Home Editor's Pick เปิดมุมมอง 'คลัง-นักเศรษฐศาสตร์' คาดการณ์ปัจจัยหนุน-เสี่ยงเศรษฐกิจไทยปี'64

เปิดมุมมอง ‘คลัง-นักเศรษฐศาสตร์’ คาดการณ์ปัจจัยหนุน-เสี่ยงเศรษฐกิจไทยปี’64

เศรษฐกิจไทย ปี 2564 ยังต้องเจอความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย ฉุดรายได้ท่องเที่ยว ตามเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนที่จะมีมากขึ้นและได้อย่างรวดเร็วในปีนี้ ทำให้มีโอกาสที่ไทยจะเปิดประเทศได้อีกครั้ง

..กุลยา ตันติเตมิท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ปี 2563 คาดว่าจะติดลบ -6.5% หดตัวน้อยกว่าคาดเดิมที่ -7.7% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี และมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2564 กระทรวงการคลังคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.8% ปรับลดจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากสถานการณ์ของโควิด-19 ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทย การเดินทางระหว่างประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทำให้คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2564 จะลดลง 

- Advertisement -

อย่างไรก็ดี มีสัญญาณบวกจากการได้รับวัคซีนของประชากรในประเทศต่าง ๆ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ และมาตรการด้านการเงินเพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ประกอบกับคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินจากพ...กู้เงิน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการจ้างงานให้เพิ่มสูงขึ้น

ส่วนความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1) การควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) ความสำเร็จในการฉีดวัคซีนของประเทศต่าง ๆ และ 3) นโยบายทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักและความผันผวนของเงินลงทุนระหว่างประเทศ

นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center(EIC)ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 โดย EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยลงเหลือ 2.2% เนื่องจาก

1) การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศมีแนวโน้มช้ากว่าที่คาด โดยถึงแม้ว่าจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหลายประเทศแล้ว และไทยอาจจะเปิดให้มีผู้ที่ฉีดวัคซีนสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยลดข้อจำกัดการกักตัวลง

2) ภาคการส่งออกมีแนวโน้มชะลอกว่าคาดในช่วงครึ่งแรกของปีตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง จากการกลับมาระบาดของโควิดรวมถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ถูกนำออกมาใช้ในหลายประเทศ การปิดเมืองแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และการเร่งฉีดวัคซีนซึ่งจะนำไปสู่การมีภูมิคุ้นกันหมู่โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว จะทำให้เศรษฐกิจโลกและการส่งออกไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

3) ในส่วนของอุปสงค์ในประเทศ EIC คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนในการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งแม้ผลกระทบน่าจะไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดระลอกแรก เนื่องจากการปิดเมืองเป็นแบบเฉพาะเจาะจง และมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาแผลเป็นทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และแรงงานในธุรกิจด้านบริการที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในปี 2564 ได้แก่ 1) ระยะเวลาในการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ 2) ความล่าช้าในการกระจายวัคซีนในไทยอย่างแพร่หลาย 3) แผลเป็นทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพระบบการเงินผ่านการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น 4) ปัญหาเสถียรภาพการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน 5) ภัยแล้ง จากระดับน้ำในเขื่อนที่ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และ 6) ค่าเงินบาทที่แข็งเร็วกว่าคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคส่งออกและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดเศรษฐกิจไทยปี 2564 ขยายตัว 3.1% เชื่อว่าไทยน่าจะใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด เนื่องจากสถานการณ์โควิดทั่วโลกยังมีความไม่ชัดเจน ประกอบกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยที่มุ่งไปที่ตลาดการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงขึ้น จากเดิมที่มุ่งไปที่จำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และแรงงานในภาคท่องเที่ยวที่มีทักษะสูงขึ้นและการบริการที่มีมูลค่าเพิ่มเป็นประเด็นที่จะมีการพูดถึงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามภาพรวมการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังมีความไม่ชัดเจน ในขณะที่ต้องจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองในปีนี้ นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเข้าใกล้เพดานข้อจำกัดในการกู้ ซึ่งจะทำให้การกู้เงินมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำได้ลำบากขึ้นในปีนี้และปีหน้า

เรามองเศรษฐกิจไทยอย่างระมัดระวัง แต่เราไม่ได้มีภาพลบ โดยเราหวังว่าการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะเป็นผลบวกต่อภาพรวม รัฐบาลไทยจะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนฟรีในเดือนหน้า โดยคาดว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศ หรือราว 30 ล้านคนภายในปีนี้ ทั้งนี้จำนวนผู้ได้รับวัคซีนอาจจะมากกว่านั้นเนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนสามารถรองรับความต้องการของผู้ที่มีกำลังซื้อและไม่ต้องการรอวัคซีนจากรัฐบาล

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News