HomePoliticsสภาพัฒน์ ห่วง! หนี้ครัวเรือน กดดันเศรษฐกิจไทยหลังสัดส่วนทะลุ 80% ต่อ GDP

สภาพัฒน์ ห่วง! หนี้ครัวเรือน กดดันเศรษฐกิจไทยหลังสัดส่วนทะลุ 80% ต่อ GDP

สภาพัฒน์’ ห่วง หนี้ครัวเรือน กดดันเศรษฐกิจไทยหลังสัดส่วนทะลุ 80% ต่อจีดีพี ขณะที่แนวโน้ม NPL ยังเพิ่มขึ้น ห่วงคนจนเพิ่มจำนวนหลังโควิด-19 กดดันให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นรายได้หดตัวรุนแรง ชี้ครัวเรือนเปราะบางทางรายได้กว่า 1.15 ล้านครัวเรือน

นางสาวจินางค์กูร โรจนนันต์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.หรือสภาพัฒน์) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ว่า ผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ทำให้รายจ่าย และการก่อหนี้ของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่สำรวจล่าสุดพบว่าสูงสุดในไตรมาส 2 ปี2563 มีมูลค่า 13.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% คิดเป็น 83.8%ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 152,501 ล้านบาท ขยายตัว 19.7% จากไตรมาสก่อนมีสัดส่วน 3.12% ต่อสินเชื่อรวม ขณะที่แนวโน้มหนี้ครัวเรือนไตรมาสสาม
ทั้งนี้คาดว่าความต้องการสินเชื่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และหนี้NPL ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวและสัญญาณการฟื้นตัวที่ยังไม่ชัดเจน ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตอกย้ำถึงความเปราะบางทางการเงินและปัญหาเชิงโครงสร้างครัวเรือนไทย จากการขาดหลักประกันและภูมิคุ้มกันในการรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

- Advertisement -

แม้ภาครัฐและสถาบันการเงินจะมีมาตรการรช่วยเหลือลูกหนี้ แต่เมื่อระยะเวลาช่วยเหลือสิ้นสุดลงและเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว จะเสี่ยงเกิดหนี้เสียจำนวนมาก และครัวเรือนจะก่อหนี้นอกระบบมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของภาครัฐและสถาบันการเงินในการออกแบบนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในสภาวะความไม่แน่นอนที่สูง

นอกจากนี้จากการสำรวจข้อมูลของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) พบว่า ค่าใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น 33% สวนทางกับรายได้ที่ลดลงมากถึง 54% สิ่งที่ตามมาทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยเป็นหนี้ในระบบ 14% และอีก 9% เป็นหนี้นอกระบบ

“ผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชนคนจนเมืองกว่า 60% รายได้ลดลงเกือบทั้งหมด ส่วนอีก 31% รายได้ลดลงครึ่งหนึ่ง โดยคนจนเมืองต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชนที่แจกจ่าย อาหารและของอุปโภคและมีอีกจำนวนมากยังต้องกู้หนี้ยืมสินหรือนำของใช้ในบ้านไปจำนำเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตด้วย สิ่งที่ต้องระวังต่อจากนี้ คือ กลุ่มครัวเรือนเปราะบาง ซึ่งเสี่ยงต่อการตกเป็นครัวเรือนยากจนจากผลกระทบของโควิด-19 โดยมี จำนวนครัวเรือนประมาณ 1.14 ล้านครัวเรือน ที่ไม่ใช่ครัวเรือนยากจน แต่มีสถานะความเป็นอยู่ใกล้เคียงกับครัวเรือนยากจนมาก โดยจำเป็นต้องมีมาตรการเข้าไปรองรับ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News