HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 17 มิถุนายน 2567

Business Today Thai Politics 17 มิถุนายน 2567



ทนายยัน “ทักษิณ” ไปพบ อสส.แน่ คดี ม.112

กรณี อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยพนักงานอัยการได้นัดนายทักษิณ มารายงานตัวในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เพื่อส่งฟ้องต่อศาลนั้น

- Advertisement -


วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า พรุ่งนี้ (18 มิ.ย.) นายทักษิณจะเดินทางเข้ารายงานตัวกับอัยการ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถ.รัชดาภิเษก ตามนัดรายงานตัว เพื่อส่งฟ้องต่อศาลในคดีตามมาตรา 112 เนื่องจากหากไม่ไปตามนัดก็จะผิดสัญญาประกัน

เมื่อถามถึงเรื่องขอความเป็นธรรมที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ นายวิญญัติ กล่าวว่า เรื่องขอความเป็นธรรมไม่มีหรอก แต่รายละเอียดขอให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในวันพรุ่งนี้



“อนุทิน” ส่งข้อความอวยพรนายกฯหายป่วยโควิด

อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าได้ส่งข้อความทาง WhatsApp ไปหานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขอให้หายป่วยเร็วๆ โดบนายกฯ ตอบกลับมาว่า เจอกันวันพุธ (19มิ.ย.) ตนคาดว่าคงเจอกันในสภา จะมีการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568


ส่วนมองสถานการณ์การเมืองอย่างไร ตามที่พรรคก้าวไกลระบุว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า หรือหากมีเหตุเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคเพื่อไทย นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “มันไม่มีการเปลี่ยนขั้วหรอกครับ รัฐบาลชุดนี้ก็ยังมีความเข้มแข็ง มีเสียงสนับสนุน 300 กว่าเสียง การทำงานมีความสามัคคีกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกันทุกฝ่าย”

อนุทิน กล่าวว่า การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการสูงสุด ในวันที่18มิ.ย.นี้ จะมีผลต่อรัฐบาลหรือไม่นั้น รัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน บริหารประเทศ ส่วนเรื่องตัวบุคคล หรือสถาบันอื่น เราไปก้าวก่ายไม่ได้ การบริหารราชการแผ่นดิน มันมี if และ then เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ รัฐบาลก็ต้องอยู่ได้อยู่ตลอด ไม่ให้มีการเกิดอุปสรรคใดๆ ทำให้ประเทศอยู่ในความสงบ

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องการเลือก สว. ขัดรัฐธรรมนูญ จะมีผลอย่างไรต่อการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เพราะเราไม่ใช่คนตัดสินเอง และเราต้องไม่ก้าวก่ายหน่วยงาน หรือสถาบันอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด รวมถึงแผนที่ตั้งใจให้มันเกิดประสบเป้าหมาย เกิดผลสำเร็จให้ได้ รัฐบาลก็ต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน



นายกฯ เปิดทำเนียบจัดฉลอง กม.สมรสเท่าเทียม

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (18 มิถุนายน 2567) ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อแสดงความยินดีกับจุดเริ่มต้นของกฎหมายสมรสเท่าเทียม


โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อเรื่องความเท่าเทียม ถือเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าจะผลักดัน และสนับสนุน เพื่อส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพสำหรับทุกคนในสังคมไทย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และร่างกฎหมายฯ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วก็ได้ถูกบรรจุเป็น 1 ในระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา (สมัยวิสามัญ) ในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 นี้ด้วย

การผ่านร่างกฎหมายนี้จะทำให้ไทยเป็นแห่งที่ 3 ในเอเชีย (ถัดจากไต้หวันและเนปาล) และเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตลอดจน รัฐบาลไทยซึ่งได้นำเสนอความสำเร็จด้านความเท่าเทียมมาอย่างต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ถึงภาพลักษณ์ ประเทศไทย Pride Friendly Destination จุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรในทุกด้าน สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้างโอบรับถึงความแตกต่างหลากหลายทางเพศของสังคมไทย

ทั้งนี้ งานเลี้ยงรับรองจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของกฎหมายสมรสเท่าเทียมโดยในเวลาประมาณ 16.30 น. ภาคประชาชนจะเริ่มเดินขบวน (Pride Caravan) พร้อมแสดงสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียม จากรัฐสภามายังสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าจะจัดเป็นถนนสายรุ้งแห่งความเท่าเทียม และมีกิจกรรมมากมายภายในงาน ทั้ง workshop เพ้นท์สีแห่งความเท่าเทียม ตู้สติ๊กเกอร์ (Sticker Photo Booth) ซุ้มดอกไม้ จุดถ่ายภาพแสดงสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมทั่วทั้งงาน พร้อมของที่ระลึก โดยเมื่อเสร็จสิ้นงาน จะมีการส่งขบวนสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร



“เศรษฐา” เจรจาซาอุฯสำเร็จ ส่งออกวัว แกะ แพะ จากไทยเพิ่ม

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการดูแลพี่น้องปศุสัตว์ไทย ทั้งหาตลาดส่งออกเพิ่มเติมและ มุ่งหน้ายกระดับสินค้าปศุสัตว์ไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมมาตรฐานนานาประเทศ จนเห็นเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อซาอุดีอาระเบียได้อนุญาตให้นำเข้าปศุสัตว์มีชีวิต (วัว แกะ แพะ) เพื่อเชือดและเลี้ยงจากประเทศไทยได้ โดยให้ใช้หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์เพื่อการส่งออกปศุสัตว์มีชีวิตที่ได้รับอนุมัติจากการหารือระหว่าง 2 ประเทศ


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุน ระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากความคืบหน้าล่าสุด ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากซาอุดีอาระเบีย

ได้แจ้งมายังรัฐบาลไทยถึงการที่ทางซาอุดีอาระเบีย ได้อนุญาตให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มีชีวิต ได้แก่ วัว แกะ แพะเพื่อเชือดและเลี้ยง ไปยังซาอุดีอาระเบียได้ภายใต้มาตรฐานการใช้หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์เพื่อการส่งออกปศุสัตว์มีชีวิต ที่ได้รับอนุมัติจากการหารือระหว่าง 2 ประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ที่ทางซาอุดีอาระเบีย ได้ให้สิทธิประเทศไทยสามารถส่งออกไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก ไปยังซาอุดีอาระเบียได้

เนื่องจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ไปยังซาอุดีอาระเบีย ค่อนข้างมีข้อกำหนดที่เข้มงวด เช่นห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ผ่านการแช่เย็น แช่แข็ง บรรจุกระป๋อง จากประเทศที่มีการเกิดโรคระบาดในสัตว์ รวมถึงการผลิตต้องเป็นไปตามหลักศาสนา และถูกต้องตามมาตรฐานของ GCC Standardization Organization (GSO) รวมถึงต้องมีใบรับรองสุขภาพของสัตว์ที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาของซาอุดีอาระเบีย (Saudi Food and Drug Authority :SFDA) จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยศึกษาข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก่อนทำการส่งออก ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ของไทย พร้อมเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสของการส่งออกวัว แกะ และแพะ ของไทยไปตลาดของประเทศในอ่าวอาหรับอื่นๆได้มากขึ้น

ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มีชีวิต สามารถขอรับใบอนุญาตนำเข้าผ่านแพลตฟอร์ม NAAMA (https://naama.sa/Home/ServiceSearch) ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และการเกษตรแห่งซาอุดีอาระเบีย หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมศัตรูพืชและโรคสัตว์แห่งชาติ (National Centre for Prevention and Control of Pests and Animal Diseases) ซาอุดีอาระเบีย หมายเลขโทรศัพท์ (0502374064) และอีเมล์ baltureif@weqaa.gov.sa



รัฐบาลชวนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี หลังยอดป่วยเพิ่ม

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567– 1 มิถุนายน 2567 มีรายงานผู้ป่วย จำนวน 139,326 ราย อัตราป่วย 214.64 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย ในจังหวัดนครราชสีมา 5 ราย จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ราย จังหวัดชัยภูมิ สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 1 ราย อัตราป่วยตาย 0.007 โดยมีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A (9 ราย) และชนิด B (1 ราย)


ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปี 2566 คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเริ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน และจะพบผู้ป่วยสูงสุดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่ เป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

ยคารม กล่าวว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มเสี่ยงแล้ว รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานเชิญชวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลประจำปี 2567 ณ สถานพยาบาลตามสิทธิของผู้ประกันตนได้ฟรี ซึ่งในปี 2567 นี้ ได้ขยายการให้บริการฉีดวัคซีนออกไป ถึง 31 ธันวาคม 2567

เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิของผู้ประกันตนได้อย่างทั่วถึง โดยแนะนำให้ติดต่อนัดหมายการฉีดวัคซีนกับสถานพยาบาลตามสิทธิก่อนเข้ารับบริการ สำหรับผู้มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้วัคซีนควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเข้ารับบริการ หากประชาชนต้องการรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือหากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่ง หรือที่สายด่วน 1506

“แนะนำประชาชนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์การระบาดทุกปี โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ในช่วงก่อนฤดูกาลระบาดเพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนได้ สามารถเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเพื่อความสะดวก สามารถโทรนัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้า เพื่อทราบวันเวลาเข้ารับบริการที่แน่นอน พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เน้นการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422”

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News