“พิพัฒน์” จี้เปิดหลักฐาน เส้นใหญ่ไม่ต้องสอบก็ได้บรรจุ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลพาดพิงอดีตเลขานุการว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ยังไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นในขณะนี้ และขอรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นักการเมืองสามารถออกมาแสดงความคิดเห็นได้ แต่หากข้อมูลไม่เป็นความจริงก็อาจต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ขณะที่ตนไม่ได้เป็นคู่กรณี จึงไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่ายกระบวนการตรวจสอบ
ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจะมีการสอบสวนและดำเนินการต่อไป โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยยืนยันหลายครั้งว่า กรณีการสอบท้องถิ่นต้องตรวจสอบไปจนถึงต้นตอ หากพบผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีบุคคล “เส้นใหญ่” ที่ไม่ต้องเข้าสอบแต่มีชื่อได้รับการบรรจุ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ผู้ที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวควรแสดงหลักฐานว่าทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร และบุคคลที่กล่าวถึงคือใคร เพราะมีผู้เข้าสอบจำนวนมาก
นายพิพัฒน์ระบุว่า การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลรองรับอาจสร้างความเสียหายได้ จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนสื่อสารต่อสาธารณะ
“อะไรที่สาวถึงตรงไหน นายกฯ พูดชัดเจนแล้วว่า สาวถึงตัวใคร คนนั้นก็รับผิดไป ส่วนนี้สุดท้ายความยุติธรรมต้องได้รับการตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน” นายพิพัฒน์กล่าว
“รมว.ท่องเที่ยว”เผย “นายกฯ”ส่งกำลังใจ นกฬ.ไทย คว้าชัย ศึก“เอเชียนเกมส์”
วันนี้ 10 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวให้โอวาทแก่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าหน้าที่ และนักกีฬา ก่อนเดินทางไปแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายนถึง 4 ตุลาคม

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทยขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความขยันหมั่นเพียร วินัย และความตั้งใจในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เพื่อสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน และพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความแข็งแรงทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า การเข้าร่วมมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ นักกีฬาทุกคนไม่เพียงทำหน้าที่แข่งขันเพื่อประเทศ แต่ยังทำหน้าที่เสมือนทูตวัฒนธรรม นำขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปเผยแพร่สู่นานาชาติ
ส่วนการแข่งขัน แม้ชัยชนะเป็นเป้าหมายของนักกีฬาและประชาชน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของน้ำใจนักกีฬา การเคารพกติกาและคู่แข่งขัน โดยการแข่งขันกีฬาควรเป็นเวทีสร้างมิตรภาพ
นายสุรศักดิ์ระบุว่า การมอบโอวาทครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจที่ประเทศนอร์เวย์ และมีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 11 กันยายน
“สิ่งที่นายกฯ บอกมาตลอด ทุกท่านคือบุคคลสำคัญ เป็นหน้าตาและศักดิ์ศรีของประเทศ นายกฯ ขอฝากกำลังใจมาเป็นการส่วนตัว เพื่อให้นักกีฬาทุกท่านประสบความสำเร็จต่อไป” นายสุรศักดิ์กล่าว
“รอมฎอน” ตัดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 229 บาท เบรกเก็บ DNA ไม่สมัครใจ
วันนี้ 10 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 27 ในส่วนงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายรอมฎอนกล่าวถึงงบตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วงเงิน 1,742 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการใช้เทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่อาจกระทบสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
นายรอมฎอนอ้างข้อมูลคดีความมั่นคงตั้งแต่ปีงบประมาณ 2547-2569 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า มีคดีสะสม 11,808 คดี โดยร้อยละ 74 ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ ขณะที่ในคดีที่เข้าสู่กระบวนการศาล มีทั้งกรณียกฟ้องและลงโทษในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
นายรอมฎอนระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดของกระบวนการสืบสวนสอบสวน จึงทำให้หน่วยงานรัฐต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งแม้เทคโนโลยีจะช่วยรวบรวมพยานหลักฐานได้ แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว
หนึ่งในโครงการที่หยิบยกขึ้นอภิปราย คือโครงการต่ออายุสิทธิ์และพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ วงเงิน 57.42 ล้านบาท ซึ่งนายรอมฎอนตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เทคโนโลยีลักษณะดังกล่าวกับประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ
นายรอมฎอนยังกล่าวถึงโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านความมั่นคง วงเงิน 50 ล้านบาท หรือที่เรียกว่า “ระบบรวงผึ้ง” ซึ่งใช้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากของประชาชน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ชายแดนใต้ วงเงิน 53 ล้านบาท หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บสารพันธุกรรม หรือ DNA โดยไม่สมัครใจ รวมถึงตั้งคำถามเรื่องงบเบี้ยเลี้ยงกำลังพลในพื้นที่วงเงิน 1,125 ล้านบาท ว่าอาจมีความซ้ำซ้อนหรือไม่
ในช่วงท้าย นายรอมฎอนเสนอปรับลดงบประมาณเชิงสัญลักษณ์จำนวน 229 บาท เพื่อเรียกร้องให้การจัดทำงบประมาณในอนาคตให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของเทคโนโลยีที่รัฐจัดซื้อมาใช้งานมากขึ้น
“สนธิ” ประกาศ เปิดศึกทุนเทายิว ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล
วันที่ 10 กันยายน บริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มีกลุ่มมวลชนภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือต่อสถานทูตอิสราเอล

กลุ่มดังกล่าวนำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล พร้อมเครือข่าย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและปราบปรามปัญหาทุนต่างชาติที่อาจกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าเป็นการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ
นายสนธิกล่าวว่า ได้รับแจ้งผ่านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลพร้อมพบตนเป็นการส่วนตัว แต่ตนไม่ประสงค์พบในลักษณะตัวต่อตัว เนื่องจากมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการดำเนินการในนามของประชาชน
นายสนธิยังกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยมองว่าการเร่งปราบปรามทุนสีเทาในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลังมีแรงกดดันจากภาคประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดกิจกรรมในหลายจังหวัด
โดยระบุแผนการเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีในวันที่ 13 กันยายน ก่อนเดินทางต่อไปหาดใหญ่ ภูเก็ต ชลบุรี ขอนแก่น และพื้นที่อื่น ๆ
นายสนธิกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายประกาศล้มรัฐบาล แต่ต้องการกดดันให้รัฐบาลดำเนินการกับปัญหาทุนสีเทาและการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและถ้อยแถลงเกี่ยวกับบุคคล กลุ่มบุคคล หรือเครือข่ายต่าง ๆ เป็นความเห็นและข้อกล่าวอ้างของผู้จัดกิจกรรม ซึ่งยังต้องอาศัยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายในแต่ละกรณี
“แก้วตา ธิษะณา” อดีต สส.ประชาชน เปิดตัวซบ “เพื่อไทย”
ภายหลังนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์ภาพร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิดเผยว่าจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเห็นว่ามีแนวทางทางการเมืองและการทำงานที่สอดคล้องกัน

วันที่ 10 กันยายน 2569 นางสาวธิษะณาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมภาพเอกสารการสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
นางสาวธิษะณาระบุว่า ตลอดการทำงานทางการเมืองยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และความเท่าเทียมของประชาชน
พร้อมแสดงมุมมองว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงเพียงการเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นสังคมที่เสียงของประชาชนมีความหมาย อำนาจรัฐสามารถถูกตรวจสอบได้ และประชาชนทุกคนได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นอกจากนี้ ยังระบุว่า สิทธิมนุษยชนต้องเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมตั้งแต่สิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การศึกษา การรักษาพยาบาล การทำงาน การแสดงความคิดเห็น กระบวนการยุติธรรม ตลอดจนโอกาสของประชาชนทุกกลุ่มในการมีส่วนร่วมในสังคม
นางสาวธิษะณาระบุว่า การตัดสินใจเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยเป็นการเลือกพื้นที่ทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อผลักดันหลักการและคุณค่าที่ตนยึดถือให้เกิดขึ้นจริง
พร้อมยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และความยุติธรรมในการทำงานทางการเมืองต่อไป

