HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 8 มีนาคม 2567

Business Today Thai Politics 8 มีนาคม 2567



“เศรษฐา” ปลื้มราคายางแตะ 80 บาทต่อกิโลกรัม

- Advertisement -

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเริ่มภารกิจแรกที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดย นายกฯ กล่าวถึงราคายางที่สูงขึ้นทะลุกิโลกรัมละ 80 บาท(ราคาส่งออก)เป็นราคาที่สูงที่สุดในช่วงเวลา 41 เดือนที่ผ่านมา โดยนายกฯ กล่าวว่ายางพาราในไทยมีทั้งสิ้นกว่า 25 ล้านไร่ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักอีกหนึ่งชนิด ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศตั้งแต่ช่วงแรกของการเข้ามารับตำแหน่งว่าจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 3 เท่าในช่วงเวลา 4 ปี โดยนายกฯ เชื่อว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่ราคายางสูงที่สุด


โดยนายกฯ ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพบก กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร ตำรวจที่ช่วยกันสกัดกั้น ดูแลยางพาราไม่ให้ข้ามแดนเข้ามา โดยในระหว่างการประชุมที่ออสเตรเลีย นายกฯ ได้พบกับนายกฯ มาเลเซีย ทราบว่า มาเลเซียนำเข้ายางพารากว่า 80% เพื่อบริษัททำถุงมือยาง นายกฯ จึงได้สั่งการคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้พร้อมจัดหาซัพพลายยางพาราแก่มาเลเซียโดยตรง

ต่อประเด็นฝุ่น PM2.5 นายกฯ กำชับติดตามฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะลงพื้นที่เชียงใหม่ 15-16 มีนาคม 2567 สั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ทั้งนี้ พบว่า heatmap เกิดจากหลายประเทศ โดยนายกฯ ได้สั่งการ รมช.กต. เจรจาพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านตั้ง Special Task Force ส่วนด้านสุขภาพ ขอบคุณหมอชลน่าน รมว.สธ. ดำเนินมาตรการกระตุ้นป้องกันควบคู่แจกอุปกรณ์หน้ากาก

โดยในวันนี้ (8 มีนาคม 2567) นายกฯ มีกำหนดการหารือภาคเอกชนสำคัญของฝรั่งเศส กว่า 10 ราย พร้อมส่งข้อความสำคัญถึงภาคเอกชนฝรั่งเศส ประเทศไทยเปิดแล้วพร้อมรับการลงทุนต่างชาติ รัฐบาลไทยพร้อมพูดคุยร่วมกัน เพื่อดูแล Ease of doing business, Infrastructure development, มาตรการภาษี ให้แก่เอกชนที่สนใจลงทุนในไทย



“เศรษฐา” หนุนบทบาทสตรี พร้อมดันนโยบายก้าวข้ามอคติทางเพศ

วันนี้ (8มี.ค.) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวันสตรีสากล มีเนื้อหาดังนี้ “เสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ขจัดความยากจน สู่ความเท่าเทียมระหว่างเพศ บนพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น”


เนื่องในวันสตรีสากลผมขอแสดงความเคารพต่อประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงที่เริ่มต้นจากการเรียกร้องค่าแรงและชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม มาสู่การเรียกร้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง จนมาถึงการเรียกร้องสิทธิในเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เช่น สิทธิเหนือร่างกาย สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ ไปถึงสิทธิในเรื่องการใช้คำนำหน้าชื่อ

สิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน ผมอยากให้เราก้าวข้ามและร่วมกันขจัดอคติทางเพศ มองเห็นทุกคนในฐานะมนุษย์มากกว่ามองเห็นความเป็นผู้หญิงหรือความเป็นผู้ชาย ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผมจะพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันทุกมาตรการ และนโยบายเพื่อขจัดอคติทางเพศ ทั้งในมิติกฎหมายและมิติวัฒนธรรม

เพราะนี่คืออุปสรรคของผู้หญิงและเด็กหญิงในการเข้าถึงโอกาสทั้งในเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ ไปจนถึงการปกป้องตัวเองจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจอันเกิดจากคติของสังคมชายเป็นใหญ่ เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม
ก้าวข้ามอคติทางเพศ เดินไปสู่สังคมที่เคารพในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน บนฐานของครอบครัวที่อบอุ่น
ร่วมกัน empower ผู้หญิงและเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงด้วยกัน



“ชาดา” ติดตามความพร้อมเปิดจุดผ่านแดนเขาพระวิหาร

ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและ โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ


โดยพื้นที่สำคัญที่กระทรวงมหาดไทย กำลังผลักดันคือจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งพื้นที่นี้เคยเปิดเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสขึ้นชมปราสาทเขาพระวิหารได้ แต่ได้ปิดทำการมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 51 เนื่องจากความไม่สงบในพื้นที่

โดยผ่านมา อนุทิน ได้รับฟังข้อคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการผลักดันการเปิดจุดผ่อนปรนฯ และมีข้อสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ได้เตรียมการ ให้เกิดความพร้อมในกรณีทีระดับนโยบายของไทยและกัมพูชา สามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหารอีกครั้ง

รมว.มหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการผลักดันการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงเตรียมการรองรับกรณีที่การเจรจาบรรลุผล ซึ่งล่าสุดในโอกาสการลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษในวันที่ 8 มี.ค. 67 ท่าน อนุทิน ก็ได้มอบหมายให้ ท่าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย หารือกับหน่วยงานในพื้นที่ในเรื่องนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าหน้าในมิติต่างๆ ให้มีความพร้อมในทุกด้าน

ในวันที่ 8 มี.ค. 67 อนุทิน พร้อมคณะซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีจากกระทรวงในการกำกับจะลงพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในส่วนของนายชาดา จะลงพื้นที่ อ.ขุนหาญ และ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร ในโอกาสนี้นายชาดา จะมีการประชุมติดตามกับหน่วยงานในพื้นที่ตามข้อสั่งการ ของ รมว.มหาดไทยด้วย



“สมศักดิ์” เข้าใจ “ทักษิณ” อยากกลับเชียงใหม่ ไหว้บรรพบุรุษ

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปจ.เชียงใหม่ ว่าในขณะพักโทษถ้าไม่นอนที่บ้านที่แจ้งไว้กับกรมคุมประพฤติก็ต้องขออนุญาตว่าจะเดินทางไปที่ไหน อย่างไร ระยะเวลาเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ออกนอกประเทศก็สามารถขออนุญาตได้ ถ้ากรมคุมประพฤติอนุญาตก็เดินทางไปได้ ซึ่งจะต้องมีการประสานกัน หากร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ก็ต้องมีหมอหรือพยาบาลคอยดูแล


เมื่อถามว่าการเดินทางต้องมีการกำหนดเวลาให้ชัดด้วยใช่หรือไม่ว่าไปกี่วัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องกำหนด ต้องมีรายละเอียดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทางกรมคุมประพฤติจะมีหน้าที่ดู ถ้าเห็นว่าเหมาะสมก็อนุญาตไป

เมื่อถามว่า การเดินทางของนายทักษิณ หากมีประชาชนไปพบหรือมีผู้สื่อข่าวไปดักรอ สามารถทำได้หรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวว่า ได้ ถ้าเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติเขียนไว้อย่างไร เราก็สามารถทำได้

เมื่อถามว่า นายทักษิณ สามารถให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติเขียนไว้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามกรณีนายทักษิณ ไม่ได้มีความแตกต่างจากนักโทษคนอื่น ซึ่งอาจเป็นเพราะนักโทษคนอื่นไม่ได้มีสื่อตามเหมือนกับนายทักษิณ ก็ถือเป็นกรณีศึกษาอย่างดีสำหรับญาติพี่น้องของผู้ต้องขังอื่นๆ ที่จะได้เรียนรู้ กฎ ระเบียบ ของกรมราชทัณฑ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเดินทางไปเชียงใหม่ของนายทักษิณ ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง และมีนัยสำคัญอย่างไรกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่ใครจะคิด แต่นายทักษิณ ไม่ได้อยู่ประเทศไทยถึง 17 ปี ก็เป็นธรรมดาที่จะคิดถึงบ้าน คิดถึงญาติพี่น้อง และก็มีคนที่คิดถึงนายทักษิณด้วยเช่นกัน และนายทักษิณ ก็ต้องการไปไหว้อัฐิบรรพบุรุษก็เท่านั้น

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีผู้เห็นต่างหยิบยกกรณีนี้มาโจมตี เพราะมีความเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลด้วย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็ตอบคำถามได้ คงไม่เป็นไร ไม่น่าเป็นห่วงอะไร เมื่อถามว่า สส.พรรคเพื่อไทยจะใช้โอกาสนี้เดินทางไปเชียงใหม่เพื่อเข้าพบนายทักษิณ ด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีนัดหมายอะไร ส่วนตัวตนก็ยังไม่ได้พบนายทักษิณ อยากไปพบอยู่ แต่ท่านยังไม่ให้พบ และที่เชียงใหม่ก็คงไม่มีโอกาสได้พบ

สำหรับการเตรียมการของหน่วยงานในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรองรับการเปิดจุดผ่อนปรนฯ ตามนโยบายของ รมว.มหาดไทย ได้ดำเนินมาโดยต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 66 นายอำเภอกันทรลักษ์ได้เป็นประธานการประชุมเตรียมการ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลไทย กัมพูชา ดำเนินการให้มีการเปิดจุดผ่อนปรน เพื่อการท่องเที่ยวบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 66 รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับ อ.กันทรลักษ์ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และอุทยานแห่งชาติพระวิหาร มีการประชุมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเปิดผ่านจุดผ่อนปรนฯ ซึ่งในส่วนของจังหวัดศรีสะเกษได้ระบุถึงความพร้อมของหน่วยงานและบุคลากรในพื้นที่ สำหรับการบริหารจัดการเมื่อมีการเปิดจุดผ่อนปรนฯ และ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 67 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ข้อมูลการศึกษาการเปิดทางขึ้นชมปราสาทพระวิหารด้วย



รวมไทยสร้างชาติ ดักคอฝ่ายค้านเปิดอภิปรายทั่วไป อย่าดราม่ากลางสภาฯ

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของพรรคฝ่ายค้าน น่าจะยื่นเข้ามาวันที่ 3-4 เมษายน 2567 ที่จะถึงนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ถ้าเป็นตามนี้ น่าจะใช้เวลาอภิปรายเพียงแค่ 2 วัน น่าจะเพียงพอ เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ 6 เดือน และยังไม่สามารถใช้งบประมาณปี 2567 เลย เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ในวาระ 2-3


ถือเป็นโอกาสดี ฝ่ายค้านจะได้ใช้เวทีของสภาฯ ชี้แนะและสอบถามการทำงานของรัฐบาล ทั้งการบริหารจัดการงบประมาณ และการบริหารประเทศ สิ่งสำคัญขอร้องให้ฝ่ายค้านนำเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์จริงๆ มาอภิปราย ไม่ต้องมาดราม่ากลางสภาฯ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ ชี้แนะได้แนะนำรัฐบาลได้ ในมุมมองของฝ่ายค้าน แต่ต้องไม่ดราม่า ถึงจะเกิดประโยชน์กับประชาชน

เมื่อถามว่า ในส่วนของ รัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติอาจถูกอภิปรายด้วยกังวลหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เนื่องจากการทำงานของรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ ทุกท่านได้ทำงานอย่างเต็มที่และมีผลงาน อีกทั้งรัฐมนตรีทุกท่านของพรรค พร้อมที่จะชี้แจงหากมีการอภิปรายพาดพิงถึงกระทรวงที่รับผิดชอบ และจะได้ถือโอกาสชี้แจงผลงานที่ทำมาในช่วงเวลา 6 เดือนด้วย

เมื่อถามว่า กระทรวงพลังงานอาจจะตกเป็นเป้าหมายในการอภิปรายของฝ่ายค้านด้วย โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วง รัฐมนตรีของพรรคทำงานอย่างเต็มที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สังคมก็รับรู้อยู่แล้ว มั่นใจว่าจะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านในสภาฯได้อย่างแน่นอน เพราะการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายทั่วไป จึงจำเป็นต้องซักถามถึงข้อสงสัยต่างๆ ที่ ยังไม่เข้าใจ

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News