Home Politics รัฐบาลเห็นชอบโครงการประกันรายได้ชาวนา ปี 63/64

รัฐบาลเห็นชอบโครงการประกันรายได้ชาวนา ปี 63/64

คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 63/64 เพื่อเยียวยาเกษตรกร

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุม นบข. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า ได้เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 63 – 31 พ.ค. 64 โดยให้ใช้แนวทางการดำเนินการเหมือนปีที่ผ่านมา และให้อนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดกฎเกณฑ์กลางราคาอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปพิจารณาราคาประกันรายได้ต่อครัวเรือน และนำกลับมาเสนอคณะกรรมการนบข. อีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลชาวนาสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตอย่างแท้จริง

รัชดา ธนาดิเรก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

- Advertisement -

ส่วน มาตรการคู่ขนาน ประกอบด้วย
1. มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2563/64 ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงินรวม 1.98หมื่นล้านบาท; โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 1.55หมื่นล้านบาท; และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ในอัตราชดเชยดอกเบี้ย 3% วงเงินรวม 610 ล้านบาท โดยทั้ง 3 โครงการนี้ คาดว่า จะสามารถดูดซับอุปทานในช่วงที่ข้าวเปลือกออกมาสู่ตลาดมาก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก
2. โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราสนับสนุน ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท
3. โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก และโครงการยกระดับคุณภาพและต่อยอดด้านการตลาดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย

นอกจากนั้น ที่ประชุมรับทราบ
1. การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 ตั้งแต่ 15 ต.ค. 62 – 31 พ.ค. 63 จ่ายแล้ว 30 งวด จำนวน 1.1 ล้านครัวเรือน จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 92.67% ของงบประมาณ (งวดที่ 23-27 ไม่มีการจ่ายชดเชย เนื่องจากราคาอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกเหนียวสูงกว่าราคาประกันรายได้)
2. การดำเนินการมาตรการคู่ขนานเพื่อชะลอการจำหน่ายข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก สามารถดึงอุปทานได้รวม 5.13 ล้านตัน
3. มาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต และมาตรการการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว จ่ายเงินแล้วมาตรการละ 4 ล้านกว่าครัวเรือน
4. การผลิตข้าวทั่วโลกปี 2563/64 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านตัน จาก 493.79 ล้านตัน เป็น 501.96 ล้านตัน
5. สต๊อกข้าวทั่วโลก ณ ปลายปี 63/64 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.83 ล้านตัน เป็น 184.18 ล้านตัน โดยจีนมีสต๊อกข้าวมากที่สุด รองลงมา คือ อินเดียและไทย
6. ภูมิภาคที่ซื้อเข้าจากไทยมากที่สุด คือ แอฟริกา 4.11 ล้านตัน ในปี 2562
7. ปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกข้าวไทยในปี 2563 ได้แก่ การได้รับการจัดสรรโควต้าส่งออกไปเกาหลีใต้ ปริมาณ 2.8 หมื่นตันต่อปี และการที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นโอกาสของข้าวไทย

“นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต โดยกำชับให้กรมการข้าว หน่วยงานวิจัยภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพข้าวและการใช้พันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองให้ได้อย่างกว้างขวาง” นางสาวรัชดา กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โอนเงินงวดที่ 2 www.เยียวยาเกษตรกร.com ตรวจสอบสถานะ ได้ 15 มิ.ย. นี้
ครม.เคาะอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยฤดูการผลิตปี 62/63

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

สภาอุตฯ ชี้ เอกชนหวั่นระบาดรอบสอง ห่วง SMEs เลิกกิจการหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ต.ค. 63

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนสิงหาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ 19 ต.ค. เพิ่ม 5 ราย ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 40 ล้านคน

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรวม 5 ราย ใน State Quaratine ซึ่งเดินทางกลับมาจาก คูเวต, ญี่ปุ่น,ตุรกี,เคนยา และ บาห์เรน ประเทศละ 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม...

กอร.ฉ. ออกหนังสือ จับตา-ระงับไลฟ์ Voice TV-The Reporters-ประชาไท-The Standard

หลังจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักข่าวต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและส่งตรงจากพื้นที่ ล่าสุดเช้าวันนี้(19 ต.ค.63) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเอกสาร คำสังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ลงชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า "จากการตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารจริง แต่ยังไม่มีหนังสือ-คำสั่ง...

จีนผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหว โต้สงครามการค้าสหรัฐฯ

รัฐบาลจีนได้ผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหวเพื่อเป็นการป้องกันความมั่นคงแห่งชาติ และเพื่อตอบสนองต่อการกระทำของสหรัฐ หลังจาก ความขัดแย้งทางการค้า และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป อ่าน : ไนซ์กรุ๊ปตั้งทีมรับมือ คาดหลังโควิดส่งออกเสื้อผ้ากีฬาอาจฟื้นโตเป็น 2 เท่า กฎหมายของรัฐบาลจีนมีการระบุให้ประเทศจีนสามารถใช้ “มาตรการต่างตอบแทน” กับประเทศที่ละเมิดการควบคุมการส่งออกและคุกคามความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศจีน การควบคุมการส่งออกภายใต้กฎหมายใหม่นี้จะนำมาใช้กับพลเรือน ทหาร และผลิตภัณฑ์นิวเคลียร์ รวมถึงสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะมีการตีพิมพ์รายการโดยละเอียดสำหรับแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ทันการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว การบังคับใช้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลจีนตอบโต้สหรัฐที่พยายามกีดกันบริษัทไฮเทคสัญชาติจีน...

Related News

อานิสงส์โควิด-19 กัมพูชาส่งออกข้าว 7 เดือน พุ่ง 38%

แวง สาคอน (Veng Sakhon) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของกัมพูชาเผยว่ากัมพูชาส่งออกข้าวขาวรวม 426,073 ตันในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2020 เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 จากที่ส่งออก 308,013 ตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จีนยังคงเป็นผู้ซื้อข้าวกัมพูชารายใหญ่ที่สุด โดยกัมพูชาส่งออกข้าวขาวไปจีน 155,327 ตันในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมปีนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รัฐมนตรีกล่าวว่ากัมพูชาส่งข้าวไปยังตลาดยุโรป 144,247 ตันในช่วงเดียวกัน เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ...

เวียดนาม ผุด “เอทีเอ็ม ข้าว” แจกคนตกงานช่วงโควิด-19

รัฐบาลเวียดนามติดตั้งเครื่อง "เอทีเอ็ม ข้าว" ในหลายเมืองทั่วประเทศ ลุยแจกประชาชนที่ตกงาน หรือยากจน รับช่วงกักตัวไวรัสโควิด-19 ทางการเวียดนามเปิดเผยว่าได้ติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มข้าว ในกรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ และเมืองเว้ เรียบร้อยแล้ว และประชาชนได้เข้ามารับบริการข้าวสารฟรีตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา และยังมีแผนการติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มข้าว อีกหลายแห่งภายในสัปดาห์หน้า รวมถึง ที่เมืองดานัง ด้วย ด้านสือท้องถิ่นเวียดนาม รายงานว่า เครื่องเอทีเอ็มข้าวจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 ของทุกวัน ยกเว้นที่นครโฮจิมินห์จะเปิดให้บริการ...

“สมคิด”แจงจ่าย5พัน 3เดือน จ่อช่วยกลุ่มตกสำรวจ ถูกลดเงินเดือนขอเยียวยาได้

"สมคิด"แจงจ่ายเยียวยา 5 พันบาท 3 เดือนเท่าเดิม แต่กู้เงิน 1 ล้านล้านเพื่อรองรับสถานการณ์ผลกระทบยาว 6 เดือน หากจบเร็วก็ไม่จำเป็นต้อง"ใช้-กู้" พร้อมสำรวจผลกระทบกลุ่มอื่นที่ตกหล่น ออกมาตรการชุดใหม่ เผยถูกลดเงินเดือนขอเยียวยาได้จากกองทุนประกันสังคม ด้าน "อุตตม"เตรียมเสนอเกณฑ์ช่วยเกษตรกร นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย "Businesstoday" ว่ารัฐบาลประเมินในเบื้องต้นว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19...

พลิกเกมนอกตำรา สู่แบรนด์สองพันล้าน ข้าวตรา “ไก่แจ้”

เส้นทางสร้างแบรนด์ ต้องคิดแบบ "หมาป่า" ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล หรือ ”กอล์ฟ” รุ่นสองสร้างแบรนด์ “ไก่แจ้” แบรนด์นี้ไม่เคยโดนดิสรัปต์  เพราะเขา “Disrupt ตัวเอง และธุรกิจของตัวเอง” ทุกๆ วันเขาทะเลาะกับพ่ออีกครั้งด้วยเรื่อง พ่อไม่เห็นด้วยที่เขาจะซื้อคอมพิวเตอร์ (1...

โศกนาฏกรรมข้าวไทย

สถานการณ์ข้าวไทยกำลังทรุดหนักอาการน่าเป็นห่วงมีแต่ข่าวร้ายๆออกมาเป็นระยะๆทั้งเรื่องการส่งออกซึ่งปีนี้หลายฝ่ายฟันธงยังไงก็ต่ำกว่าเป้าแน่นอนตัวเลขล่าสุดประเมินกันว่าส่งออกได้ไม่น่าเกิน8 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คณะกรรมการข้าวครบวงจรกำหนดไว้จะทำได้ 10 ล้านตันปีที่แล้วส่งออกได้ 11 ล้านตัน ขณะที่ภาพรวมการค้าข้าวโลกยังคงเท่าเดิมราวๆปีละ 40 ล้านตัน สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดส่งออกข้าวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆหลายๆประเทศที่ส่งออกข้าวเขาพัฒนาจนกลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวแล้วแย่งส่วนแบ่งตลาดเราไปแล้ว ในปีนี้คู่แข่งที่มาแรงก็มี อินเดียซึ่งมีผลผลิตออกมามาก สามารถส่งออกข้าวนึ่งได้มากขึ้น ปากีสถาน เมียนมา ส่งออกปลายข้าวขาวได้มากขึ้นกว่าเดิม และเวียดนามส่งออกข้าวหอมมะลิในราคาด้วยราคาขายต่ำกว่าไทยเกือบเท่าตัวในราคา 400-500 ดอลลาร์ต่อตันเท่านั้น ส่วนราคาข้าวหอมมะลิของเราราคาอยู่ระดับ 1,100-1,200 ดอลลาร์ต่อตัน จึงไม่แปลกใจที่เวียดนามเจาะตลาดข้าวหอมมะลิในแอฟริกาและตะวันออกกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิหนำซ้ำปีนี้ไทยต้องเสียแชมป์ข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในโลกไปแล้ว ผลการประกวดปีปี 2019...