HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 12 มิถุนายน 2567

Business Today Thai Politics 12 มิถุนายน 2567



ศาลรธน. สั่งเศรษฐา–40 สว. ยื่นบัญชีพยายามเพิ่มเติม

วันที่ 12 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ เรื่องพิจารณาที่ 17/2567 กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

- Advertisement -


กรณีนี้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้ นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้ว มีคำสั่งให้คู่กรณียื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป กำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567



ศาลรธน.ยังไม่พิพากษาก้าวไกล สั่งกกต. ยื่นพยาน นัดใหม่ 18 มิ.ย.

ศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ เรื่องพิจารณาที่ 10/2567 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง)


มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 256- มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/25’67 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 256- มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน ส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้องทราบ

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้ว มีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป กำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567



“เศรษฐา” ยัน “กิตติรัตน์” หมดสิทธิ์ นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ติดตำแหน่งการเมือง

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ปรเมธี วิมลศิริ ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใกล้หมดวาระ รัฐบาลได้เตรียมบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งแทนหรือยัง ว่า ไม่ทราบ ต้องถาม พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตนยังไม่มีการคุยเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของการจัดตั้ง


เมื่อถามถึงกระแสข่าว นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี จะมานั่งเก้าอี้ดังกล่าวแทน นายกฯ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตนเคยทวิตข้อความไปแล้วว่าเป็นไม่ได้ เพราะกิตติรัตน์ เป็นประธานที่ปรึกษาของนายกฯอยู่ ถ้าเกิดจะมาเป็นก็ต้องปลอดจากตำแหน่งไป 1 ปี เมื่อถามอีกว่าคนใหม่ที่จะมานั่งแทนจะต้องมีแนวนโยบายเดียวกับรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถาม นายพิชัย

เมื่อถามว่าเรื่องเศรษฐกิจตอนนี้ถือเป็นหนึ่งเดียวกันหรือยังกับหน่วยงานต่างๆ นายกฯกล่าวว่า จิตวิญญาณของรัฐบาลนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันตลอด และทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งมีการพูดคุยกันตลอด ภาษาวงสนทนาที่ใช้ก็เป็นคำพูดที่ตนคิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่เข้าใจกันได้ คุยกันรู้เรื่อง เมื่อถามว่าแม้ว่าไม่ลดดอกเบี้ย เรายังคงมีการเดินหน้าในการสร้างเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนเดินหน้าตลอดเวลาอยู่แล้ว ตนพยายามที่จะทำทุกอย่าง หากติดขัดตรงไหนเราก็พยายามอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เรายึดข้อกฎหมายเป็นที่ตั้ง และยึดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้าไม่ได้ทางนี้เราก็ไปอีกทางหนึ่งให้ได้ ไม่เอามาเป็นข้ออ้างหรือคำอธิบายว่าทำไมถึงไม่ได้ ก็ต้องทำงานกันต่อไป



“ธรรมนัส” พร้อมเดินหน้าโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ทั่วประเทศ

เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สานต่อโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เตรียมความพร้อมและมอบแนวทางการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระดับประเทศ โดยกำหนดจัดงานจุดหลักจะอยู่ที่ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ท่าโป่งแดง) ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2567

เกณิกา กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ของโครงการคลินิกเกษตร คือต้องการให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนที่มารับบริการ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ ถือเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร และได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องครบถ้วนในคราวเดียวกัน
โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญ และได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการแบบบูรณาการต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ณ จุดเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วนทุกด้าน และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง



รัฐบาลต่ออายุการทำงาน ป.ย.ป.เดินหน้าหลายนโยบายสำคัญ

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วานนี้ ครม. รับทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2566 ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เสนอ


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 ที่ประชุมได้มีมติเรื่องต่าง ๆ สรุปได้ ดังนี้

  1. การทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) โดยที่ประชุมฯ มีมติให้สำนักงาน ป.ย.ป ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐบาลมอบหมายต่อไปเป็นระยะเวลา 1 ปี (ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567) และให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันพิจารณาทบทวนและปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ย.ป. ให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งประเมินความคุ้มค่าของสำนักงาน ป.ย.ป. ต่อไป
  2. โครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดย
  • เห็นชอบโครงการฯ จำนวน 309 โครงการ เช่น โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น และเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการในระยะถัดไป
  • เห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ เพื่อให้การดำเนินงานในการขับเคลื่อนแผนแม่บททั้ง 3 ระดับสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทฯ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และภารกิจของหน่วยงาน
  • เห็นชอบ สศช. จัดทำคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.)
  • รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ในห้วง 5 ปีแรก (พ.ศ. 2561-2565) ของยุทธศาสตร์ และแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในห้วงที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) ตามกรอบหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan-D-Check-Act (PDCA))
  • รับทราบแนวทางการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และแนวทางการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์
  • รับทราบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. การจัดทำยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ซึ่งครบกำหนด 5 ปีแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐไปสู่การปฏิบัติ ตามหลักการ PDCA โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ และดำเนินการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้สามารถยกระดับและปิดช่องว่างการพัฒนาประเทศให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News