HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 3 เมษายน 2567

Business Today Thai Politics 3 เมษายน 2567



ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ยุบพรรคก้าวไกล ให้ชี้แจงใน 15 วัน

- Advertisement -

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชน เรื่องพิจารณาที่ 10/2567 กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่ง ‘ยุบก้าวไกล’ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า พรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติการณ์กระทำการ ล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2561 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)


ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง (ยุบพรรคก้าวไกล) เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคผู้ถูกร้องกระทำการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้
พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2561 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้พรรคผู้ถูกร้องยื่นคำชี้ แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54



“จุรินทร์” อัดรัฐบาลโลกเซ็ง 7 เดือนไร้ผลงาน

ที่รัฐสภา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ตอนหนึ่งว่า แม้รัฐบาลจะระบุว่า 7 เดือนยังไม่มีอะไร เพราะยังไม่ได้ใช้งบประมาณปี 68 แต่ตนมองว่าแม้ พ.ร.บ.งบไม่ออก หากจะโกงสามารถโกงได้ เพราะ 6 เดือนที่ผ่านมาสำนักงบประมาณ ได้จัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 66 และ 31 มี.ค. รวม 6 เดือน จัดสรรงบประมาณให้ใช้ไปพลางก่อน จำนวน 1.83 ล้านล้านบาท


ขณะที่รัฐบาลใช้เงินไปแล้ว 1.524 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ทั้งนี้ตนมองว่า 7 เดือนของรัฐบาลสอบตก เพราะใช้การตลาดนำการบริหาร สร้างภาพแต่หลังภาพไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดย 6 เดือนที่ผ่านมา นายกฯ บินต่างประเทศ เป็น นายก 180 วัน แต่อยู่เมืองนอก 52 วัน ซึ่งมีคนถามว่า ไปทำการตลาด หรือ ทำตลก

“นายกฯ บอกว่าเป็นเซลแมนแต่ผมขอถามว่าที่ผ่านมาปิดการขายได้หรือไม่ หรือสัญญาจะซื้อจะขายกับดอกไม้สายลม ทั้งนี้ประชาชนต้องการของจริง ต้องการเห็นนายกฯ บินเหมือนเหยี่ยวมากกว่าแมลงวันที่บินทั้งวัน แต่ไม่ได้อะไร นอกจากสร้างภาพ บินไม่รู้จักเหนื่อย แต่เหยี่ยวบินทีไร ไม่พลาดเป้า เพราะเหยี่ยวไม่ทำการตลาด ผมขอให้นายกฯ รับความเห็นไปพิจารณาบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ดังนั้น 7 เดือน รัฐบาลมีปัญหาทุกมิติ การเมือง สังคม เศรษฐกิจและการบริหาร”

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่าปัญหาแรก คือ หากรัฐบาลก้าวไม่พ้นคนชอบอวดบารมี จะทำให้มีปัญหาทางการเมืองตลอดไป รัฐบาลอย่าโทษคนอื่นว่าก้าวไม่พ้น เพราะคนแรกที่ก้าวไม่พ้น คือ นายกฯ ฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร นั่งรถประจำตำแหน่งไปสโลว์ซบถึงบ้าน และให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีไปเยี่ยมคาราวะ และหากมีโอกาสจะขอรับคำปรึกษา ซึ่งตนมองว่าคือปัญหาการเมืองที่รัฐบาลของนายเศรษฐาเผชิญคือสะท้อนความไม่เชื่อมั่น ด้อยค่านายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ คนเข้าใจว่า นายกฯไม่มีคนเดียว และทำให้เกิดปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน และอำนาจซ้อนอำนาจ เป็นรัฐบาลหุ่น

ปัญหาต่อมาคือมีรัฐมนตรีไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดรัฐมนตรีที่โลกลืม รัฐมนตรีผิดฝาผิดตัว รัฐมนตรีต่างตอบแทน รัฐมนตรีทำการเฉพาะกิจ และรัฐมนตรีที่โลกเซ็ง เช่น รมว.คลัง ที่ทำงานไม่เข้าเป้า ดังนั้นการปรับครม. รอบนี้ขอให้นายกฯ ดูแล รมว.ที่โลกเซ็งด้วย

ภาพรวม 7 เดือนที่รัฐบาลเข้ามา เศรษฐกิจไม่สร้างเชื่อมั่นให้คนไทยและโลกได้ เพราะตัวเลข จีดีพี ไตรมาส4 ไม่เป็นไปตามคาดการ ทำได้1.9 จากที่คาด 2.2 ดังนั้นหากรัฐบาลถึงเดือนธ.ค. เศรษฐกิจโตต่ำกว่าเป้า ดังนั้นขอให้รีบแก้ให้ถูกทางตามที่หาเสียง

จุรินทร์ อภิปรายด้วยว่า ปัญหาการสร้างยุติธรรมสองมาตรฐาน เป็นผลงานชิ้นเดียวที่รัฐบาลทำได้เร็ว สำเร็จเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยเป็นคำตอบของรัฐบาลนี้เพื่อใคร คือ การสร้างนักโทษพันธุ์ใหม่ ที่แม้แต่เทวดายอมให้ใช้ชื่อ นับตั้งแต่คุกทิพย์ ปลอกคอทิพย์ เลี้ยงหลานทิพย์ สำนึกทิพย์ และ ได้คืบเอาศอก ได้ศอกเอาวา ทั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่รู้เห็นเป็นใจ ทั้งนี้คนไทยเข้าใจเรื่องมีบุญคุณต้องตอบแทน ควรตอบแทนกันส่วนตัว แต่ไม่ใช่เอาบ้านเมืองไปตอบแทน เพราะไม่ยุติธรรมกับประเทศและหลักยุติธรรม



“จุลพันธ์” แจงสภาฯดิจิทัลวอลเล็ต นโยบายเกรด A ของรัฐบาล

วันนี้ (3 เม.ย.) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช. คลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ วาระอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ต่อประเด็นความชัดเจนของโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต ตามที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลอภิปราย ว่า ตนขออย่าคาดเดาในรายละเอียดที่เตรียมแถลงรายละเอียดวันที่ 10 เม.ย.67 เนื่องจากจะสร้างความสับสน อย่างไรก็ดีนโยบายที่กำลังดำเนินการนั้น อยู่ระหว่างการแก้ไข ทั้งนี้ยินดีที่จะถูกตรวจสอบเป็นระยะ และพร้อมรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยตนเชื่อว่าเมื่อครบวาระของรัฐบาล และตัดเกรด หวังว่าจะได้เอ ส่งการบ้านให้ประชาชน


จุลพันธ์ ชี้แจงด้วยว่าเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตนั้นยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายมิติ ทั้ง จำนวนคนเข้าสู่โครงการ แหล่งเงิน เพราะต้องเปลี่ยนแปลงภายใต้กฎหมาย และข้อเสนอแนะของหน่วยงานเพื่อให้เกิดการเดินหน้าที่เป็นประโยชน์ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่เปลี่ยน 5-6 ครั้ง ตามที่อภิปราย เพราะบางอย่างที่รายงานต่อสภาฯ และตามที่สิ่งที่อภิปรายไปนั้นเป็นการคาดเดา ไม่ใช่มาจากคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต หรือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ หรือตน อย่างไรก็ดีการประชุมของคณะกรรมการฯ นั้น เชื่อว่าจะมีกลไกลที่ทำให้เดินหน้าได้ตามกรอบของกฎหมาย

อยากให้ลดการคาดเดาลงเพราะอีกไม่กี่วัน 10 เม.ย.67 จะแถลงให้ชัดเจน ผมพูดไม่ได้วันนี้ เพราะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ หากพูดเท่ากับชี้นำไม่ถูกขั้นตอน รอไม่นาน และไม่อยากคาดเดา หากผิดต้องหน้าแตกอีก ไม่จำเป็น ผมรอให้ชัดเจน เพื่อจบและสมบูรณ์
จุลพันธ์ ชี้แจงต่อประเด็นนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ว่า มีกลไกรัฐบาลกลั่นกรองโครงการเริ่มต้น ดูคำขอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง , สภาฯ , กลไกติดตามกำกับใช้จ่ายงบประมาณ ถือเป็นกลไกตามระเบียบที่มีศักยภาพ ทำงานติดตามการใช้งบประมาณได้ ดังนั้นอย่าติดป้ายว่าทับซ้อนหรือทุจริตใดๆ แต่ภาครัฐ นายกฯ และ ครม.ไม่ละเลยจะติดตามใกล้ชิดต่อไป



นายกฯตอบฝ่ายค้าน ชี้สถานการณ์แรงงานไทยดีต่อเนื่อง

วันนี้ (3 เมษายน 2567) เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุมสภา ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงกรณีตัวเลขของการจ้างงานว่า ตัวเลขผู้ว่างงาน ณ ไตรมาส 4 ของปี 2566 อยู่ที่ 3.3 แสนคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ถึงร้อยละ 29


ซึ่งมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.62 แสนคน ทำให้อัตราการว่างงานเหลือแค่ร้อยละ 0.8 ของกำลังแรงงาน สำหรับสถานการณ์การว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ ในไตรมาส 4 ปี 2566 มีการว่างงานที่ร้อยละ 4.4 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 6.1 สิ่งนี้เป็นการสะท้อนถึงตลาดแรงงานของบัณฑิตจบใหม่ มีสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่ตนชี้แจงไม่ได้บอกว่าเราทำหน้าที่ของเราเสร็จแล้ว แต่ตนเชื่อว่าเรามาทิศทางที่ดีและพยายามทำต่อไป และมั่นใจว่าแรงงานไทยก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนเรื่องของราคายางพารา นายกฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ข้อมูลไปอย่างครบถ้วนแล้ว จะขอเสริมเล็กน้อยว่า ที่ท่านพูดว่าสมัยรัฐบาลที่แล้ว ขนาดปราบยางเถื่อนแล้วราคายังไม่ขึ้น ตนไม่แน่ใจว่าท่านไปปราบที่ไหน แต่ขอชี้แจงวิธีการปราบของตนนั้น ไม่ได้คุยแค่กรมศุลกากร ไม่ได้คุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก

ซึ่งมีการทำงานและมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้น เรามั่นใจว่าการปราบยางเถื่อนของรัฐบาลมีผลอย่างชัดเจนจับต้องได้ ยางราคาขึ้นเพราะไทยเป็นผู้ผลิตยางกว่า 30% ของทั่วโลก ถ้าเกิดประเทศที่เป็นผู้นำในการส่งออกยางที่ใช้จ่ายยาง และเรามีการประกาศปราบยางเถื่อนอย่างชัดเจน แล้วผู้ซื้อมีความมั่นใจในรัฐบาลแน่นอน Supply ลด Demand เพิ่ม เพราะฉะนั้นราคาก็ขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ที่บอกราคายางขึ้น ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุ เป็นเรื่องของรัฐบาลนี้ในการทำงานกันอย่างบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่าย



“สมศักดิ์” ลุยของบฯ 5 พันล้านเดินหน้าโครงการโคแสนล้าน

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ทำเนียบรัฐบาล สมศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯ ได้พิจารณาเรื่องสำคัญ คือ การส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อเป็นการเติมรายได้ และช่วยให้สมาชิกมีเงินเพียงพอในการใช้หนี้ พร้อมเป็นการส่งเสริมต่อยอดอาชีพ เช่น โครงการโคนำร่องที่เลี้ยงวัวธรรมดา ก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์เป็นโคต่างประเทศได้


โดยเป็นการอัพเกรดจากโคธรรมดา เป็นโคพรีเมี่ยม ด้วยการผสมเทียม ซึ่งจะนำน้ำเชื้อสายพันธุ์ต่างประเทศ ไปผสมกับโคธรรมดา จะได้ลูกออกมาเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศ 50% จากนั้น ก็ให้ผสมพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ เป็น 75% และเมื่อเกิน 80% ขึ้นไป โคของเราก็จะกลายเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศแล้ว ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบ โครงการ”สัตวบาลอาสา” เพื่อจะเป็นผู้ช่วยปศุสัตว์ ในการลงพื้นที่ไปช่วยสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ในการผสมเทียม เพราะเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีสัตวบาลอาสา

ประชุมยังได้พิจารณาโครงการโคแสนล้านนำร่อง ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการโคแสนล้านนำร่อง ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส. จำนวน 5,000 ล้านบาท และรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส. อัตราร้อยละ 4.50 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่ง ธ.ก.ส.เป็นหน่วยงานตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากรัฐ จำนวน 450 ล้านบาท โดยดำเนินโครงการรวมระยะเวลา 5 ปี ซึ่งกำหนดให้ปลอดดอกเบี้ย 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3 มีดอกเบี้ย ปีที่ 4 ต้องจ่ายคืนเงินต้น 50% พร้อมดอกเบี้ย และปีที่ 5 จ่ายคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯเห็นชอบแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News