HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 8 พฤษภาคม 2567

Business Today Thai Politics 8 พฤษภาคม 2567



‘กฤษฎา’ ลาออก รมช.คลัง ไม่พอใจแบ่งงานในกระทรวง

- Advertisement -

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว ซึ่งเป็นการลาออกหลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 1/1


โดยรายงานข่าวระบุว่า กฤษฎาน้อยใจหลังมีการแบ่งงานให้กำกับดูแลส่วนราชการเพียงหน่วยงานเดียว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากฤษฎา ดำรงตำแหน่งรมช.คลังในยุคครม. เศรษฐา 1 ทำหน้าที่กำกับดูแลส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐในกำกับกระทรวงการคลัง ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

ส่วนรัฐวิสาหกิจในสังกัด ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม องค์การสุรา การยาสูบแห่งประเทศไทย และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ขณะที่ยุคครม. เศรษฐา 2 รับหน้าที่กำกับดูแล สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลัง ได้แก่ การยาสูบแห่งประเทศไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. เท่านั้น



“เศรษฐา เบรก กฤษฎา ลาออกให้เวลาทบทวน 1 คืน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง โดยยอมรับว่า ได้โทรไปสอบถามนายกฤษฎา และเจ้าตัวบอกว่า ใบลาออกกำลังเดินทางมา จึงขอให้กลับไปคิดก่อนหนึ่งคืน แล้วค่อยว่ากันใหม่


ท่านก็หัวเราะ จึงขอให้คิดดูก่อนคืนหนึ่ง เรื่องนี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ต้องมีการพูดคุยกัน ผมได้บอกว่า หากท่านมีความไม่สบายใจในการแบ่งงาน ก็ยังมีโปรเจ็กต์อีกมากในกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีได้ และทางรัฐมนตรีว่าการคลัง ก็พร้อมจะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ ก็ขอให้ท่านคิดอีกหนึ่งคืนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ทางนายกฤษฎาได้ยื่นลาออก นายกฯ กล่าวว่า “ก็คงเป็นเรื่องการแบ่งงานมั๊ง ผมก็บอกว่า คิดดูก่อนแล้วกัน ผมยังไม่รับ ท่านก็เป็นน้องผม รู้จักมานาน”

เมื่อถามว่า ได้หารือกับ รมว.คลัง หรือไม่ ว่าเกิดปัญหาอะไรกัน นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง โทรหานายกฤษดา แต่ไม่รับสาย ตนจึงโทรหาแทน

เมื่อถามต่อว่านายกฯ จะพิจารณาการแบ่งงานในกระทรวงการคลังใหม่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องให้เกียรติรัฐมนตรี ท่านแบ่งงานไว้ มีงานเพิ่มอีกเยอะ งานบางอย่าง ไม่ได้ระบุไว้ทั้งหมด มีโปรเจ็กต์เยอะไปหมดที่ต้องช่วยกัน และตนเชื่อว่ารมว.คลัง เหลือขอบเขตงานไว้ใช้ และแบ่งให้นายกฤษฎีกา ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่สามารถผลักดันนโยบายต่างๆได้ดี และคงไม่มีปัญหาเพราะการแบ่งงานนั้นมีแพลนอยู่แล้ว คุยกันล่วงหน้าอยู่แล้วว่า ทำไมถึงแบ่งงานอย่างนี้ และทำไมจึงต้องเหลือพื้นที่บางพื้นที่ให้นายกฤษดาได้ทำงาน ในแง่ของโปรเจ็กต์ที่มีอยู่อีกจำนวนมาก ที่สามารถทำได้



นายกฯ ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ลั่นจัดการผู้ค้าเด็ดขาด

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้


นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน ซึ่งคนติดยาเหล่านี้ก็หยุดยาเองทำให้การบำบัดไม่สำเร็จ และทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในวงจรยาเสพติดอีกครั้ง วันนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ยาเสพติดหมดไป โดยจัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการปราบปราม แม้เราจะปราบปรามทำงานอย่างหนัก แต่เหมือนว่าปริมาณยาเสพติดยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่เรายังไม่สามารถจัดการรายใหญ่ รายย่อยได้ดีพอ ตนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่รายย่อย

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า

ส่วนเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี



‘สุพัฒนพงษ์’ ทิ้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือลาออกสมาชิกพรรค

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ


โดยหนังสือระบุว่า ด้วยข้าพเจ้า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ มีภารกิจส่วนตัวหลายประการ ข้าพเจ้าจึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และตำแหน่งอื่นๆ ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.67 เป็นต้นไป



“ภูมิธรรม” ฉะอย่าดราม่าข้าว 10 ปี แนะเอาสติมาคุยกัน

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดราม่า กรณีนำข้าวในโกดังจำนำข้าว ที่เก็บไว้10ปีมาหุงรับประทาน โดยมีการซาวข้าวถึง 15 น้ำ ว่า อย่าไปสนใจรายละเอียดแบบนี้เลย เพราะข้าวแต่ละถุงมีความแตกต่างกัน มีฝุ่นมากฝุ่นน้อย จะซาวกี่ครั้งก็ซาวเถอะ ซาวให้สะอาด ซึ่งวันนั้นเราซาวกันแค่ 5 ครั้ง ส่วนใครจะซาว 10 หรือ 15 ครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับความในใจของตัวเอง นี่ไม่ใช่ประเด็น อย่าเบี่ยงประเด็นไปอย่างอื่น สิ่งที่ตนทำวันนี้ เพราะเป็นผู้ดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้าว


ซึ่งมีเจ้าของโกดังทำเรื่องมาขอร้องว่าจะเอาอย่างไรก็เอาสักที ข้าวอยู่ตรงนี้มา 10 ปีแล้ว และโกดังถูกปิดตายด้วยกุญแจ จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือ หรือจะมาตรวจและจัดการ จะเป็นข้าวเน่า ข้าวดี ก็ไปจัดการให้มันจบ ปิดเรื่องนี้ไปเลย ตนจึงไปตรวจดูและชิมข้าวแล้ว และมาบอกได้ว่าข้าวไม่เน่า

ส่วนที่มีคนออกมาบอกว่าข้าวเก็บไว้แค่ 1-2 ปีก็เน่าแล้วนั้น ยืนยันว่าข้าวเน่าหรือไม่เน่า จริงๆ อยู่ที่การเก็บรักษา เราทดลองให้สื่อมวลชนเข้าไปดูด้วย อยากจะเจาะตรงไหนก็เจาะ และข้างบนเราสามารถเจาะจากตรงกลางที่ส่วนใหญ่ชอบซ่อนข้าวที่ไม่ดีไว้ เราเจาะลงไป 15 ชั้น นำโดรนขึ้นไปบินและถ่ายออกมาให้ดู ทุกอย่างทำโปร่งใส ดังนั้น จึงไม่อยากให้นำจินตนาการมาชี้นำความจริง วันนี้เราเอาความจริงมาพูดและแก้ปัญหา

ความจริงตนไม่ต้องทำอะไร ปล่อยไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ แต่เมื่อมีคนร้องมาเราก็เข้าไปดู วันนี้เราพิสูจน์ทางกายภาพ พิสูจน์เบื้องต้น พบว่าเม็ดข้าวไม่มีแตก ยอมรับว่าเหลือง เป็นเรื่องธรรมดาของข้าวหลายปี แต่กระบวนการสามารถสีให้ขาวได้ ส่วนเรื่องยาอบข้าว จริงๆ การรมข้าว เขาก็ให้ 14 วัน ก็สามารถที่จะเข้าไปได้ กลิ่นต่างๆ ก็ออกไป ว่าตามธรรมชาติ ตามเทคนิค เอาหมอมาคุย อย่าไปนั่งพูดแล้ววิจารณ์ทำให้ของอยู่กับที่อย่างนี้ ปัญหาไม่ได้แก้ ไม่มีประโยชน์ ทำได้ทั้งนั้น สารที่น่ากลัว เช่น เรื่องรา ได้ดูแล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหา คนจะมาซื้อก็ต้องตรวจอีกที วันนี้นำไปขายได้ ไม่ต้องกลัว ตนไม่ได้นำเรื่องนี้ไปทำลายชื่อเสียงประเทศ อย่าดราม่ามาก

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News