HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 10 กรกฎาคม 2567

Business Today Thai Politics 10 กรกฎาคม 2567



กกต.มีมติรับรองผลเลือก สว.ชุดใหม่แล้ว ทั้ง 200 คน พ่วงสำรอง 100 คน

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า วันนี้ที่ 10 ก.ค. 2567 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลการเลือก สว. 2567 โดยรับรองผลผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ทั้ง 200 คน และบัญชีสำรอง 100 คน หลังถกลับตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนประชุมเสร็จ 14.30 น.ทั้งนี้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จะแถลงผลที่ประชุม กกต.มีมติรับรองผลการเลือก สว. 2567 ในเวลา 15.30 น.

- Advertisement -


ก่อนหน้านี้ มีการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาถึงการรับรองผลการเลือก สว.ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จนถึงวันที่ 8-10 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว.เข้ามาจำนวนมาก ทำให้ที่ประชุม กกต.สั่งให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ถูกร้องเรียนให้เรียบร้อยก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนรับรองผลการเลือกตั้งในที่สุด



ศาล รธน. นัดอีก 24 ก.ค. พิจารณาคดี ‘เศรษฐา’

วันที่ 10 ก.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่สำคัญ และเป็นที่สนใจ เรื่องพิจารณาที่ 17/2567 กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่


กรณีนี้ สว. จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลาหกเดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 1 มีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยผู้ถูกร้องที่ 1 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาให้เรียกข้อมูลเพิ่มเติมและรอคำชี้แจง และพยานหลักฐานจากหน่วยงานหรือบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปก่อนหน้านี้ กำหนดนัดพิจารณาคดีต่อไปในวันพุธที่ 24 ก.ค.2567 เวลา 09.30 นาฬิกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ก.ค.67 ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดีคุณสมบัตินายกฯ ของนายเศรษฐานั้น เป็นวันเดียวกับที่นายเศรษฐา นัดแถลงความชัดเจนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตด้วย



“เศรษฐา” เตรียมตรวจราชการเชียงราย 12 – 14 ก.ค.นี้

วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการ ณ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เยี่ยมชมข่วงเรียนรู้เยาวชน วิสาหกิจชุมชน ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบชลประทาน เพื่อการอุปโภคบริโภค ประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัดเชียงราย หารือการแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ และเป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฯ พร้อมติดตามการดำเนินงาน Health Station จังหวัดสระแก้ว


โดยมีนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ ซึ่งกำหนดการในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 10.15 น. นายกรัฐมนตรีพูดคุยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และพบปะประชาชน ณ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง อ.พาน จ.เชียงราย จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังโรงเรียนเทิงวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อเยี่ยมชมข่วงเรียนรู้เยาวชน วิสาหกิจชุมชน พบปะเยาวชน และประชาชนในพื้นที่

สำหรับในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบชลประทาน เพื่อการอุปโภคบริโภค และพบปะประชาชน ณ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แล้วเดินทางต่อไปยังหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อเป็นประธานการประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัดเชียงรายและพบปะประชาชน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมชมอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมชมตลาดนัดถนนคนเดิน นครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีพบปะและหารือการแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ ณ บ้านโป่งป่าแขม อ.แม่จัน จ.เชียงราย จากนั้น นายกรัฐมนตรีรับฟังปัญหาในพื้นที่อำเภอแม่จัน และพบปะประชาชน ณ บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่ จ.เชียงราย นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ แล้วเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 3 ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า เวลาประมาณ 14.25 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมด้วย จากนั้น นายกรัฐมนตรีติดตามการดำเนินงาน Health Station จังหวัดสระแก้ว ณ สถานีสุขภาพบ้านโนน ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 3 ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว กลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 17.20 น. ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม



‘เฉลิม’ จี้เพื่อไทยขับพ้นพรรค หลัง ‘อิ๊ง’ ไม่ปลื้มลูกชายโผล่บ้าน ‘บิ๊กแจ๊ส’

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่มีภาพไปร่วมติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ที่บ้านพักของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า


เรื่องที่เกิดขึ้นทราบว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้งเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แสดงความไม่พอใจนายวันในเรื่องนี้อย่างรุนแรง ถึงขั้นระบุว่าจะต้องหยุดทำงาน นายวันเลยทำหนังสือลาออกเองเลย

“เมื่อหนุ่ม (นายวัน) ลาออกแล้ว ผมจะอยู่ในพรรคเพื่อไทยต่อได้อย่างไร ก็เลยขอให้พรรคขับผมออกจากพรรคตามระเบียบพรรคการเมือง เพื่อจะได้ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมือง 2-3 พรรคติดต่อเข้ามาแล้ว ยืนยันว่าผมตกได้ แต่ผมต่ำไม่ได้”



“เศรษฐา” พอใจนโยบายสวัสดิการประชาชน

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเยียวยา กลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม ทั้งเงินอุดหนุนบุตร เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยผู้พิการ โดยรัฐบาลยังคงหลักเกณฑ์จ่ายเงินเข้าบัญชีทุกวันที่ 10 ของเดือน เริ่มวันแรกพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลวิถีชีวิตประชาชน เพื่อความเท่าเทียมของทุกกลุ่ม เพื่อปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยกรมบัญชีกลางและกระทรวงพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ จะโอนเงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

โครงการเงินอุดหนุนบุตร

  • โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด หรือเงินอุดหนุนบุตร ช่วยเหลือกลุ่มเด็กแรกเกิด-อายุ 6 ขวบ รับเงินอุดหนุนจำนวน 600 บาท สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
    เด็กที่เกิดเดือนกรกฎาคม 2561 จะหมดสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือเยียวยา และเด็กที่เกิดสิงหาคม 2561 จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเป็นก้อนสุดท้าย เนื่องจากมีอายุครบ 6 ขวบตามเงื่อนไข
    ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง ที่สำนักงานเขต ศาลาว่าการเมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล
    โดยต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
    ผู้ปกครองต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครองก่อน เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงินมีผล ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงิน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • เดือนกรกฎาคม 2567 จะจ่ายแบบขั้นบันได ผู้สูงอายุอายุ 60-69 ปี รับเบี้ยยังชีพจำนวน 600 บาท ผู้สูงอายุอายุ 70-79 ปี 700 บาท ผู้สูงอายุอายุ 80-89 ปี 800 บาท และผู้สูงอายุอายุ 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาท

สำหรับเบี้ยผู้พิการตามเกณฑ์อายุ

  • โดยผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 800 บาท และผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รับเบี้ยยังชีพจำนวน 1,000 บาท

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเงินอุดหนุนบุตร เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ‘เงินเด็ก’ หรือ แอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ หรือ ทางบัญชีที่ได้แจ้งไว้ และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินอุดหนุนบุตร ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดกรมกิจการเด็กและเยาวชน โทร 08 2091 7245, 08 2037 9767, 08 3431 3533, 06 5731 3199 และศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News