HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 9 กุมภาพันธ์ 2567

Business Today Thai Politics 9 กุมภาพันธ์ 2567



“เศรษฐา“ เตรียมรับผู้สำเร็จราชการออสเตรเลียเยือนไทย

- Advertisement -

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และนางลินดา เฮอร์ลีย์ ภริยา มีกำหนด เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13 – 17 กุมภาพันธ์ 2567 ตามคำเชิญของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


โดยในระหว่างการเยือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและภริยาเข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งมีกำหนดการพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ ณ ทำเนียบรัฐบาล

การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ของผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และมิตรภาพระหว่างราชอาณาจักรไทยและเครือรัฐออสเตรเลีย ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จนมาถึงรัฐบาล และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยการเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้ ไทยและออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม



“ปานปรีย์” เดินหน้าตั้งจุดมนุษยธรรมชายแดนไทย-เมียนมา

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยเดินหน้าเปิดจุดมนุษยธรรมระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา จากข้อริเริ่มของไทยในการจัดตั้ง ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ (humanitarian corridor) ยกระดับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ที่อาเซียนเห็นพ้องและตอบรับในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อริเริ่มของไทยนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งใน 5 ข้อของฉันทามติอาเซียน และเมียนมาพร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องนี้


โดยในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2567 ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ อ. แม่สอด จ. ตาก เพื่อสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ให้ได้ภายใน 1 เดือน

ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะเป็นพื้นที่เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง หรือยารักษาโรค ผ่านสภากาชาดไทยไปยังสภากาชาดเมียนมา โดยมีพื้นที่ที่ตั้งเป็นศูนย์รับการช่วยเหลือในรัฐกระเหรี่ยง เมียนมา ที่จะถือเป็นจุดแรกที่จะส่งความช่วยเหลือเข้าไป โดยมีศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on Disaster Management : AHA Centre) สภากาชาดไทย และสภากาชาดเมียนมา หรือหน่วยงานกลาง เข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าว จะเริ่มต้นจากด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 อ. แม่สอด จ.ตาก ผ่านด่านแม่สอดเมียวดี สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ไปยังพื้นที่ที่มีผู้ผลัดถิ่น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกับรัฐบาลเมียนมา และได้รับการตอบรับด้วยดี โดยคาดว่าเมื่อทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จะทำให้เกิดการพูดคุย และจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมา จนนำไปสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพได้ต่อไป

รัฐบาลเดินหน้าข้อริเริ่มจัดตั้ง ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ ยกระดับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา มุ่งหวังนำไปสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพ สอดคล้องต่อฉันทามติ 5 ข้อ ที่อาเซียนบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ตามที่ไทยได้เสนอแนวทาง D4D (De-escalating Violence, Delivering Humanitarian Assistance, Discharge of Detainees และ Dialogue)



“อุ๊งอิ๊ง“ ใส่เฝือกอ่อน หลังสกีล้มที่ญี่ปุ่น

ที่บ้านราชวิถี แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ครบ69ปี โดยเป็นที่สังเกตว่า น.ส.แพทองธารเดินด้วยท่าทางกระเผลก


โดยแพทองธาร เปิดเผยว่า ตนใส่เฝือกอ่อนที่ขาขวาอยู่ เพราะเกิดอุบัติเหตุล้มจากการสกีที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่รุนแรง

คุณหมอบอกให้ใส่เฝือกอ่อน4 สัปดาห์ แต่ตนพยายามต่อรองให้เหลือ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ไม่กระทบกับการทำงาน ทำทุกอย่างได้เหมือนเดิม ไม่มีข้อจำกัดเพียงแต่ช้าหน่อย



“เศรษฐา” อวยพรวันเกิด “สุวัจน์” ขอเป็นที่ปรึกษาการเมือง

ที่บ้านราชวิถี วันนี้ (9 ก.พ. 2567) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า โดยเศรษฐา นำแจกันดอกไม้มาอวยพร และนายสุวัจน์ได้มอบเหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ 91 ปี ที่อยู่ในกล่องกำมะหยี่สีฟ้า รุ่นฎีจริงจริง ปี 2557 เป็นของขวัญ โดยเศรษฐา ได้กล่าวอวยพรว่า “ขอให้ท่านสุวัจน์สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นเสาหลักของการเมืองไทยไปอีกนานๆ ถือว่าเราเป็นเจเนอเรชันเดียวกัน แต่ท่านอายุเยอะกว่า ผมอายุน้อยกว่า อย่างไรก็ขอให้เป็นที่ปรึกษาของเราไปเรื่อยๆ


สุวัจน์ กล่าวตอบว่า ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีทำงานเพื่อแก้วิกฤติของประเทศ ซึ่งเศรษฐา ตอบกลับว่า แน่นอน ทำเต็มที่ครับ และนายสุวัจน์ ยังกล่าวอีกว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีขยันอยู่แล้ว ทำเพื่อประเทศ ผมขออนุญาตมอบพระหลวงพ่อคูณรุ่นฎีจริงจริง ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีจริงๆ แก้วิกฤติเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ โดยเหรียญหลวงพ่อคูณที่มอบให้ ได้สร้างในวันเกิดของหลวงพ่อคูณ ในปีสุดท้ายก่อนที่จะละสังขาร

เศรษฐา และนายสุวัจน์ ได้ร่วมรับประทานอาหารพร้อมกับแขกที่มาร่วมงาน อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ จากนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดนายสุวัจน์ และร่วมโต๊ะอาหารดังกล่าว



“ก้าวไกล” ยันไม่ฟ้องศาลรธน.ให้ขวางแจกเงินดิจิทัล

ศิริกัญญา ตันสกุลสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งข้อเสนอแนะ 8 ข้อเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้รัฐบาล ว่า เป็นมติของคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตน่าจะดีที่สุด คาดว่าน่าจะมีการประชุมกันเร็ว ๆ นี้


หลังจากว่างเว้นมาประมาณหนึ่งเดือน และสัปดาห์หน้าเราน่าจะได้ทราบความคืบหน้าอื่นๆ เพิ่มเติม หลังจากชะงักงันกันมานาน ทั้งนี้ ไม่มีใครไม่เห็นด้วยว่าเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ดี แต่จะเข้านิยามของวิกฤตสากลหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกัน แต่ที่แน่ๆ คือเศรษฐกิจไม่ดีเราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ เข้ามาพยุงเศรษฐกิจให้สามารถกระเตื้องขึ้นมาได้
ศิริกัญญา กล่าวว่า แต่การที่เราไปใจจดใจจ่ออยู่กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียวนั้น อาจทำให้โครงการอื่นที่ต้องเกิดขึ้นแล้ว ณ วันนี้ โดยไม่ต้องรอไปถึงเดือนพฤษภาคม หรือไกลกว่านั้นต้องมาแล้ว เพื่อทำให้เศรษฐกิจมันฟื้นขึ้นมาได้ แต่เมื่อต้องมารอดิจิทัลวอลเล็ตจึงทำให้ทุกอย่างต้องดีเลย์ออกไป รวมถึงเสียโอกาสที่จะพยุงให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้เร็วขึ้นได้

เมื่อถามว่า นิยามของคำว่าวิกฤตเศรษฐกิจควรต้องให้จบใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตที่มีองค์ประกอบมาจากทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกฤษฎีกา น่าจะสามารถตกลงกันได้ว่านิยามของวิกฤตเศรษฐกิจคืออะไร และสามารถที่จะบอกได้แล้ว ณ วันนั้นว่าสามารถออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้หรือไม่ และเป็นไปตามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อตามที่กฤษฎีกาได้พูดไว้หรือไม่

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลเดินหน้าก็ดูเหมือนมีคนจ้องจะร้องเรียน มองว่าโครงการนี้น่าจะสะดุดหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเตือนมาตั้งแต่ต้น หากเลือกทางนี้ ทางที่จะลุยไฟด้วยการออก พ.ร.บ.เงินกู้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกร้องแน่นอน

แต่ไว้ใจได้ว่าพรรคก้าวไกลไม่ร้องแน่นอน เพราะเราไม่เห็นด้วยที่องค์กรอิสระจะเข้ามาแทรกแซงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในลักษณะนี้ การจะมาบอกว่าทำได้หรือไม่ได้นั้นก็ไม่ใช่จะใช่หน้าที่ขององค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่สภาที่จะเป็นผู้ตัดสินใจมากกว่าว่าเราจะให้โครงการนี้ผ่านหรือไม่ และแน่นอนว่าหากรัฐบาลใช้เสียงข้างมากก็น่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่ดิฉันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ ที่จะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะรายงานของ ป.ป.ช.ที่น่าจะเป็นสารตั้งต้นสำหรับการเขียนคำร้องได้เป็นอย่างดี

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News