HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 5 กรกฎาคม 2567

Business Today Thai Politics 5 กรกฎาคม 2567



นายกฯ กำชับ BYD ส่งเสริมผู้ผลิต คุ้มครองผู้บริโภคไทย

- Advertisement -

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ หวัง ชวนฟู (Mr. Wang Chuanfu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีวายดี จำกัด (BYD) โดยภายหลังการหารือ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้


นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่บริษัทฯ เห็นศักยภาพ เลือกลงทุนในประเทศไทยซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ และได้กล่าวถึง 3 ประเด็นหลักในการหารือครั้งนี้ 1. ขอให้บริษัทคำนึงถึงผู้ผลิต ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ ใช้ Supply Chain ในประเทศไทยมากที่สุด 2. ขอให้บริษัทผลิตเต็มจำนวน Capacity ตามที่ได้ตกลงกันไว้ 3. การบริหารความคาดหวังของผู้บริโภคในด้านราคาเป็นประเด็นสำคัญ ขอให้พิจารณาการคุ้มครองผู้บริโภคไทย อย่างเหมาะสม

นายหวัง ชวนฟู กล่าวว่า ขอบคุณคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่ง โดยบริษัท BYD ให้ความสำคัญกับตลาดไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยทางบริษัทฯ ได้ใช้ Supply Chain จากประเทศไทยมากกว่าข้อบังคับ และมีการผลิตชิ้นส่วนหลายตัวในประเทศไทย และนำการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่มาผลิตในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ความสามารถในการผลิตของโรงงาน BYD ในประเทศไทยคือ 1.5 แสนคันต่อปี โดยจะใช้เวลา 2 ปีเพื่อผลิตอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ นอกจากขายในประเทศไทย บริษัทฯมีนโยบายที่จะส่งออกขายในภูมิภาคอาเซียน อินโดนีเซีย และเวียดนามด้วย

ในส่วนของการกำหนดราคารถยนต์นั้น บริษัทฯ รับปากนายกรัฐมนตรีว่าจะพิจารณาตามที่นายกรัฐมนตรีแนะนำ คือปรับราคาในอนาคตให้มีรูปแบบและความถี่ที่เหมาะสม ให้ตลาดปรับตัวได้ทัน รวมทั้ง สัญญาที่จะหามาตรการในการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

โดยในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีว่าประเทศไทยมีศักยภาพ และเป็นตลาดที่พร้อมเติบโต จึงพร้อมขยายการลงทุน รับพนักงานเพิ่ม และพร้อมอบรบพนักงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย โดยขอเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางไปที่บริษัทฯ ในช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีเห็นเหมาะสม



“เศรษฐา” สั่งจัดการขบวนการขายบัตรทำเนียบฯ แอบอ้างเป็นคณะทำงาน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้แอบอ้างหาประโยชน์จากการออกบัตรประจำตัวคณะทำงานหรือผู้ติดตามของรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้าเกิดว่ายิ่งสาวยิ่งเจอก็แสดงว่าเป็นปัญหาใหญ่ ก็จัดการให้มันถูกต้อง


นายกฯ กล่าวว่า เวลาตนจะลงพื้นที่ก็พยายามบอกให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับหน้างานจริงๆ ไป เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เสียโอกาส เช่น อธิบดีต่างๆ เสียโอกาสที่จะต้องไปบริหารงาน อันนี้เห็นด้วยอยู่แล้ว ไปเพราะความจำเป็นดีกว่า

ส่วนการออกบัตรจะต้องมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้นหรือไม่นั้น ต้องไปดูก่อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไร แล้วไปหาทางแก้อีกที การออกบัตรโดยเข้มข้นขึ้นก็อาจเป็นหนึ่งในวิธี กำหนดโทษก็เป็นอีกวิธีเหมือนกัน



โฆษกรัฐบาลเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกรับดิจิทัลวอลเล็ต

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงมิจฉาชีพแอบอ้างส่งรูปนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความเช็คสิทธิเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท ส่งไปทาง SMS หากประชาชนได้รับข้อความดังกล่าวพร้อมรูปนายกรัฐมนตรี อย่ากดลิงก์เข้าไปดูโดยเด็ดขาด หากกดเข้าไประบบจะถูกล็อค มิจฉาชีพจะดูดเงินในบัญชีธนาคาร ทำให้สูญเสียเงินทั้งบัญชี


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเตือนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากข้อมูลล่าสุดพบว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีการแพร่ระบาดข้อความเช็คสิทธิเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมรูปนายกรัฐมนตรีผ่านทาง SMS ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อกดลิงก์เข้าไปดู ปรากฏภายหลังว่าเงินในบัญชีถูกดูดจนหมดบัญชี

“นายกฯ รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวและแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากมีการเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Digital Wallet จะมีการประกาศแจ้งผ่านหน่วยงานภาครัฐ โดยจะเปิดให้ยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ และช่องทางที่กำหนด ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอย่างทั่วถึง หากปรากฏข้อความอื่น ๆ แสดงว่าเป็นข่าวปลอม ยืนยันว่าเงินดิจิทัลไม่มีลิงก์ให้ลงทะเบียน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำ



นายกฯ เตรียมพบหารือผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของอียิปต์

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการหารือกับศาสตราจารย์ ดร. อะห์เมด มุฮัมมัด อะห์เมด อัล-ฏอยยิบ (Professor Dr. Ahmed Mohamed Ahmed El-Tayeb) ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 5-8 กรกฎาคม 2567


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการเดินทางเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปีนี้ รวมทั้งมีกำหนดการพบปะกับจุฬาราชมนตรี และประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ทั้งนี้ ไทยและอียิปต์เป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ราบรื่นและมีพัฒนาการของความร่วมมือมานับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2497 โดยสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์เป็นประเทศในกลุ่มประเทศอาหรับประเทศแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย โดยทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะในสาขาความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม การค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา รวมทั้งความร่วมมือในกรอบพหุภาคี



“พรเพชร” นัดประชุม สว. 8 ก.ค. ศึกษาการเลือก สว. 67

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา ว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (5 ก.ค.) นายพรเพชร ฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้เรียกประชุมวิปวุฒิสภา เพื่อหารือถึงการนัดประชุม ในวันที่ 8 ก.ค. นี้ เนืองจากมองว่าขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มีกำหนดการประกาศรับรอง สว.ชุดใหม่ อีกทั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2567 จึงถือว่า สว.ปัจจุบันยังต้องปฏิบัติหน้าที่


ทั้งนี้ในการหารือได้แจ้งถึงการกำหนดวาระการประชุมวุฒิสภา โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ พิจารณาญัตติของ นายสมชาย แสวงการ สว. และคณะ ที่เสนอให้วุฒิสภา ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาถึงการเลือกกันเองของสว. ชุดใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 107

สมชาย ให้สัมภาษณณ์ว่า การเสนอญัตติดังกล่าวเป็นการถอดบทเรียนการเลือกสว. เหมือนกับการเลือกสว. ปี2562 ที่มีการศึกษาและถอดบทเรียนการเลือกเพื่อใช้เป็นข้อศึกษาในโอกาสต่อไป ทั้งในประเด็นการเลือกกันเอง การจัดเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม อย่างไรก็ดีในการศึกษาเตรียมเชิญนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการเขียนรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกมาร่วมศึกษา ส่วนจะสามารถทำหน้าที่หรือศึกษาได้จำนวนเท่าไร หรือกี่วัน ก็ให้เป็นไปตามนั้น ทั้งนี้การเสนอญัตติดังกล่าวเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในขณะที่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News