HomePoliticsภาคเอกชน 3 สถาบันวอนภาครัฐ ดูแลอุตสาหกรรมจำเป็นป้องกันสินค้าขาดแคลน

ภาคเอกชน 3 สถาบันวอนภาครัฐ ดูแลอุตสาหกรรมจำเป็นป้องกันสินค้าขาดแคลน

คณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคารไทย (กกร.) จัดประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการและข้อเสนอของภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนมาตรการหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐฯ ตามประกาศสถานกาณ์ฉุกเฉิน โดยทุกฝ่ายเห็นชอบที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานทุกด้านของภาครัฐอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างราบรื่นตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่ประชุมลงความเห็นขอให้ภาครัฐ ดูแลโรงงานโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด Critical Industry and Supply Chain (CISC) และการขนส่งสินค้า (Logistics) เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่จำเป็นขาดแคลน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด คือ อุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาล ยา เวชภัณฑ์ สิ่งทอ ไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และเทคโนโลยีสารสนเทศ

- Advertisement -

ขณะเดียวกัน ทางกกร. ยังได้ยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐ เรียกร้องขอให้งดการจ่ายประกันสังคมสำหรับลูกจ้างและนายจ้าง เป็นระยะเวลา 4 เดือน ให้ภาครัฐเพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างจากเดิม 50% เป็น 80% เลื่อนการจ่ายค่าน้ำและค่าไฟออกไป 4 เดือน ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกันโควิด-19 และให้ผู้ขนส่งสินค้าสามารถส่งสินค้าได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ให้คำมั่นว่า ภาคธนาคารพาณิชย์ได้จัดเตรียมสำรองเงินสดในระบบธนาคารไว้อย่างเพียงพอ รองรับการทำธุรกรรมจากประชาชนอย่างเต็มที่ ผ่านตู้ATM กว่า 54,000 ตู้ จากธนาคารทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้ากว่า 6,800 สาขา

ทั้งนี้ ในช่วงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา นายปรีดีเผยว่า มีการใช้เงินสดและบัตรเครดิตในปริมาณที่ใกล้เคียงกับช่วงปกติ ทว่า การใช้งานผ่านบัตรเดบิตก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ก่อนเชิญชวนแนะนำให้ประชาชนหันมาใช้บริการธุรกรรมการเงินออนไลน์ อย่าง พร้อมเพย์ ให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจับเงินสดที่อาจเป็นการทำให้ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายได้

โดยปัจจุบันพบว่า มีการทำธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์มากกว่า 10 ล้านรายการต่อวัน

ในส่วนของมาตรการขอผ่อนชำระสินเชื่อลูกค้ารายย่อยในขณะนี้ มีผู้ยื่นใช้สิทธิ์แล้วมากกว่า 30,000 รายการ คิดเป็นมูลค่าผ่อนชำระมากกว่า 300,000 ล้านบาท

ขณะที่ นายกลินทร์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า หลังมีโอกาสพูดคุยกับบรรดาบริษัทเอกชนทั้งหลาย สมาชิกส่วนใหญ่ล้วนเห็นชอบและสนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงการช่วยรณรงค์การสวมหน้ากากอนามัย และการล้างมือบ่อยๆ ตลอดจนการจัดเตรียมจัดหาหน้ากากอนามัย เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคให้เพียงพอ

นอกจากนี้ ก็ดำเนินการปรับนโยบายการทำงานขององค์กรให้สอดคล้องกับภาครัฐ และเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การฆ่าเชื้อภายในที่ทำงาน อย่างเต็มที่

สำหรับในส่วนของโรงงานการผลิต ได้มีการประกาศใช้การจัด Zonng ภายในสถานที่ทำงานและโรงงาน จัดที่นั่งให้ห่างกัน 1 เมตร เพิ่มรอบทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ลด Personal Contact ระหว่างทีมงาน ลดและหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ยังได้เสนอมาตรการด้านเศรษฐกิจ ในระหว่างประกาศมาตรการฉุกเฉิน โดยขอให้รัฐสร้างความเชื่อมั่นว่า ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะสามารถให้บริการได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ท่าเรือขนส่งสินค้า

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้นโยบายชะลอการเลิกจ้างของภาคเอกชนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น กกร.ยังเสนอให้ตั้งกองทุนที่รัฐอาจจะร่วมกับภาคเอกชนให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบเพื่อนำไปจ่ายค่าแรง และเสนอให้มีการพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารให้แก่ทางธุรกิจเอสเอ็มอี

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนจากอดีต..มาตรการเศรษฐกิจรับมือวิกฤติ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News