HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 26 มิถุนายน 2567

Business Today Thai Politics 26 มิถุนายน 2567



นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ 3 จังหวัด อุบลฯ-ศรีสะเกษ-สุรินทร์

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2567 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ติดตามประเด็นยาเสพติด เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่าฯ ประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัด และพบปะประชาชน โดยมีภารกิจตามกำหนดการ ดังนี้

- Advertisement -


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 17.20 น. นายกรัฐมนตรีกราบนมัสการพระเจ้าใหญ่อินทร์แปง และชมกรรมวิธีการจัดทำต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ณ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชานี จังหวัดอุบลราชธานี ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ณ ถนนคนเดินเลียบน้ำมูล เทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 09.35 น. นายกรัฐมนตรีจะติดตามโครงการก่อสร้าง “แยกต่างระดับคำน้ำแซบ” ณ แยกคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังห้วยน้ำจาง บ้านผึ้งตก หมู่ที่ 4 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ สั่งการเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัย และพบปะประชาชน เสร็จแล้วจะเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามประเด็นยาเสพติดและปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

สำหรับในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นฝืนป่า และปลูกต้นไม้ และกราบสรีระสังขาร หลวงปู่สรวง ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้น จะไปติดตามปัญหาแหล่งน้ำและพบปะประชาชน ณ วัดสระบานสนวน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมชมการฝึกซ้อมฟุตบอลเยาวชนและพบปะเยาวชน ที่ศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลสโมสรศรีสะเกษยูไนเต็ด อำเภอเมืองศรีสะเกษ ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ณ ที่ว่าการอำเภอรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยนายกรัฐมนตรี จะเดินทางจากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ กลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 13.45 น. ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม



“คารม” โต้ “ศิริกัญญา” เบรกงบฯ 68 ระวังหน้าแตก

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะนักกฎหมาย และในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ฟังนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล พูดในรายการข่าวทีวี ช่องหนึ่งว่าจะไม่รับงบฯ ปี 68 จะรอให้ผ่านวาระ 3 ก่อนถึงจะยื่นศาลปกครอง ระงับเงินโครงการดิจิทัลวอเล็ต นั้น


นายคารม กล่าวว่า ในฐานะเคยเป็น สส. เคยร่วมพิจารณางบประมาณอยู่หลายปี แม้ร่าง พรบ. งบประมาณฯ ประจำปี จะผ่านวาระ 3 แล้วก็ตาม ก็ยังไม่เป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ เพราะสุดท้ายกฎหมายงบประมาณก็ต้องไปวุฒิสภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงจะเป็นกฎหมายใช้บังคับได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามมาตรา 9 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ก็ไม่ได้เปิดช่องให้ทำได้แต่อย่างใด หากจะพอกล้อมแกล้มให้ฝ่ายค้านได้เดินหน่อย ก็มีมาตรา 11 ( 2) แต่ก็ไปได้ยากมาก อีกทั้งงบประมาณแผ่นดิน แม้จะออกไม่ทันในปีงบประมาณ มาตรา 141 ของรัฐธรรมนูญ ก็เขียนไว้ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายของปีก่อนได้

นายคารม กล่าวถึง วิธีการของพรรคก้าวไกลที่แสดงผ่านศิริกัญญา เป็นวิธีใจการทำงานที่ใจไม่กว้าง ไม่ก้าวไกล ไม่ก้าวหน้า และไม่ก้าวใหม่จริง ความจริงในพรรคก้าวไกลก็มี สส. ก้าวไกลเป็นกรรมาธิการอยู่แล้ว อย่างเช่น นายวีระ ธีระภัทร น่าจะปรึกษาท่านได้ คนนี้เก่งรอบด้าน อุตส่าห์เอาไปเป็นกรรมาธิการ ควรใช้โอกาสนี้ ในการปรับลดอะไรให้เต็มที่ เมื่อตกผลึกแล้วก็จะได้งบประมาณที่สมบูรณ์ แล้วนำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ตามกำหนดเวลา



‘นายก’ ลั่น ก.ตร. คืนความยุติธรรมให้ทุกฝ่าย

26 มิ.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานฯการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 5/2567 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร1 โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร ให้การต้อนรับ


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุม ก.ตร.นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาหารือนอกรอบกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และนายตำรวจระดับสูง ประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุม

นายกฯกล่าวเปิดการประชุมว่า การประชุม ก.ตร. วันนี้ มีวาระสำคัญหลายเรื่องที่ต้องร่วมกันพิจารณาตามกรอบที่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติกำหนด พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายพิจารณาตามหลักกฎหมายและยึดเรื่องการคืนความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย

“ผมขอให้ที่ประชุมแห่งนี้ยึดมั่นในองค์กรโดยช่วยกันใช้ดุลพินิจพิจารณาตามหลักนิติธรรมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และตาม พ.ร.บ.ตำรวจแหงชาติ พ.ศ.2565 ด้วยความสุจริตและมีความรอบคอบ ระมัดระวังในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ในวันนี้ โดยยึดหลักการคืนความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชนส่วนรวมจึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ”



‘อุ๊งอิ๊ง’ ยันไม่ตั้ง ‘ทักษิณ’ มีตำแหน่งการเมืองในพรรค

แพทองธาร ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อ ไปเป็นวิทยากรในคราสเรียนเพื่อไทย อคาเดมี และมีการเปยว่าพร้อมเป็นผู้ช่วยหัวหน้าพรรค ว่า คราสเพื่อไทย อคาเดมี เราทำกันอยู่แล้ว เราพยายามสร้างองค์ความรู้ให้สส.มากขึ้น


โดยเชิญนักวิชาการผู้มีประสบการณ์ด้านต่างๆ มาให้ความรู้ แก่สส.และบุคลากรในพรรค ตนแม้ไม่ได้เป็นสส.ก็เข้าไปนั่งเรียนด้วย และเมื่อวาน (25 มิ.ย.) นายทักษิณได้เข้ามาเป็นวิทยากร ถือเป็นเซอร์ไพรส์ หลายคนไม่ทราบว่านายทักษิณจะมา และมีการพูดเล่นทักทายปล่อยมุกเฉยๆ ว่าจะเป็นผู้ช่วย ซึ่งในครอบครัว เราคุยกันเองอยู่แล้ว ว่ามีอะไรก็จะปรึกษากัน

นายทักษิณเป็นผู้ช่วยอย่างเป็นทางการหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คงไม่มีอย่างนั้น นายทักษิณคงมีหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่การขอคำปรึกษา เป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณมีประสบการณ์ทางการเมืองจะขอให้มาช่วยถ่ายทอดกับทางพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “ถ้ามีโอกาสไม่ว่าจะอาชีพอะไร ไม่ใช่แค่นักการเมือง อย่างเช่น คุณหมอที่เรามีคุณหมอรุ่นหลังๆ แล้วมีคุณหมอที่เก่งๆ มาก่อนแล้วอยากฟังคนที่มีประสบการณ์เคยทำงานจริง ก็เป็นเรื่องปกติของทุกอาชีพ

เมื่อถามย้ำอีกว่าหลังจากนี้จะเห็นบทบาทของในทักษิณที่พรรคเพื่อไทยเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถ้าช่วยพรรคโดยตรงคงไม่มี นายทักษิณเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของคนในพรรคอยู่แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าเมื่อเวลาเจอจะมีความสุขและมีแรงบันดาลใจ รู้สึกพร้อมสู้ ท่านจะมาให้กำลังใจ แบบนั้นมากกว่า



“ป.ป.ช.”ขยายเวลาสอบนายกฯปมตั้งพิชิตมิชอบ

มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติขยายเวลาการตรวจสอบ กรณีกล่าวหาเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กับพวก แต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยมิชอบ หลังจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ได้เสนอรายงานและความเห็นแก่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.


ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการหารือกรณีที่นายเศรษฐา ถูกร้องเรียนว่า แต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก่อนหน้านี้ทาง ป.ป.ช. ได้มีการเชิญเลขาฯ ก.ตร. เข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดแล้ว แต่การเข้ามาชี้แจง เป็นการชี้แจงในภาพกว้างทั่วไป ไม่ได้ลงรายละเอียดในเรื่องของผลงาน

นิวัติไชย กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีความสงสัยเรื่องของผลงานด้านการสืบสวนสอบสวน เพราะยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดว่า ผลงานด้านการสืบสวนสอบสวน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ มีการกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการให้คะแนนไว้อย่างไร รวมถึงคำว่าสืบสวนสอบสวน ตาม พ.ร.บ.ฯ มีความหมายว่าอย่างไร ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่าในระหว่างที่มีการพิจารณาคัดเลือก ผบ.ตร. ในขั้นตอนของ ก.ตร. มีการเสนอผลงานหรือไม่อย่างไร โดยกรอบเวลาในการตรวจสอบ นายนิวัติไชย ไม่ได้ระบุชัดว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่บอกว่า กรณีนี้มีการตรวจสอบเพียงประเด็นเดียว น่าจะไม่ล่าช้า โดยหากตรวจสอบเสร็จสิ้นและพบว่ามีมูล ก็จะมีการเสนอสั่งไต่สวน แต่หากไม่มีมูล ป.ป.ช. ก็จะไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News