HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 25 มิถุนายน 2567

Business Today Thai Politics 25 มิถุนายน 2567



โฆษกรัฐบาลเผยกำหนดการ นายกฯภูฏานเยือนไทย 25-28 มิ.ย.

- Advertisement -

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 25 – 28 มิถุนายน 2567 นี้ ดาโช เชริง โตบเกย์ (H.E. Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏานและภริยา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit)


โดยเป็นการเยือนไทยครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2567 และเป็นการเยือนไทยในรอบ 11 ปี ของระดับนายกรัฐมนตรีภูฏาน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 35 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมด้วยการกระชับความร่วมมือในแต่ละด้านที่มีศักยภาพร่วมกัน

โดยกำหนดการสำคัญในวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2567 ได้แก่ เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏานและภรรยาเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล ร่วมพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ การหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี (Four Eyes) การหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในทุกด้าน หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างไทยและภูฏาน จำนวน 2 ฉบับ ในด้านความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านการแพทย์ และการแถลงข่าวร่วม โดยภายหลังเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ราชอาณาจักรภูฏานและภริยา ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏานมีกำหนดการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ เป็นประเทศที่ 2 ต่อจากอินเดีย ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการกระชับความร่วมมือผ่านการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์มีศักยภาพร่วมกัน เช่น การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การพัฒนา สาธารณสุข การศึกษาและการเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในระดับประชาชนด้วย



‘วิษณุ’ แนะ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่ควรฟ้องนายกฯ หากไม่พอใจให้ร้องศาลปกครอง

วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี “บิ๊กโจ๊ก”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. จะยื่นฟ้อง ม.157 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หากไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ว่า มีสิทธิฟ้อง เพราะเป็นการฟ้องส่วนตัว แต่ไม่ควรฟ้อง ที่สำคัญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังมีช่องทางที่จะบำบัดหรือได้รับการเยียวยาหลายช่องทาง


ซึ่งควรจะไปใช้ช่องทางปกติ โดยสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็ยื่นฟ้องเช่นกัน เช่น ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ที่ได้เขียนเอาไว้ว่า หากใครได้รับความเดือดร้อนจากผู้บังคับบัญชาก็สามารถยื่นร้องทุกข์ได้ ต้องปล่อยให้หน้าที่ ก.พ.ค.ตร.ในการตัดสิน หากตัดสินอย่างไรให้เป็นไปตามนั้น เวลานี้เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ ก.พ.ค.ตร. ฉะนั้น ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ระบุว่า อนุ ก.ตร.ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ต้องถูกส่งไป ก.พ.ค.ตร. เพื่อวินิจฉัยในเร็ววันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ควรรอคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกคนควรจะรอ เว้นแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปแก้ไขเยียวยาเอง ส่วนจะนานหรือไม่นั้น มันนาน แต่ว่า ก.พ.ค.ตร.ได้รับเรื่องไว้นานแล้ว ฉะนั้น เวลาน่าจะเหลือจะประมาณ 1 เดือน เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีการอ้างมติ ครม.ปี 2482 ว่า หน่วยงานใดที่หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานนั้นต้องทำตามนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า มีอยู่จริง ออกมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม และใช้ตั้งแต่นั้นมา

คณะกรรมการกฤษฎีกาในการต่อสู้ และมีสิทธิจะชนะใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด ยิ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน ยิ่งไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด และในวันที่ตนแถลงข่าวก็ไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด แค่มาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดว่าอย่างไร

ซึ่งในวันนั้นมีผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังเป็นแคนดิเดตผบ.ตร.ได้อยู่หรือไม่ ตนจึงตอบว่าใครก็ตามที่ดำรงตำแหน่ง พล.ต.อ. และเป็นรองผบ.ตร. ก็มีโอกาสทั้งนั้น แต่สุดท้ายจะได้เป็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งมติ ก.ตร. และอยู่ที่นายกฯจะเสนอชื่อใคร เหมือนเช่นตอนที่เสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เมื่อถามว่า แต่เป็นเหตุผลที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์หยิบขึ้นมาอ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกคนก็เอาสิ่งที่ตนได้ประโยชน์มาอ้าง ไม่มีใครอ้างในสิ่งที่เป็นโทษ



นายกฯพร้อมซื้อเครื่องบินรบสวีเดน แต่ต้องมาตั้งโรงงานในไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพบหารือ Mr. Marcus Wallenberg ประธานกลุ่มบริษัท SAAB SEB เมื่อ24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตนเคยเจอท่านครั้งแรกที่ ดาวอส ในช่วงการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่สวิสเซอร์แลนด์ และได้ทราบมาเรื่อยๆ ว่าท่านเป็นกรรมการหลายบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทผลิตเครื่องบินกริพเพน


ซึ่งร่วมทุนระหว่างสวีเดนกับอังกฤษ ก็ได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องเครื่องบินกริพเพน ถ้าเกิดเราจะซื้อ ก็อยากให้มีการมาพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานที่เมืองไทย สร้างโรงงานซ่อม หรือโรงงานผลิตชิ้นส่วน เพื่อตอบแทนที่เราไปซื้อของเขา

นายกฯ กล่าวว่า ปีหน้าเราจะไปดาวอสอีก ก็อาจจะจัดเป็นฟอรั่มเล็กๆ ระหว่างไทยกับสวีเดนในการนำบริษัทที่เกี่ยวข้อง2ประเทศมาพูดคุยจะพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีร่วมกันได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินF-16 ของสหรัฐอเมริกา ถ้าซื้อก็มีการที่จะต้องมาพัฒนาที่เมืองไทยเหมือนกัน เป็นการต่างตอบแทน เมื่อถามว่า นายกฯ ชอบเครื่องบินกริพเพน หรือF-16 เป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่มีความรู้เรื่องนี้ ไม่มีความสนใจเรื่องเครื่องบิน ไม่มาหมกมุ่นเรื่องพวกนี้



ครม.ไฟเขียวโครงการจัดการน้ำ 7 พันล้านป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้ที่ 1/2567 วันที่ 27 มีนาคม 2567 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2567 จำนวน 10 มาตรการ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 และมอบอำนาจให้ประธาน กนช. เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดแผนงานภายใต้โครงการฯ เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์เป็นไปอย่างทันท่วงที โดยที่มาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2567 ครม. ได้มีมติรับทราบและเห็นชอบมาตรการและโครงการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567

สทนช. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2567 ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 โดยได้แจ้งให้หน่วยงานเสนอแผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนสอดคล้องกับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพฯ ซึ่งแผนงานโครงการข้างต้นได้ผ่านการพิจารณาความเหมาะสมจากคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และคณะกรรมการลุ่มน้ำ

ตลอดจนจัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการแล้วตามลำดับ ทั้งนี้ รัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ต่อมา สทนช. ได้ดำเนินการรวบรวม ตรวจสอบ และกลั่นกรองโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พบว่ามีแผนงานโครงการที่ต้องดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถบรรเทาและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้ง จำนวน 14,671 รายการ ในกรอบวงเงินงบประมาณ 36,681.7028 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุม กนช. ได้เห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567

ทั้งนี้ นรม. ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการให้หน่วยรับงบประมาณ ดำเนินการตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 จำนวน 4 กระทรวง 9 หน่วยงาน จำนวน 2,668 รายการ ภายในวงเงินงบประมาณ 7,606.4972 ล้านบาท โดยให้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

โดยเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยน์ประมาณ 125,113 ไร่ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 114.56 ล้านลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์ 67,470 ครัวเรือน และสามารถกำจัดผักตบชวา/วัชพืชน้ำได้ประมาณ 0.1463 ล้านตัน รวมถึงสามารถซ่อมแซม/ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ จำนวน 444 แห่ง



นายกฯสั่งเร่งฟอร์มูล่า E เจรจาจัดแข่งในไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ขอส่งที่ครบถ้วนของ Fumula E ครับ นายกฯ นายกฯ สั่งการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการแข่งขันรถ Formula E เพื่อเพิ่มโอกาสให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพ จัดงานระดับโลกมากขึ้น


โดย ให้ สสปน. และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เจรจารายละเอียดการจัดงานร่วมกับ Formula E ภายใต้กรอบวงเงินการจัดงานประมาณ 15-20 ล้านยูโร ตามที่ กกท. ได้เคยศึกษาไว้ โดยให้ สสปน. รับผิดชอบการเจรจาค่าลิขสิทธิ์ และ กกท. รับผิดชอบเจรจาค่าบริหารจัดงานทั้งหมดให้อยู่ภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าว และนำมารายงานต่อ ครม. ต่อไป และให้ สสปน. และ กกท. ประสานสำนักงบประมาณเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณเร่งด่วน เพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการที่ได้รับมอบหมาย ตามมติ ครม.

นอกจากนี้ยังสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ กกท. ศึกษารูปแบบ การปรับพื้นที่ และภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับการจัดการแข่งขัน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ Formula E และให้กระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นแนวทางการชำระค่า Track material ตามกรอบระยะเวลาที่ Formula E กำหนด

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News