยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่จะกระทบหนักในไตรมาส 2 ตามภาวะเศรษฐกิจ คาดปีนี้ว่างงาน 2 ล้านคน ใกล้เคียงช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างเต็มที่ โดยพบว่าจำนวนผู้มีงานทำยังอยู่ที่ 37.4 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.7% ขณะที่ผู้ว่างงานอยู่ที่ 3.9 แสนคน หรือ 1.03% ของจำนวนประชากรวัยแรงงาน เทียบกับ 0.92% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ว่างงานดังกล่าวก็เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับปกติที่เศรษฐกิจไทยจะมีผู้ว่างงานอยู่ราว 4 แสนคน

อย่างไรก็ตาม ก็มีสัญญาณของผลกระทบจากโรคระบาดในไตรมาสนี้ คือมีสถานประกอบการใช้มาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยการหยุดงานชั่วคราวและจ่ายค่าตอบแทนให้ลูกจ้าง75% อยู่ 570 แห่ง มีลูกจ้างที่นายจ้างให้หยุดงานแต่ยังได้รับค่าตอบแทนอยู่ 1.2 แสนคน

- Advertisement -

“ไตรมาสที่1 ผลกระทบจากโรคโควิด-19 ยังไม่มาก แต่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจที่คาดว่าในไตรมาสที่2 (เม.ย.-มิ.ย.) เศรษฐกิจจะติดลบมากขึ้น ดังนั้นการว่างงานก็จะเพิ่มสูงขึ้นในเวลาเดียวกัน”

สศช.ประเมินว่าในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาดได้สร้างความเสี่ยงให้กับแรงงานประมาณ 8.4 ล้านคน ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มท่องเที่ยวที่มีแรงงาน 3.9 ล้านคน คาดว่าจะไดรับกระทบ 2.5 ล้านคน ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและได้รับผลกระทบสูงสุด 2.ภาคอุตสาหกรรม มีแรงงาน 5.9 ล้านคน คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 1.5 ล้านคน 3.บริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาคการท่องเที่ยว มีแรงงาน 10.3 ล้านคน คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 4.8 ล้านราย ขณะที่ภาคเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเป็นหลักราว 6 ล้านราย

สศช.ได้ประเมินสถานการณ์การว่างงานทั้งปี 2563 ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคน หรือ 3-4% ของประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และที่ต้องติดตามคือกรณีของบัณฑิตจบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณ 5.2 แสนคน อาจจะมีตำแหน่งรองรับไม่เพียงพอตามสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการคงจะจ้างงานเพิ่มไม่มาก

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นการประมาณการ ยังมีปัจจัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นและมีผลต่อประมาณการดังกล่าว เช่นกรณีที่ขณะนี้ไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี เริ่มคลายล็อกดาวน์ เปิดให้ประชาชนดำเนินกิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ รวมถึงกรณีที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.เงินกู้วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งในนี้จะมี 4 แสนล้านบาทที่จะใช้จ่ายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและประมาณ 50% ของวงเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ จะเป็นการใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานทั้งผู้ที่ตกงานแล้วกลับสู่ภูมิลำเนา รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ซึ่งคาดว่าจะจ้างงานได้ประมาณ 2 แสนคน

ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงขยายตัว แต่ขยายในอัตราที่ชะลอลงที่ 5% มูลค่าหนี้สินครัวเรือนรวมล่าสุดอยู่ที่ 13.47 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีอยู่ที่ 79.8% ซึ่งสัดส่วนนี้มีแนวโน้มจะสูงขึ้นแม้คาดว่าการก่อหนี้จะมีจำนวนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากมูลค่าจีดีพีจะลดลงจากประมาณ 16 ล้านล้านบาท เหลือ 15 ล้านล้านบาท จึงจะมีผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับสัดส่วนหนี้เสียต่อหนี้สินโดยรวมในไตรมาสแรกที่ 2.9% ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล แต่ก็คาดว่าจะมีระดับสูงขึ้นตามความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลงเช่นกัน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News