HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 28 กุมภาพันธ์ 2567

Business Today Thai Politics 28 กุมภาพันธ์ 2567



‘อุ๊งอิ๊ง’ติด 1 ใน 150 ‘มินิ วปอ.’รุ่น 1 ทายาทการเมืองเพียบ

- Advertisement -

28 ก.พ.2568 เว็บไซต์วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่เข้ารับการอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 1 หรือที่เรียกว่าหลักสูตร “มินิ วปอ.” จำนวน 150 รายชื่อ โดยมี พล.อ.อ.ภูมิใจ เลขสุนทราการ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ลงนามวันที่ 28 ก.พ.2567 โดยระยะเวลาเข้าการอบรมตั้งแต่เดือน เม.ย.- ก.ย.2567 โดยมีชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยติดหนึ่งในนั้นด้วย


การสมัครเข้าอบรมหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ได้มีผู้สมัครจำนวนมาก แต่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และเข้าสอบสัมภาษณ์ได้ทั้งสิ้น 492 คน โดยมีทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน นักการเมือง และนักธุรกิจ

ปรากฎรายชื่อ บุคคลที่มีชื่อเสียง นามสกุลดัง นักการเมือง ได้ผ่านเข้ารับการอบรมรุ่นนี้ด้วยได้แก่ ชัยชนะ เดชเดโช สส.ประชาธิปัตย์ รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกรัฐบาล คณาพจน์ โจมฤทธิ์ หรือเอิง ทีมงานนายกฯ และเพื่อนสนิทอุ๊งอิ๊ง

นอกจากนั้น ยังมีลูกหลานคนดัง และทายาทนักการเมืองหลายคน เช่น พชร นริพทะพันธ์ ศิรินันท์ ศิริพาณิชย์ ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ศศิยาพัทธ์ เลาหะพงษ์ชนะ พสุ ลิปตพัลลภ ณัฐธิดา เทพสุทิน รวิศ สอดส่อง นคนัน ชาญสุนทร เป็นต้น



“เศรษฐา” สักการะวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะฯ เดินทางมายัง วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยมีการสักการะ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด และกราบนมัสการ พระสุนทรปริยัติวิธาน หรือ พ่อท่านหย่วน เจ้าอาวาสวัดช้างให้


ซึ่งช่วงหนึ่งในระหว่างการสนทนา พ่อท่านหย่วน เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ได้ฝากถึงนายกฯ ให้ช่วยฟื้นฟู อาณาจักรลังกาสุกะ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แหล่งโบราณคดีที่สำคัญอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ก่อนเดินทางกลับ เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ได้มอบรูปเหมือนหลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว 2566 พร้อมพระผงหลวงปู่ทวดปี 2551 รุ่นบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ ให้กับนายกรัฐมนตรี

จากนั้นนายกฯ ได้พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่มารอต้อนรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ‘เที่ยวใต้สุดใจ’ ระหว่างวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2567

ครม.ไฟเขียวปรับปฎิทินงบประมาณปี 67 เร็วขึ้น 2 สัปดาห์ โดยขั้นตอนทำงบฯสภาแล้วเสร็จภายในต้นเดือน เม.ย. ทูลเกล้าปฏิทินงบฯวันที่ 3 เม.ย. จากเดิม 17 เม.ย. เผย ครม.ไฟเขียวปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณ กว่า 6 หมื่นล้านบาท รับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในหลายกระทรวง

วันนี้ได้ร่วมพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และทีมผู้บริหาร ศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยสูงมากจริง ๆ ครับ ปัจจุบันไทยเราส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลในปี 2566 สูงถึง 216,698 ล้านบาท ถือเป็นอันดับ 11 ของโลก และ 3 ในอาเซียน เรามีผู้ผลิต 15,000 ราย และมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 3,500 ร้าน

แต่ถ้ามองระดับโลก อุตสาหกรรมฮาลาลมีมูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ประเทศไทยของเราได้ส่วนแบ่งจากตลาดเพียง 2.7% ลดลงจาก 10 ปีก่อนหน้านี้ที่มีส่วนแบ่งมากถึง 4.1%

ประเทศไทยของเรายังมีโอกาสอีกมากจากศักยภาพของเราครับ รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ จะผลักดันให้ตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล และขยายตลาดสินค้าฮาลาล ศูนย์กลางอาหารของภูมิภาค “ครัวฮาลาลโลก” อยู่ไม่ไกล ระเบิดศักยภาพประเทศให้ได้ครับ

ครม.ไฟเขียวแผนดันฮาลาลไทยเป็นฮับอาเซียนในปี 71 เพิ่มมูลค่าตลาดฮาลาล 5.5 หมื่นล้าน จ้างงานต่อเนื่องปีละ 1 แสนคนต่อเนื่อง 5 ปี พร้อมไฟเขียวงบสนับสนุน 1230 ล้านบาท นายกฯเผยหารือ มาเลฯ อินโด ซาอุ บรูไน ผลักดันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลร่วมกัน ปักหมุดผลักดันในพื้นที่ภาคใต้ สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่ม



“ภูมิธรรม” ยันยังไม่เห็นสัญญาณปรับ ครม.

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสการปรับครม.ว่า ยังไม่ได้ยินว่าจะมีการปรับครม. ใครจะปรับ สื่อจะเป็นคนปรับหรือเปล่า ส่วนตัวไล่ออกจากกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ไป ตอนนี้ก็อยากอยู่กระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามการปรับครม.ก็แล้วแต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าเพื่อความเหมาะสม ท่านก็มีสิทธิ์ทำได้ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะประเมินและปรับได้ แต่วันนี้เท่าที่ฟังจากท่านนายกท่านก็ยังสบายใจรัฐมนตรีทุกคนก็ทำงานหนักมากมา 6 เดือน ซึ่งหากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ซึ่งคาดว่าจะออกในเดือนเม.ย.ซึ่งมาเร็วกว่าที่คาดไว้ประมาณ 15 วัน การทำงานก็จะดีขึ้นมากกว่าเดิม เพราะมีงบประมาณ


เมื่อถามว่าเก้าอี้กระทรวงพาณิชย์ยังแข็งแรงแต่ในส่วนของกระทรวงอื่นจะเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนตัวก็ยังไม่รู้ว่าตัวแข็งแรงหรือไม่ แต่ก็น่าจะเหมือนกันทุกกระทรวงทุกคนก็ตั้งใจทำงานให้ดีทำงานในหน้าที่ให้ดี ถ้าไม่อยากให้กระทบกระเทือนก็ต้องทำงาน ที่นายกเลือกมาเป็นรัฐมนตรีก็เพราะเลือกมาให้ทำงานถ้าหากทำงานได้ก็ไม่น่าจะมีอะไรเป็นปัญหาได้ ส่วนกระแสที่จะมีการปรับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ยังไม่เคยได้ยินกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีเลย ทั้งที่เป็นคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านนายกไม่เคยได้ยินเคย ได้ยินแต่ว่าช่วยกันทำงานดีแล้วท่านก็ชื่นชม พูดในตอนนี้ก็น่าจะยังเหมือนเดิมทุกอย่างแต่ถ้าพูดตอนอื่นก็ไม่รู้ขึ้นอยู่กับท่านนายก

ส่วนการเข้าพบอดีตนายกรัฐมนตรีนายทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านจันทร์ส่องหล้านั้น ได้เคยตอบคำถามไปแล้ว ว่า มีโอกาสมีก็จะเข้าไปเยี่ยมท่านในฐานะที่เป็นเจ้านายเก่าเราเคยเป็นลูกน้องมาเคยอยู่กับท่านมา 20-30 ปีแล้ว คนเคยทำงานร่วมกันมาเป็นธรรมดาของคนที่ไปอยู่ต่างประเทศแล้วกลับมาเราคิดถึงเราก็อยากเข้าไปเยี่ยม แต่คิดว่าช่วงแรกๆอยากให้ท่านได้มีโอกาสเจอกับครอบครัวก่อน คนในครอบครัวจากกันไป 17-18 ปี เราจะไปแยกความสุขเขาได้อย่างไร เราต้องให้เขาได้เก็บเกี่ยวครอบครัวก่อน หลังจากที่ท่านว่างแล้วก็จะเข้าไปกราบ ไปเยี่ยมเยียนท่านให้สมกับความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกัน 17 ปี แต่โทรศัพท์ได้โทรคุยกันบ้างแล้วได้โทรแสดงความยินดีกับท่าน เพราะว่าเราก็สามารถติดต่อท่านได้อยู่แล้ว เพราะว่าคุณอุ้งอิ้งก็สนิทสนมกัน กับครอบครัวชินวัตรก็ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัยอยู่ AIS

เมื่อถามว่าอดีตนายกได้ฝากคำแนะนำอะไรมาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ท่านก็แนะนำได้ผมรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่ายทุกส่วน อะไรที่เป็นสิ่งดีก็ขอให้บอกมาเรายินดีที่จะทำ เมื่อเจ้านายเห็นเราทำงานก็คงบอกว่าดี อาจจะชื่นชมเรา เราก็จะได้กำลังใจ ส่วนกรณี สส.ภายในพรรคเพื่อไทยอยากจะเข้าพบนายทักษิณ เพื่อที่จะขอคำแนะนำ ตอนนี้ยังไม่มีอย่างที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้สัมภาษณ์ไปแล้ว



“โรม” จี้นายกฯเร่งลงนามเลิกคำสั่ง คสช.

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมยกร่าง พ.ร.บ.กลางเพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. โดยขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ว่า ร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่ง คสช.ของพรรคก้าวไกลนั้นได้มีการยื่นไปนานแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2566 แต่เนื่องจากสภาฯ วินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ได้


รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ทว่าปัญหาคือช่วงเวลาที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกลับไม่ยอมลงนามรับรองเสียที ทั้งที่ในความเป็นจริงการรื้อคำสั่ง คสช.สามารถทำได้อย่างรวดเร็วกว่านี้มาก และตนก็ไม่เข้าใจว่าในเมื่อรัฐบาลเองเคยออกมาระบุว่าเห็นด้วยกับแนวทางเช่นนี้ แล้วมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องประวิงเวลา และรอให้มีร่างฯ ของคณะรัฐมนตรีส่งมาเท่านั้น

โดยปกติแล้วเมื่อสภาฯ พิจารณาร่างกฎหมายใดก็ตาม รัฐบาลสามารถมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาศึกษา และในกรณีผ่านวาระ 1 แล้วก็ยังสามารถใช้กลไกของคณะกรรมาธิการในการพิจารณาอย่างรอบด้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่นในขณะนี้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่ากันมาก

การที่นายกรัฐมนตรียังประวิงเวลาต่อไปแล้วให้หน่วยงานทำความเห็นมา เป็นการเสียเวลาสำหรับการเดินหน้ายกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ไม่มีความจำเป็น ล้าสมัย และออกมาโดยไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้สมควรรื้อทิ้งได้แล้ว อยากให้นายกรัฐมนตรีเร่งลงนามให้ความรับรอง ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง จากนั้นสภาฯ ก็จะนำมาพิจารณาต่อได้



“สมศักดิ์” ตั้งวงเสวนา เลี้ยงโค แก้หนี้ แก้จน” มั่นใจปลดหนี้เกษตรกรได้

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเสวนาสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเลี้ยงโค ภายใต้แนวคิด “เลี้ยงโค แก้หนี้ แก้จน ยกระดับคุณภาพชีวิต เกษตรกรไทย”


สมศักดิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้โอกาสกองทุนหมู่บ้านฯ มาทำความเข้าใจในเรื่องการเลี้ยงโค ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะขับเคลื่อนโครงการเลี้ยงโคทั่วประเทศ โดยโครงการส่งเสริมเลี้ยงโค ตนเชื่อว่า จะช่วยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ เพราะต้องยอมรับว่า ประชาชนในต่างจังหวัด มีเวลาว่าง จากการทำไร่ทำนา วันละ 3-5 ชั่วโมง ซึ่งสามารถนำเวลาว่างมาทำปศุสัตว์ เช่น วัว ที่โอกาสจะไม่ประสบความสำเร็จไม่มี ทำให้พี่น้องประชาชน จะได้ไม่เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ โดยเราจะนำพลังงานนั้น มาทำให้เกิดเป็นเงิน และเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว

สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การส่งเสริมเลี้ยงโค ของกองทุนหมู่บ้านฯ จะเริ่มด้วยเงิน 5 หมื่นบาท ให้เกษตรกรกู้ โดยมีดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะทำให้เกษตรกร มีรายได้เสริม เพราะจากโครงการเลี้ยงวัวนำร่องที่จังหวัดสุโขทัย เริ่มต้นด้วยเงิน 5 หมื่นบาท ซื้อแม่พันธุ์วัว 2 ตัว ซึ่งผ่านมา 4 ปี เกษตรกร มีวัวเพิ่มเป็น 10 ตัวแล้ว โดยถ้าคิดเป็นมูลค่า วัวตัวละ 25,000 บาท หากมี 10 ตัว จะมีมูลค่าถึง 250,000 บาท และถ้าส่งเสริมเลี้ยง 1 ล้านครอบครัว ก็จะมีมูลค่าถึง 250,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากการเลี้ยงวัวธรรมดาแล้ว ตนยังได้ส่งเสริมการพัฒนาเลี้ยงวัวที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น วัวโกเบ วัวบราห์มัน วัวทาจิมะ วัวแองกัส รวมถึงต่อยอดเป็นการเลี้ยงวัวกีฬา เพราะวัวธรรมดามีราคา 2.5 – 5 หมื่นบาท แต่วัวสายพันธุ์ดี มีราคาถึงตัวละ 2 แสนบาท

การส่งเสริมเลี้ยงวัว ยังเป็นการรองรับที่รัฐบาล ช่วยสร้างโอกาสขยายตลาดการส่งออกโคไปต่างประเทศด้วย โดยเป็นการทำควบคู่กันไป รวมถึงถ้ามีการส่งเสริมเลี้ยงโค 1 ล้านครอบครัว ผ่านไป 4 ปี มีการวิเคราะห์ว่า จีดีพี จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4% ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย นอกจากนี้ ผมยังมีงบประมาณตรวจเขตราชการ ในจังหวัดละ 10 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาช่วยอบรมการแก้ปัญหาความยากจน และส่งเสริมอาชีพ เพราะสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 13 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ ผมจึงเน้นให้กองทุนหมู่บ้านฯ คิดโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค เพื่อให้สมาชิกมีรายได้เพียงพอในการใช้หนี้ได้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การส่งเสริมอาชีพเลี้ยงวัว ยังช่วยลดปัญหาการปล่อย Black Carbon ได้ด้วย เพราะวัวจะกินฟาง วันละประมาณ 1 ก้อน ก้อนละ 15 กิโลกรัม และนาข้าว 1 ไร่ จะมีฟาง 650 กิโลกรัม ซึ่งหากเผาตอซังและฟางข้าว 1 กิโลกรัม จะผลิต Black Carbon ประมาณ 0.06 กรัม โดยหากคำนวนพื้นที่ปลูกข้าว 44 ล้านไร่ จะปลดปล่อย Black Carbon กว่า 29.15 ล้านตัน หรือ 29,150 ล้านกิโลกรัม ต่อปี หากเปลี่ยนจากการเผา นำไปเลี้ยงวัว จะสามารถลดอัตราปลดปล่อย Black Carbon ได้กว่า 1,749 ตัน หรือ 1,749,000 กิโลกรัม ต่อปี

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News