HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 19 มีนาคม 2567

Business Today Thai Politics 19 มีนาคม 2567



“เศรษฐา” ตรวจราชการลำปาง ดันเป็นเมืองหลักท่องเที่ยว

- Advertisement -

วันนี้ (19 มีนาคม 2567) ณ สถานีรถไฟนครลำปาง ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นั่งรถไฟไปยังบริเวณสะพานรถไฟ (สะพานดำ) ติดตามโครงการก่อสร้างถนน


คอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพังเลียบแม่น้ำวัง โดยมี นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหารท้องถิ่น และประชาชนให้การต้อนรับ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงหน้าบริเวณสถานีรถไฟนครลำปาง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มอบผ้าพันคอทอมือย้อมสีธรรมชาติของจังหวัดลำปางให้กับนายกฯ จากนั้น นายกฯ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว โดยนายกฯ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่บังคับรถม้าถึงเรื่องความเป็นอยู่ และสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำว่า จะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ และอีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น พร้อมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำปาง

นายกฯ กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับว่า ดีใจที่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวลำปางอีกครั้ง หลังจากที่ได้เดินทางมาในช่วงเลือกตั้ง เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 ซึ่งอากาศร้อนมาก PM 2.5 ก็สูงมาก ระหว่างเดินทางมาได้คุยกับคนขับรถม้าว่าเศรษฐกิจจังหวัดลำปางเริ่มดีขึ้นแล้ว นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว ในส่วนของ PM 2.5 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ลดลงชัดเจน แต่รัฐบาลจะยังทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ PM 2.5 หมดไป

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ระหว่างนั่งรถรู้สึกดี จริงๆ แล้วรถม้าได้สูญหายไปเรื่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีรถม้าที่ลงทะเบียนประมาณ 99 ราย อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสนับสนุนให้รถม้ายังคงอยู่ต่อไป หากช่วยได้ขอให้ช่วยกันเดินทางด้วยรถม้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเสน่ห์ เป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดลำปาง และเป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยว

นายกฯ กล่าวถึงเรื่องของนโยบายการบริหารจัดการน้ำว่า ตามหลักนโยบายของรัฐบาลไม่ท่วม ไม่แล้ง เพื่อเสริมสร้างการเพาะปลูก และผลิตผลของประชาชนจะได้ไม่สูญเปล่าจากการเกิดน้ำท่วม การเดินทางมาตรวจราชการจังหวัดลำปางวันนี้ เพื่อต้องการลงพื้นที่จริง และติดตามแผนโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพังเลียบแม่น้ำวัง ตลอดแนวทางเพื่อปรับภูมิทัศน์ตลิ่ง เพื่อดูความเหมาะสมและพัฒนาต่อไป

นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูความเหมาะสมของโครงการ โดยคำนึงถึงผลสำเร็จและการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก รวมถึงการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม ขอให้เสนอโครงการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนทุกคน พร้อมกับเน้นย้ำ ให้หน่วยงานดูแลความแข็งแกร่งของพนังกั้นน้ำตามแนวตลิ่งและริมแม่น้ำ หากมีความเสียหายขอให้หน่วยงานช่วยแก้ไขและปรับปรุง เพื่อให้พนังกั้นน้ำกลับมามีศักยภาพ เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำได้

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันดูแลรักษา แก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยที่จะเกิดขึ้น เพื่อทำให้จังหวัดลำปางเป็นแบบอย่างจังหวัดที่น่าอยู่ โดยรัฐบาลพร้อมยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก เนื่องจากมีทั้งแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมประเพณี อาหารอร่อย และสนามบินจังหวัดลำปางซึ่งได้รับการปรับถึง 3 ระดับ และสามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้ จึงขอฝากจังหวัดลำปางไว้กับพี่น้องชาวลำปางทุกคนช่วยกัน

สำหรับโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพัง เลียบแม่น้ำเชื่อมระหว่างตำบลปงแสงทอง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีขนาดผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ยาว 5,390 เมตร หนา 0.15 เมตร พื้นที่ไม่น้อยกว่า 26,950 ตารางเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ทั้งนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง ประมาณ 22,000 คน และประโยชน์จากการเชื่อมการสัญจรพื้นที่ใกล้เคียงในเขตเทศบาลนครลำปาง อำเภอเกาะคา และอำเภอห้างฉัตร ประมาณ 7,800 ครัวเรือน



‘สมศักดิ์’ ปลื้ม โครงการ วัวแสนล้าน สำเร็จ หลังผลักดันร่วม 20 ปี

วันที่ 19 มี.ค. ที่หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.พะเยา สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณกรณีที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ อนุมัติงบสำหรับโครงการ ‘วัวแสนล้าน‘ แต่ยังมีเงื่อนไขในเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้ใช้จ่ายในโครงการ ที่มุ่งตรงไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ซึ่งอัตราดอกเบี้ยมีความเปลี่ยนแปลงจาก 4% เป็น 5%


สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีหลายท่านมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า โครงการครู 100,000 ร้านนี้เป็นโครงการที่ดี โดยจะมีการหารือกันอีกครั้งในเรื่องของกระบวนการว่า จะนำเงินไปให้ชาวบ้านซื้อวัวเอง หรือซื้อวัวไปส่งให้ชาวบ้านเลือกสรร ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ว่า จะสามารถซื้อแม่วัวได้ 2 ตัว แต่ถ้าหากราคาไม่สูงก็อาจจะซื้อถึง 3 ตัวได้ และตนก็มองว่า เป็นโอกาสดีที่เราจะลงทุนได้ในตอนที่วัวราคาไม่สูง

สมศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า ใน 20 ปีที่แล้วมีคนเห็นด้วยกับโครงการนี้น้อยมาก แต่ตนได้ทำการทดลองโครงการนี้มาแล้วกว่า 4 ปี โดยร่วมมือกับภาคเอกชน นำวัว 2 ตัวไปเลี้ยง ปรากฎว่า 4 ปีผ่านมา วัวออกลูกออกหลานเป็น 11 ตัว ซึ่งสามารถคิดเป็นมูลค่าว่า วัวหนึ่งตัวราคา 25,000 บาท หากเลี้ยงเป็นจำนวนมากในระดับแสนล้านครัวเรือน ประชาชนจะมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในกองทุนหมู่บ้านมีสมาชิก 13 ล้านครัวเรือน หากใครพร้อมก็สามารถเลี้ยงวัวเป็นทางเลือกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอนาคตได้

นอกจากนี้ ในการทำ MOU กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับโครงการวัวแสนล้าน สิ่งที่ตนอยากได้ที่สุดคือ องค์ความรู้จากกรมปศุสัตว์ และอยากได้สัตวบาลอาสา เพื่อมาช่วยงานกรมปศุสัตว์ ในการมอบองค์ความรู้แก่ชาวบ้าน

ส่วนจะมองว่า เป็นโครงการเรือธงในการเรียกคะแนนความนิยมในระหว่างที่โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ยังไม่สำเร็จหรือไม่นั้น สมศักดิ์ มองว่า หากเลี้ยงวัวกันทั่วประเทศ เลี้ยงแบบตัวใครตัวมันก็จะเกิดกำลังซื้อ และการเลี้ยงวัวยังใช้เวลาไม่นาน ให้อาหารตอนเช้า 20 นาที ตอนบ่าย 20 นาที รวมถึงต้นทุนในการทำคอกก็ไม่สูง

อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์ เน้นย้ำในช่วงท้ายว่า การกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในโครงการ เป็นหน้าที่ ของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณที่จะดูแล รวมถึง ธ.ก.ส. และกองทุนหมู่บ้านที่จะต้องมานั่งคุยกันว่า จะมีการช่วยภาครัฐอย่างไร เพราะโครงการนี้ ภาครัฐจะมีการช่วยเหลือเพียง 2 ปี ส่วนหลังจากนั้นเกษตรกรต้องออกเงินเอง



“ภูมิธรรม” เร่งขายข้าวสต็อกจำนำ ชี้ 10 ปียังมีข้าวกินได้

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบพบข้าวดีในโกดังโครงการรับจำนำข้าวสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ จ.สุรินทร์ ว่า ได้รับการร้องเรียนว่ายังมีคลังที่ยังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าวอยู่ 2 คลัง มีข้าว 1.2 แสนกระสอบ ที่ผ่านมามีปัญหาถูกปิดทำให้โกดังเสียโอกาส


ตนได้ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าข้าวเม็ดสวยมีปลายจมูกข้าว ผิวข้าวอาจจะเหลืองนิดหน่อย แต่สามารถหุงกินได้ และวันที่ไปตรวจถือว่าครบ 10 ปี พอดีจากโครงการจำนำข้าว

ส่วนที่มีคนพูดว่าข้าวในโครงการเป็นข้าวเน่าและราคาถูก ตนคิดว่าราคาข้าวดีขึ้นถ้าขายในตอนนี้ ก็จะได้เงินคืนมาจำนวนหนึ่ง สามารถนำไปคืนโรงสีและค่าเช่าโกดังที่ค้างอยู่เหลือเงินเข้าคลังเพราะเป็นข้าวของรัฐบาล

เมื่อถามว่า จะไปขยายผลตรวจโกดังข้าวในโครงการรับจำนำข้าวทั่วประเทศหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวไปดูรายละเอียด เท่าที่ทราบมี 2 โกดังที่ร้องเรียนมา ถ้ามีที่ตรงไหนค้างก็จะลงไปตรวจสอบ ถ้าขายได้ก็จะรีบขายดีกว่าเก็บไว้



ครม.สั่งห้ามนำเข้าข้าวโพด จากแหล่งที่มีการเผา

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงข้อสั่งการ ของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ วันที่ 19 มีนาคมว่า เรื่องมาตรการห้ามนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5


ซึ่งได้เคยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการลดหรือห้ามนำเข้าสินต้าเกษตรจากประเทศเพื่อบ้านที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผา นั้น ปัจจุบันไทยยังได้รับกระทบจาการเผาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ได้สั่งการให้ ก.พาณิชย์ ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 เพื่อกำหนดให้ข้าวโพดจากต่างประเทศที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผาเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในประเทศโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วง High Season ของการเผา

การห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากประเทศเพื่อนบ้านจะมี process การพิสูจน์โดยใช้การดู hot spots จากดาวเทียม ที่จะดูพิกัดการปลูกและซื้อที่จะช่วยวินิจฉัยโดยจะดูให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ World Trade Organizationและ จะรอให้ Clean Air Act มีการประกาศบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ร่างพรบ. อากาศสะอาด ได้ผ่านวาระหนึ่งแล้วและคาดว่าจะผ่านรัฐสภาโดยใช้เวลาไม่นาน

สำหรับความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ของไทยประมาณ 8.9 ล้านตัน แต่สามารถผลิตได้4.9 ล้านตัน ยังจำเป็นต้องนำเข้าอีก กว่าท3 ล้านตัน โดยนำเข้าจากประเทศบ้านประมาณ 1.6 ล้านตัน ประกอบด้วย อันดับหนึ่งจาก เมียนมาร์ จำนวน 6-7 แสนตัน , ลาวจำนวน 3 แสน ถึง 4 แสนตันและกัมพูชากว่า 1 แสนตันที่เหลือ อีกกว่า 2 ล้านตันส่วนใหญ่มาจากบราซิล



“เฉลิมชัย” โยนสภาฯซักฟอกกระบวนยุติธรรมเรื่อง “ทักษิณ”

เฉลิมชัย ศรีอ่อนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพื้นที่ต่างๆ และมีฝ่ายการเมืองไปรอต้อนรับ จะมีผลกระทบต่อการเมืองอย่างไรในอนาคตว่า อนาคตไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพอพูดกันก็เดาไปทั้งหมด มีแต่หมอเดาไม่มีคนรู้จริง การเมืองต้องเดินต่อไปอะไรที่ถูกต้องอยู่ได้ อะไรไม่ถุกต้องก็อยู่ไม่ได้


หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวว่า เหมือนกระบวนการยุติธรรมมันเจ็บ มันป่วย มันเสื่อมของกระบวนการทั้งหมด เสื่อมตรงไหนก็ต้องรักษาตรงนั้น

ถามย้ำว่า ประเด็นกระบวนการยุติธรรมจะเป็นประเด็นที่จะนำสู่การอภิปรายด้วยหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงต้องให้เป็นเรื่องของสส.ตนไม่ได้เป็นสส.

เมื่อถามว่า วันที่20มี.ค.จะมีการอภิปรายงบประมาณประชาธิปัตย์การเตรียมตัวอย่างไร

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำเต็มที่ เหมือนทุกๆรอบที่ผ่านมา เราก็ทำเต็มที่ มีการประชุม มีการคณะยุทธศาสตร์ มีคณะทำงาน ที่จะช่วย สส.ในการทำงานไปด้วยกัน ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสถานะไหน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News