HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 5 มิถุนายน 2567

Business Today Thai Politics 5 มิถุนายน 2567



นายกฯลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ 7 – 9 มิ.ย.

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567 เดินหน้าติดตามงานตามนโยบายรัฐบาล พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ผลักดันเมืองน่าเที่ยวเขตภาคเหนือ “เมืองล้านนาน่าเที่ยว” หารือแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน)

- Advertisement -


มุ่งนำศักยภาพที่โดดเด่นของพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ให้นานและมากขึ้น รวมทั้งติดตามปัญหาคุณภาพน้ำไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค ตลอดจนตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีภารกิจตามกำหนดการ ดังนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 13.30 น. นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานของโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการคลองสวยน้ำใส คนไทยมีสุข ณ สวนสาธารณะสิริสุขนันทน์ เทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดงาน “เปิดเมืองน่าเที่ยว” และเยี่ยมชมบูธ ณ ตลาดจริงใจมาร์เก็ต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน) ณ ห้องประชุมตลาดจริงใจมาร์เก็ต จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อสักการะพระธาตุหริภุญชัย พร้อมพบปะชุมชนทำโคมลำพูน (ผู้ผลิตโคมบูชาส่งให้วัดเพื่อพุทธศาสนิกชนได้บูชาช่วงเทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน) และพบปะกลุ่มคนถีบสามล้อลำพูน

เยี่ยมชมพื้นที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เสร็จแล้วจะเดินทางไปเยี่ยมชมร้านกาแฟเผ่าอาข่า ณ ร้าน Aq Bur old town คาเฟ่ย่านเมืองเก่าลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์การทอผ้าไหมลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อเยี่ยมชมขั้นตอนเลี้ยงหม่อนไหม “เศรษฐกิจพอเพียง” และการสาธิตการทอผ้าไหมยกดอก การทำผ้ามัดย้อมผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ พร้อมชิมอาหารถิ่น Signature เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังเตาชวนหลง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อชมโรงงานผลิตเซรามิค และผลงานจิตรกรรมบนจานกระเบื้อง เครื่องปั้นดินเผา กิจกรรม Workshop วาดหรือปั้นเซรามิค ต่อจากนั้น จะไปเยี่ยมชมตัวอย่างเจ้าของกิจการผลิตเครื่องปั้นดินเผาประยุกต์และพักผ่อนอิริยาบถ ณ สวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีจะพบปะประชาชน และรับฟังปัญหาคุณภาพน้ำไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค ณ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมโรงพยาบาลช้าง ชมการสาธิตการทำสมุนไพรบำรุงกำลังช้าง และชมการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์จากมูลช้าง ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง จากนั้น เดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เพื่อสักการะพระธาตุลำปางหลวง และชมเงาพระธาตุกลับหัว (Unseen in Thailand) เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังร้านข้าวแต๋นทวีพรรณ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เพื่อชมการสาธิตขั้นตอนการทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม และชมผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋นน้ำแตงโมในบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ (ข้าวแต๋นนวัตกรรมส่งออก) ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังร้านครัวเนื้อหอม อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อชมการสาธิตการทำกะเพราเนื้อ (แชมป์ World Kaphrao Thailand Grand Prix 2023) ก่อนเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนของหมู่บ้านแจ้ซ้อน โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางจากท่าอากาศยานลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง กลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 17.00 น. ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม



‘สุริยะ’ ลั่น ปลด ‘อธิบดีทางหลวง’ แน่ ถ้าเก็บส่วยจริง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภษณ์ถึงกรณีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย ระบุถึงผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงคมนาคม เรียกเก็บส่วยจากผู้รับเหมามูลค่าเกือบ1พันล้านว่า ตนขอแจ้งให้ทราบว่า นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ่งสำคัญที่สุดของนายเศรษฐา ให้ไว้คือว่า รัฐมนตรีจะต้องไม่มีการทุจริตลงถึงข้าราชการทั้งหมด เรื่องนี้ท่านยอมรับไม่ได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง มีจุดยืนแน่นอน ถ้ารัฐมนตรีคนไหน มีพฤติกรรมทุจริตต้องถูกปลด


สำหรับข่าวที่นายฐากร ให้มาตนขอยืนยัน ตนเปิดกว้างที่จะรับฟังข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะประชาชนหรือฝ่ายค้าน ให้ข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ ตนจะมารับฟัง และตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ที่ขอตั้ง2ข้อสังเกตกรณีนายฐากร เคยบอกว่าอยู่ที่สำนักงบประมาณ มา10กว่าปี แล้วดูแลในส่วนของกระทรวงคมนาคมด้วย สมัยนั้นมีการเก็บ 6% + 6% เป็น12% ในสมัยนั้น ท่านมัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ลงมาแฉ มาแชฉตอนนี้แปลว่าอะไร ตนก็ไม่เข้าใจ

ส่วนที่2 นายฐากรบอกว่า ผู้อำนวยการสำนักทางหลวง และผู้อำนวยการเขตทางหลวง ออกมาบอกว่ามีสองคน ถ้าท่านดูแลเรื่องกระทรวงคมนาคมอยู่ ก็น่าจะรู้ว่าตำแหน่งนั้นเป็นคนเดียวกัน ข้อมูลพวกนี้เหมือนพยายามจินตนาการขึ้นมาก็เลย ให้ข้อเท็จจริงที่มันไม่ตรงข้อเท็จจริง
สำหรับประเด็นที่มีคนไปร้องเรียน มีผู้อำนวยการสำนัก ไปร้องกับพรรคไทยสร้างไทย ตนก็อยากช่วยพาผู้อำนวยการสำนักคนนั้น มาหาตนที่กระทรวงเลย แล้วที่มีการระบุว่ามีการเรียกร้องเงินให้นำไปส่งอธิบดี ถ้ามีตรงนั้นพามา

“ผมจะปลดอธิบดีกรมทางหลวงทันที ผมคิดว่าเรื่องนี้ชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายมา ผมเองก็ได้สั่งกำชับลงไป ตั้งแต่ปลัดลงไปถึงอธิบดี คอยช่วยผมสอดส่อง ดูแลในเรื่องของพฤติกรรมทุจริต ซึ่งรัฐบาลนี้รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานภายใต้สังกัดผม ผมคงคุมทุกคน100%ไม่ได้ แต่ถ้ามีพฤติกรรมที่ส่งมาแล้วมีข้อมูลชัดเจน ผมคงไม่ปล่อยไว้ ต้องมีการดำเนินการ”



ศาล รธน.นัด 12 มิ.ย. ถกคดียุบ ‘ก้าวไกล’ เตือนอย่าแสดงความเห็นชี้นำกระทบศาล

วันที่ 5 มิ.ย.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีที่น่าสนใจของประชาชน เรื่องพิจารณาที่ 10/2567 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ “กกต.” (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า พรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 – มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)


ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 – มาตรา 92 วรรคสองและมาตรา 94 วรรคสอง

ผู้ถูกร้องยื่นคำร้อง ขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา สามครั้งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทั้งสามครั้ง ครั้งละ 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 2 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน ส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ทราบ และกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 12 มิถุนายน 2567

อนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย คู่กรณีไม่สมควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่เป็นการชี้นำสังคมอันอาจกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล



‘ก้าวไกล’ แถลงแนวทางสู้คดียุบพรรค 9 มิ.ย.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญเตือนไม่ให้แสดงความชี้นำสังคมในคดียุบพรรค กรณีกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าจะแถลงเปิดเผยแนวทางทางการต่อสู้คดี ในวันที่ 9 มิ.ย. อยู่หรือไม่ ว่า ยืนยันว่าจะยังจะแถลงในวันดังกล่าว


เรายืนยันกับพี่น้องประชาชนและศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการแถลงของเราในวันนั้นไม่ได้เป็นการกดดันศาล หรือชี้นำความคิดอะไร เป็นเพียงแค่การยืนยันและอธิบายกับพี่น้องประชาชน ที่อาจจะมีคำถามถึงแนวทางการต่อสู้คดีของพรรค รวมถึงเอกสารที่เราใช้ประกอบการแถลงก็ไม่ได้เป็นเอกสารลับอะไร แต่เป็นเอกสารที่เรายื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

“ยืนยันว่าเดินหน้าต่อและอยากให้ความสบายใจกับพี่น้องประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญว่าเราไม่ได้วัตถุประสงค์ในการจะไปกดดันหรือชี้นำสังคมในทางใดทางหนึ่ง”

เมื่อถามถึงรูปแบบในการต่อสู้คดีเป็นอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนจะได้รู้พร้อมกันในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีการแถลงว่าจะมีการนัดพิจารณาคดีดังกล่าวในวันที่ 12 มิ.ย.นั้น ไม่ได้เป็นการอ่านคำวินิจฉัยในวันดังกล่าวเลย เป็นเพียงการนัดประชุมเพื่อถกกันว่า

แนวทางในการวินิจฉัยคดีจะเป็นเช่นไร ดังนั้นในวันที่ 12 มิ.ย. เราจะเห็นถึงความชัดเจนมากขึ้นถึงขั้นตอนและกรอบเวลา อย่างที่พรรคก้าวไกลเคยศึกษาไว้ ว่าเราอยากจะเห็นกระบวนการและวิธีไต่สวนข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม วันที่ 12 มิ.ย. ก็จะเห็นคำตอบและแนวทางที่ชัดเจนของศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้นว่าตกลงจะมีแนวทางไต่สวนหรือไม่อย่างไร กรอบระยะเวลาจะเป็นเช่นไร



“กกต.” ประกาศวันเลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ 29 มิ.ย.นี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศกำหนด สถานที่ เลือก สว. ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศแล้ว โดยในส่วนของการเลือกสว.ระดับเขตพื้นที่ กทม. กำหนดเลือกวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งแต่ละเขตมีการประกาศสถานที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ส่วนการเลือกระดับจังหวัดของ กทม.วันที่ 16 มิ.ย. ประกาศใช้โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เป็นสถานที่เลือก


ขณะที่ภาพรวมระดับประเทศ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ลงนามในประกาศผู้อำนวยการเลือกระดับประเทศ เรื่อง กำหนดสถานที่เลือก ระบุว่า ตามที่ กกต.ประกาศให้วันที่ 26 มิ.ย. 2567 เป็นวันเลือก สว.ระดับประเทศนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 (1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ประกอบข้อ 147 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือก สว. 2567 จึงกำหนดให้ อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม อาคาร 4 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นสถานที่เลือก สว.ระดับประเทศ ประกาศ ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2567

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News