HomePoliticsสภานโยบายการอุดมศึกษาฯ ไฟเขียวกรอบงบฯ ปี 65 1.17 แสนล้าน

สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ ไฟเขียวกรอบงบฯ ปี 65 1.17 แสนล้าน

สภานโยบายการอุดมศึกษาฯไฟเขียวกรอบงบฯปี 65 1.17 แสนล้าน ใช้ขับเคลื่อนการวิจัยนวัตกรรมประเทศ เน้นซีบีจี ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาโควิด พร้อมตั้งกองทุนพัฒนาอุดมศึกษาวงเงิน 8,800 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรป้อนอุตฯเป้าหมาย

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังการประชุม สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติที่มีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้ (4ก.พ.) ว่าที่ประชุมฯ เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณประจำปีด้านการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวนวงเงินทั้งสิ้น 117,880 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นงบประมาณขับเคลื่อนการอุดมศึกษาและวิจัยของประเทศประกอบไปด้วย งบประมาณในด้านต่างๆได้แก่

1.งบบุคลากร จำนวน 70,427 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของงบประมาณ 2.งบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่น จำนวน 38,653 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของงบประมาณ และ 3.งบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา และการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ จำนวน 8,800 ล้านบาท คิดเป็น 7 % ของงบประมาณ โดยงบประมาณในส่วนนี้จะเสนอเข้าสู่การอนุมัติของคณะรัฐมนตรีต่อไป

- Advertisement -

นอกจากนั้นที่ประชุมฯยังเห็นชอบการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาวงเงิน 8,800 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการขอสนับสนุนงบประมาณและอีกส่วนมาจากการขอใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษา โดยกองทุนดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะผลิตบัณฑิตและกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูงเพียงพอต่อความต้องการของภาคส่วนต่างๆ ในการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจสาขาใหม่ๆ และพัฒนาสังคมและชุมชนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เกิดการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสนับสนุนการวิจัยและสร้างนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการของประเทศ พัฒนาและยกระดับมาตรฐานของการอุดมศึกษา สถาบันอุดมศึกษา โดยเชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับนักวิชาการ สถาบันวิชาการและองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อ่าน : เร่งชง ม.33 เรารักกัน เข้า ครม. จ่ายคนละ 4,000 บาท ผ่านแอปฯเป๋าตัง

รวมถึงการตั้งเป้าให้เกิดระบบนวัตกรรมการพัฒนากำลังคนและบุคลากรทุกช่วงวัยเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดการพัฒนาบุคลากรของประเทศอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักการการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบนโยบายสำคัญ 3 เรื่องให้กับที่ประชุมฯ ได้แก่ 1.โมเดลเศรษฐกิจเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า BCG ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญและเห็นชอบให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยได้เน้นว่า สภานโยบายฯ จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้

โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการนำ BCG ไปปฏิบัติให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมให้มากที่สุด เพราะ BCG ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy : SEP) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป็นการทำงานร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน (multi-stakeholders) ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ซึ่งรวมถึงภาควิชาการ และภาคต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายและเป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาในยุคหลังโควิด-19 ได้

2.ให้เร่งรัดการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ในการบริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยมีต้นทุนทางด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็ง มีบุคลากรด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพ จึงทำให้รับมือกับโควิด-19 ได้ดี ซึ่งเกิดจากการ สั่งสมและพัฒนามาต่อเนื่องยาวนาน จึงมอบนโยบายให้สภานโยบายฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยเฉพาะการวางรากฐานองค์ความรู้และทรัพยากรบุคคลด้านยาและวัคซีนที่ต่อยอดไปได้ไม่สิ้นสุด และการเตรียมความพร้อมรองรับความท้าทายด้านความมั่นคงทางสุขภาพในอนาคต เช่น เรื่องการแพทย์จีโนมิกส์ และสังคมผู้สูงอายุ

และ 3.การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการอุดมศึกษา ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลและภาคส่วนต่างๆ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา จนขณะนี้การลงทุนด้าน R&D ของไทย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1% ของ GDP และงบประมาณในด้านการอุดมศึกษาก็ได้รับความสำคัญเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การลงทุนในด้านเหล่านี้จะต้องช่วยตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศเผชิญกับโควิด-19 และการมองไปข้างหน้าหลังโควิด การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากรมนุษย์ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูและทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าได้ 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News